ในการดำเนินชีวิตให้มีความสุข สิ่งหนึ่งที่พวกเราทุกคนจำเป็นต้องเรียนรู้คือ จะบริหารการเงินของตนเองให้ประสบความสำเร็จได้อย่างไรในยุคนี้ เราต้องเป็นผู้ควบคุมดูแลการเงินของตนเองโดยรู้ว่าอะไรควรทำก่อนหน้าหลัง มีอำนาจเหนือเงิน ไม่ใช่ให้เงินมามีอิทธิพลเหนือเรา อย่าปล่อยให้เงินเป็นฝ่ายบงการว่าเราจะทำอะไรได้หรือไม่ได้บ้างในชีวิต

รายงานพิเศษฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการจัดการเรื่องการเงินส่วนบุคคลอย่างรอบด้าน คุณจะได้รับคำแนะนำวิธีทำงบประมาณครัวเรือน ทำอย่างไรกับเงินออม วางแผนสำหรับเกษียณ และใช้บัตรเครดิตอย่างชาญฉลาด

ทำงบประมาณเบื้องต้น

การลงมือจัดทำงบประมาณด้วยตนเองอาจต้องใช้ความพยายามพอสมควร และถ้าคุณทำได้ถูกต้อง ก็จะได้รับประโยชน์มากมายคุ้มค่ากับเวลาที่ลงไป งบประมาณที่ดีไม่เพียงช่วยให้คุณประหยัดเงิน แต่ยังช่วยให้คุณไม่หลงทางหลุดจากเป้าหมายการออม

นฤมล บุญสนอง ผู้อำนวยการฝ่ายที่ปรึกษาการลงทุนบริษัทหลักทรัพย์ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า หลายคนพูดว่าอยากจะออมเงิน แต่ผู้ที่ทำได้สำเร็จคือคนที่วางแผนและรู้จักทำงบประมาณ “หัวใจสำคัญคือการที่ต้องเอาใจใส่อย่างสม่ำเสมอ สิ่งใดก็ตามที่เราเอาใจใส่อย่างสม่ำเสมอ สิ่งนั้นมักจะประสบความสำเร็จ”

แล้วจะเริ่มต้นได้อย่างไร มีโปรแกรมซอฟต์แวร์และตารางรูปแบบการจัดทำงบประมาณออนไลน์ให้คุณนำมาใช้ได้ แต่วิธีการแบบเก่าแค่มีกระดาษและปากกาก็ใช้ได้ดีพอกัน

ตั้งเป้ากระแสเงินสดหมุนเวียน

ก่อนอื่นดูว่ารายได้ต่อเดือนของคุณมีเท่าไร ซึ่งรวมเงินเดือน รายได้ค่าเช่าจากทรัพย์สินของคุณ และอื่นๆที่เป็นรายได้ประจำสม่ำ เสมอต่อเดือน จากนั้นให้คำนวณว่าคุณมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง เก็บใบแจ้งหนี้และใบเสร็จรับเงินทั้งหมดที่ได้รับและจดทุกอย่างที่จ่ายรายเดือน ไม่ว่าจะเป็นเงินสดหรือบัตรเครดิต ซื่อสัตย์ต่อตัวเองและจดค่าใช้จ่ายทุกอย่าง การทำงบประมาณที่ดีจะได้ผลก็ต่อเมื่อสิ่งที่คุณบันทึกไว้นั้นถูกต้องครบถ้วนจริงๆ

แยกค่าใช้จ่ายออกเป็นสามหมวดคือ ค่าใช้จ่ายประจำ ค่าใช้จ่ายจำเป็น และค่าใช้จ่ายตามความต้องการ

ค่าใช้จ่ายประจำ ได้แก่ ค่าผ่อนบ้าน, ค่าประกัน, ค่าผ่อนรถ, อะไรก็ตามที่จ่ายเป็นจำนวนแน่นอนเดือนต่อเดือน ภาษีก็อยู่ในกลุ่มนี้ด้วย หารยอดรวมด้วย 12 เพื่อให้ได้ตัวเลขต่อเดือน ค่าใช้จ่ายจำเป็น ได้แก่ ค่าสาธารณูปโภค, ค่าโทรศัพท์มือถือ, ค่าอาหาร, ค่าเดินทาง, ค่าขนมไปโรงเรียนของลูกๆ, เงินเลี้ยงดูพ่อแม่ และบรรดาค่าใช้จ่ายที่คุณมีพันธะต้องจ่ายค่าใช้จ่ายตามความต้องการ ได้แก่ ค่าใช้จ่ายทุกอย่างที่อยู่นอกเหนือจากนั้น เช่น ค่าสันทนาการ, ค่าเสื้อผ้า, ค่าหนังสือ, ค่ากิจกรรมนอกหลักสูตรของเด็กๆ, ค่าสมาชิกฟิตเนส เป็นต้น

สำหรับค่าท่องเที่ยวพักผ่อนและค่าของขวัญ ให้รวมตัวเลขว่าทั้งปีใช้ไปเท่าไรหารด้วย 12 จะได้ตัวเลขคร่าวๆต่อเดือน เมื่อจดทุกอย่างไว้แล้ว คุณจะเห็นภาพตรงไปตรงมาว่าเงินของคุณใช้ไปกับอะไรบ้าง

ใช้น้อยกว่าที่หาได้

ความลับของการออมนั้นไม่มี “ไม่มีปาฏิหาริย์สำหรับการออม ขอเพียงคุณเริ่มต้นด้วยหลักการพื้นฐานที่สุดของการสร้างวินัยทาง การเงินคือ ใช้ให้น้อยกว่าที่หาได้” สาธิต บวรสันติสุทธิ์ คอลัมน์นิสต์ด้านการวางแผนการเงิน กล่าว

พิจารณาค่าใช้จ่ายให้ละเอียด ถ้าพบว่าเงินออกมากกว่าเงินเข้า ถึงเวลาแล้วที่ต้องลดการใช้เงิน เริ่มต้นจากค่าใช้จ่ายตามความต้องการก่อน ซึ่งปกติเป็นส่วนง่ายที่สุดที่จะตัด อาจกินข้าวนอกบ้านสัปดาห์ละครั้งแทนสัปดาห์ละสองครั้ง ต่อมาดูค่าใช้จ่ายจำเป็น นั่งรถโดยสารสาธารณะแทนที่จะนั่งแท็กซี่ได้ไหม ลดค่าโทรศัพท์มือถือ หรือใช้น้ำใช้ไฟที่บ้านให้ประหยัดขึ้น ทั้งหมดนี้จะช่วยลดค่าใช้จ่ายสาธารณูปโภคลงได้

ถ้าค่าใช้จ่ายประจำของคุณสูงกว่ารายได้ต่อเดือน คุณอาจต้องคิดหาวิธีปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิตขนานใหญ่ มิฉะนั้น คุณจะไม่มีเงินออมเหลือ อาจขายรถ ย้ายไปอยู่บ้านหรือห้องเช่าขนาดเล็กลง จำไว้ว่าเป้าหมายของการทำงบประมาณคือช่วยคุณสะสมเงินออม

แผน 50-30-20

คุณควรใช้เท่าไรและออมเท่าไร ขึ้นอยู่กับว่าคุณเป็นโสดหรือแต่งงานแล้ว มีลูก อยู่กับพ่อแม่ หรือเลี้ยงดูพ่อแม่ และคุณอายุเท่าไร กฎทั่วไปคือ คุณควรออมอย่างน้อยร้อยละสิบถึง 15 ของรายได้หลังหักภาษี แน่นอนว่ายิ่งมากยิ่งดี แต่นี่คืออย่างน้อยที่คุณควรต้องออม ปกติค่าบ้านเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่สุด และคุณควรจ่ายเพียงหนึ่งในสามของรายได้ต่อเดือน

หากคุณเพิ่งเริ่มต้นทำงบประมาณ ลองวางแผน 50-30-20 ตามคำแนะนำของศาสตราจารย์เอลิซาเบท วาร์เรนแห่งมหา วิทยาลัยฮาร์วาร์ด ค่าใช้จ่ายประจำและค่า ใช้จ่ายจำเป็นรวมกันแล้วควรเท่ากับครึ่งหนึ่งของรายได้หลังหักภาษี ร้อยละ 30 เป็นค่าใช้จ่ายตามความต้องการ และสุดท้ายร้อยละ 20 เป็นเงินออม

อาจดูลำบากและหนักหนาสาหัสที่จะหาทางเก็บหอมรอมริบจากรายได้ที่ชักหน้าไม่ถึงหลังให้ได้เป็นเงินก้อนโต แต่การทำแผนการเงินนับเป็นก้าวแรก

การออมและการลงทุน

ดูเหมือนหลังหักค่าใช้จ่ายต่างๆแล้ว คุณมีเงินเหลือเก็บเพียงเล็กน้อย แต่ถึงกระนั้นก็จำเป็นอย่างยิ่งที่คุณต้องเริ่มสะสมเงินออมสำหรับอนาคต การมีเงินออมสำคัญไม่เฉพาะในยามฉุกเฉินแต่ยังเป็นการวางแผนเพื่ออนาคต เมื่อต้องใช้เงินก้อนใหญ่ เช่น ซื้อบ้านหลังแรก หรือจ่ายค่าเล่าเรียนมหาวิทยาลัยของลูก ตลอดจนวางแผนเพื่อเกษียณ การออมควรทำให้เป็นนิสัยชั่วชีวิต แม้จะออมแค่วันละสิบบาทก็ควรเริ่มต้นปลูกฝังนิสัยนี้

“การออมโดยตัวของมันเองเป็นเพียงกระบวนการซึ่งอาจไม่มีความสำคัญอันดับต้นๆ แต่จะมีความสำคัญขึ้นมาทันทีเมื่อคุณมีเป้าหมายที่ต้องการไปถึงสำหรับการออมนั้นๆ เป้าหมายอาจเป็นอะไรก็ได้ เช่น เพื่อเกษียณตัวเองก่อนกำหนด เดินทางท่องเที่ยว หรือมีอิสรภาพทางการเงิน ตัวอย่างเช่น สามารถอยู่บ้านและดูแลลูกๆได้แบบไม่เดือดร้อนเรื่องเงินโดยไม่ต้องทำงาน” นฤมลกล่าว

จ่ายให้ตัวเองก่อน

ความลับของความสำเร็จในการออมคือจ่ายให้ตัวเองก่อน นฤมลอธิบายว่า “พวกเราหลายคนเมื่อมีรายได้มักจะใช้จ่ายก่อน และเหลือค่อยออม แต่สำหรับคนที่ประสบความสำเร็จสามารถบรรลุเป้าหมายทางการเงินด้วยการทำในทางตรงกันข้าม คือเมื่อมีเงินได้จะออมก่อน แล้วเหลือค่อยใช้จ่าย” การเปิดบัญชีเงินฝากธนาคารและสั่งโอนเงินอัตโนมัติจากบัญชีเงินเดือนเข้าบัญชีเงินฝากทุกเดือนเมื่อเงินเดือนออก วิธีนี้คุณจะไม่เห็นเงินก้อนนั้นและไม่คิดถึงมันด้วย ซึ่งจะช่วยสร้างนิสัยการออมและสร้างวินัยทาง การเงิน

เงินฉุกเฉิน

คุณควรกันเงินไว้เพื่อรองรับค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้คาดหมาย เช่น ซ่อมรถ หรือค่ารักษาพยาบาลฉุกเฉิน เงินก้อนนี้ควรมากพอที่จะครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิตในกรณีถูกลดชั่วโมงการทำงานหรือตกงาน ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำเมื่อไม่นานนี้ยิ่งตอกย้ำความสำคัญของการมีเครื่องคุ้มกันนี้ไว้ ตั้งเป้าไว้ว่าควรมีเงินสำรองระหว่างหกถึง 12 เดือนสำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิตปัจจุบัน วิธีดีที่สุดคือ ควรเก็บเงินฉุกเฉินไว้ในบัญชีออมทรัพย์เพื่อเบิกถอนได้สะดวกและรวดเร็ว

เงินออมระยะยาว

เมื่อออมเป็นเงินฉุกเฉินไว้แล้ว ที่เหลือควรออมเพื่อเป้าหมายระยะยาว เช่น เพื่อวัยเกษียณ แม้อาจฟังดูยังอีกนานหลายปี แต่การดำรงชีวิตด้วยเพียงเงินบำนาญหรือเงินจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพในวัยเกษียณอาจไม่เพียงพอ

การออมระยะกลาง คุณอาจพิจารณาเงินฝากประจำซึ่งจ่ายดอกเบี้ยสูงกว่า แต่คุณต้องอย่าถอนเงินก้อนนั้นก่อนครบระยะด้วย แผนการฝากเงินแบบประกันชีวิตก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยทำหน้าที่เหมือนเงินออม

ทำไมต้องลงทุน

คุณควรให้เงินออมทำงานแทนคุณ หากฝากเงินไว้ในบัญชีออมทรัพย์ นานวันเข้า เงินเฟ้อจะทำให้ค่าของเงินลดลง สาธิตอธิบายว่า “อัตราเงินเฟ้อของไทยจะอยู่ที่ประมาณร้อยละ 3.4 ดังนั้น เงินออมของเราจะด้อยค่าลงทุกวันเพราะมูลค่าเงินที่ลดลงเนื่องจากผลของเงินเฟ้อ”

การลงทุนโดยทั่วไปของคนส่วนใหญ่คือ อสังหาริมทรัพย์ หุ้น และพันธบัตร การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ต้องใช้เงินก้อนใหญ่ในการเริ่มต้นเพราะต้องวางเงินดาวน์ อย่าลืมด้วยว่า การขอสินเชื่อบ้านหมายความว่าคุณกำลังมีพันธะหนี้ที่ต้องจ่าย

หุ้นและตราสารหนี้ใช้เงินลงทุนน้อยกว่าในระยะเริ่มต้น หุ้นและกองทุนหุ้น หรือที่เรียกกันว่ากองทุนรวมให้สิทธิความเป็นเจ้าของแก่คุณในบริษัทที่คุณซื้อหุ้นเหล่านั้น คุณได้รับผลตอบแทนจากบริษัทที่มีผลประกอบการดีเป็นเงินปันผลหรือมูลค่าต่อหุ้นที่เพิ่มขึ้น หากเป็นบริษัทที่ขาดทุน ผู้ถือหุ้นจะได้ผลตอบแทนน้อยมาก หรือไม่ได้อะไรเลย หรืออาจขาดทุนได้

การซื้อตราสารหนี้หมาย ความว่าคุณกำลังให้บริษัทกู้เงิน (หรือให้ประเทศกู้เงินในกรณีที่เป็นพันธบัตรของรัฐ) เพื่อเป็น การแลกเปลี่ยนบริษัทสัญญาจะจ่ายเงินคืนเต็มจำนวนเมื่อตราสารหนี้ครบกำหนดหรือสิ้นสุดอายุ พร้อมดอกเบี้ยทุกปี

เพิ่มความรู้ให้ตัวเอง

นักลงทุนที่ประสบความสำเร็จไม่ได้เกิดขึ้นชั่วข้ามคืนหากต้องใช้เวลาเรียนรู้เกี่ยวกับการลงทุน สาธิตกล่าวว่า “ถ้าคุณยังอายุไม่มากนักและไม่มีความรู้ คุณควรใช้เวลาศึกษาหาความรู้ให้ตนเอง” ไมตรี โสตางกูร ผู้อำนวยการ Wealth Plus บล. เอเชีย พลัส จำกัด (มหาชน) แสดงความเห็นด้วย “การลงทุน โดยเฉพาะการลงทุนในสินทรัพย์ เสี่ยงมีระบบวิธี หลายคนซื้อหุ้นจากข่าวลือ ได้เงินเพราะโชค แต่หากลงทุนอย่างไม่มีระบบ ในระยะยาวเงินออมของคุณจะหด หาย หากมีระบบในการลงทุน โอกาสประสบความสำเร็จย่อมมากกว่า”

บัตรเครดิตและหนี้สิน

การสร้างหนี้อย่างมีความรับผิดชอบเป็นประโยชน์ในชีวิตประจำวัน หากไม่มีสินเชื่อบ้านและเงินกู้ เราคงต้องใช้เงินสดจำนวนมหาศาลในการซื้อบ้านหรือรถ บัตรเครดิตให้ความสะดวกโดยเราไม่ต้องพกเงินสดจำนวน มากไปไหนต่อไหน อีกทั้งยังเก็บหลักฐานได้ว่าใช้อะไรไปบ้าง “ในโลกทุกวันนี้ เราจะดำเนินชีวิตได้ยากมากหากปราศจากบัตร เครดิต” โสภา หลายถาวรยิ่ง ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารเงินทุน สายงานธนบดีธนกิจ ธนาคาร ยูโอบี จำกัด (มหาชน) กล่าว “ถ้าใช้บัตรเครดิตเป็น บัตรเครดิตจะเป็นประโยชน์ ต่อคุณ แต่ถ้าคุณต้องจ่ายดอกเบี้ยสำหรับหนี้บัตรเครดิต บัตรเครดิตก็อาจเป็นฝันร้ายของคุณได้”

กลไกการทำงานของบัตรเครดิต

เพื่อให้เข้าใจหลุมพรางของบัตรเครดิต ก่อนอื่นคุณต้องเข้าใจว่าบริษัทบัตรเครดิตไม่อยากให้คุณชำระเต็มจำนวนทุกเดือน เพราะบริษัทจะไม่มีรายได้ถ้าคุณทำเช่นนั้น บริษัทได้เงินจากดอกเบี้ยของเงินต้นค้างจ่ายและยกยอดไปแต่ละเดือน นี่คือที่มาของระบบยอดชำระขั้นต่ำ

หลุมพรางของยอดชำระขั้นต่ำ

การจ่ายแค่ยอดชำระขั้นต่ำอาจยั่วยวนใจ แต่เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะบ่อยครั้งที่ยอดชำระแทบไม่ครอบคลุมดอกเบี้ยที่ต้องชำระ นอกจากนี้ เมื่อคุณผ่อนจ่าย ธนาคารก็จะลดยอดชำระขั้นต่ำซึ่งอาจฟังดูดี โดยเฉพาะถ้าเงินคุณตึงตัว แต่การทำเช่นนั้นจะยืดเวลาชำระคืนออกไป และท้ายที่สุดคุณจะจ่ายดอกเบี้ยมากขึ้น

โสภากล่าวว่า “ถ้าคุณใช้บัตรเป็นเงิน 20,000 บาทและจ่ายแค่ยอดชำระขั้นต่ำ คุณต้องใช้เวลา 14 เดือนเพื่อชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ย และยังต้องจ่ายดอกเบี้ยอีกเกือบ 3,500 บาท”

ปลดหนี้

แล้วจะทำอย่างไรถ้าคุณกำลังดิ้นรนปลดหนี้บัตรเครดิต ก่อนอื่น จ่ายคืนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เริ่มต้นจากจ่ายคืนก้อนใหญ่ให้บัตรเครดิตที่คิดอัตราดอกเบี้ยสูงกว่า และจ่ายก้อนเล็กให้บัตรที่คิดอัตราต่ำกว่า ทำเช่น นี้ไปเรื่อยๆจนกว่าจะปลดหนี้บัตรแต่ละใบได้ จากนั้นค่อยทำอันดับต่อไป ถ้าบัตรเครดิตคิดอัตราดอกเบี้ยคล้ายกัน จ่ายบัตรที่มีหนี้ก้อนใหญ่ก่อน

หนทางสุดท้าย ขอความช่วยเหลือจากที่ปรึกษาหนี้บัตรเครดิต ซึ่งจะช่วยคุณเจรจาต่อรองกับธนาคารเพื่อกำหนดระยะเวลาในการชำระคืน และบางครั้งก็ลดอัตราดอกเบี้ยลงด้วย ลองติดต่อชมรมหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลที่ http://www.consumer thai.org/debt/

ใช้บัตรเครดิตอย่างฉลาด

หัวใจของการสร้างหนี้ให้เป็นประโยชน์สำหรับคุณคือ รู้วิธีใช้เครดิตอย่างฉลาด อยู่กับความเป็นจริงว่าเงินกู้หรือสินเชื่อบ้านก้อนใหญ่ขนาดไหนที่คุณจะรับมือไหว

การจ่ายชำระหนี้บัตรเครดิตทุกเดือนเป็นวิธีมีประสิทธิภาพที่สุดในการรักษาเครดิตที่ดี และควรจำกัดจำนวนบัตรที่ถือ นฤมลกล่าวว่า “หากมองในด้านความเสี่ยงของการใช้บัตรเครดิต เราควรมีบัตรเครดิตอย่างมากสี่ใบ แค่วีซ่า, มาสเตอร์การ์ด, ไดเนอร์ส และเอเม็กซ์ คุณก็สามารถใช้บัตรเครดิตสำหรับใช้จ่ายได้ครอบคลุมทุกหนแห่งทั่วโลก”

ท้ายที่สุด วิธีดีที่สุดในการใช้บัตรเครดิตคือให้คิดว่าคุณกำลังใช้เงินสดที่มีอยู่ อย่าใช้บัตรเครดิตเป็นแหล่งรายได้หรือเพื่อแก้ปัญหาเงินขาดมือ ใช้บัตรต่อเมื่อมีเงินจ่าย

เตรียมตัวเกษียณ

ไม่มีคำว่าเร็วเกินไปสำหรับการเริ่มวางแผนเพื่อวัยเกษียณ แม้จะดูเหมือนอีกนานหลายสิบปี โดยเฉพาะถ้าคุณอยู่ในวัย 20 เศษๆ ยิ่งคุณเริ่มต้นเร็วเท่าไรก็ยิ่งดีเมื่อถึงชีวิตบั้นปลาย

นักวางแผนทางการเงินอาจเป็นประโยชน์ในกรณีนี้ ซึ่งจะช่วยคุณคำนวณเป้าหมายที่ต้องการในวัยเกษียณและสร้างแผนการออมเพื่อไปสู่เป้าหมายนั้น ลองสอบถามเพื่อนฝูงเพื่อขอคำแนะนำจากที่ปรึกษาผู้มีประสบ การณ์และไว้ใจได้ ต่อไปนี้คือวิธีเริ่มต้น

วาดภาพวัยเกษียณ

คุณต้องมีเงินเท่าไรเพื่อเกษียณอย่างสบายๆ คำตอบคือขึ้นอยู่กับแต่ละคน

ในการคำนวณว่าเงินออมของคุณควรก้อนใหญ่แค่ไหนนั้น คุณต้องคิดอย่างละเอียดรอบคอบก่อนว่าคุณอยากจะทำอะไรและอยากใช้ชีวิตอย่างไร เมื่อเกษียณ จะหยุดทำงานโดยสิ้นเชิง หรือทำงานบางเวลา รูปแบบการใช้ชีวิตแบบไหนที่คุณคาดหวัง คนที่เกษียณมักชอบเดินทางท่องเที่ยวและทำงานอดิเรก กิจกรรมเหล่านี้จะต้องใช้เงินเท่าไร

วัตถุประสงค์ตรงนี้คือการแปลงเป้าหมายการเกษียณของคุณออกมาเป็นตัวเลข ซึ่งตัวเลขสำเร็จรูปหรือสูตรมหัศจรรย์นั้นไม่มี ประมาณการด้านรายได้สำหรับคนส่วนใหญ่ที่จะอยู่อย่างสบายๆยามเกษียณคือสองในสามของรายได้ปัจจุบัน บนพื้นฐานว่าคุณชำระหนี้สินต่างๆอย่างสินเชื่อบ้านหมดแล้วและไม่มีภาระด้านการเงินสำหรับลูกอีก เช่น ถ้าคุณต้องการ มีเงินสำหรับในเวลา 25 ปีหลังเกษียณจำนวน 1,320,000 บาทต่อปี คุณต้องมีเงินราวๆ 23.67 ล้านบาทเพื่อสร้างรายได้ขนาดนั้นที่ผลตอบ แทนร้อยละสามต่อปี

อย่าลืมคิดเผื่อค่ารักษาพยาบาลซึ่งสูงขึ้นตลอดเวลาด้วย โสภากล่าวว่า “บ่อยครั้งที่เรามักไม่คิดถึงค่ารักษาพยาบาล เมื่อคำนวณจำนวนเงินที่ต้องมียามเกษียณ ยิ่งเราแก่ตัวลงเท่าไร เราอาจต้องใช้เงินมากขึ้นสำหรับค่ารักษาพยาบาล ค่าตรวจร่างกาย และค่ายา”

ช่วงเวลาหลังเกษียณและช่วงเวลาสำหรับการออม

อันดับต่อมา ประมาณการว่าคุณต้องการมีรายได้ในช่วงชีวิตหลังเกษียณนานแค่ไหน หนึ่งในความผิดพลาดใหญ่หลวงที่คนเราทำกันคือประเมินอายุที่ตนเองจะมีชีวิตอยู่ต่ำเกินไป ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ดีขึ้นในปัจจุบัน คนเราอายุยืนยาวขึ้น และคุณคงไม่อยากให้เงินออมหมดก่อนคุณจะเสียชีวิต

สิ่งต่อไปที่ต้องพิจารณาคือดูว่าคุณมีเวลาเหลือเท่าไรจากตอนนี้ถึงตอนที่คุณอยากจะหยุดทำงาน ยิ่งวัยเกษียณอยู่อีกไกลเท่าไรก็ยิ่งง่ายขึ้นที่จะบรรลุเป้าหมาย ประโยชน์อย่างหนึ่งของการเริ่มออมแต่เนิ่นๆคือเงินออมของคุณจะโตเร็วขึ้น นฤมล นักวางแผนทาง การเงินที่มีประสบการณ์นับสิบปี อธิบายว่า “ปล่อยให้ดอกเบี้ยทบต้นทำงานให้คุณ น้อยคนจะตระหนักว่าเวลาคือทรัพย์สินอย่างหนึ่ง โดยเฉพาะเมื่อวางแผนสำหรับเกษียณ”

ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องวางแผน

การออมอย่างเดียวไม่อาจช่วยให้คุณสะสมเงินสำหรับใช้ในอนาคตได้ ผู้เชี่ยวชาญเห็นพ้องกันว่า คุณต้องผสมผสานการออมกับเครื่องมือการลงทุนต่างๆเพื่อสร้างรายได้ที่ต้องการ การผสมผสานระหว่างเงินฝากประจำ, หุ้น, พันธบัตร, ประกันชีวิต, หรืออสังหาริมทรัพย์เป็นสิ่งที่ควรพิจารณา ขึ้นอยู่กับขอบเขตของเวลาและความสามารถในการรับความเสี่ยงของคุณ

“ประเด็นสำคัญคือต้องสะสมเงินออมเข้า ไปเป็นประจำสม่ำเสมอ มีวินัยในการออม และติดตามประเมินผลการลงทุนของคุณเป็นประจำ” ไมตรีซึ่งเป็นหนึ่งในที่ปรึกษาทาง การเงินผู้เชี่ยวชาญการลงทุนแนะนำ “นี่เป็นเงินที่คุณหามาได้ด้วยความยากลำบาก ดังนั้นต้องมั่นใจได้ว่าเงินของคุณจะทำงานให้คุณเช่นกัน นอกจากนี้ เมื่ออายุมากขึ้น สถานการณ์ทางการเงินของคุณย่อมเปลี่ยนไป คุณจึงต้องปรับปรุงแผนให้เหมาะสมตามไปด้วย”

ยิ่งคุณอยู่ห่างวัยเกษียณมากเท่าไร คุณอาจรับความเสี่ยงในการลงทุนได้มากกว่า ในวัย 20 และ 30 เศษ คุณอาจรับความสูญเสียในการลงทุนได้เพราะยังมีเวลาหา เงินมาชดเชย แต่ถ้าใกล้วัยเกษียณ รูปแบบการลงทุนของคุณควรเสี่ยงน้อยลง

“การวางแผนเพื่อเกษียณต้องอาศัยความอุตสาหะและมีวินัย ประเมินตามความเป็นจริงว่าเป้าหมายทำได้แค่ไหนและเริ่มแต่เนิ่นๆ” นฤมลกล่าว “ความผิดพลาดใหญ่หลวงที่หลายคนทำคือมองข้ามเรื่องนี้ มีความจริงข้อหนึ่งที่น่าสนใจในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน ถ้าคุณรู้จำนวนเงินที่ต้องมียามเกษียณของตัวเอง หลายคนจะสามารถเกษียณตัวเองได้ก่อนเวลาที่ตำราบอกไว้ด้วยซ้ำ”

คราวนี้คุณก็มีแผนปฏิบัติเพื่อบริหารจัดการเงินทองให้ประสบความสำเร็จแล้ว นอกจากมีแผน คุณยังต้องมีความมุ่งมั่นและมุมมองระยะไกล ซึ่งอาจไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งถ้าตอนนี้สถานะการเงินของคุณตึงตัว แต่นั่นไม่ยากอย่างที่คุณคิดหรอก

เริ่มต้นจากก้าวเล็กๆก่อนด้วยการทำงบประมาณและอย่าลืมออม เมื่อบรรลุเป้าหมาย คุณจะรู้สึกมั่นใจขึ้นและมีแรงบันดาลใจที่จะไปไกลกว่าเดิม อย่ารีรอ เริ่มต้นวันนี้เพื่อก้าวสู่อิสรภาพทางการเงินอย่างที่คุณต้องการ

 

36
คุณชอบบทความนี้ไหม?เชิญให้คะแนน

เรื่องยอดนิยม ...

  1. สอนลูกเรื่องการเงิน
  2. เริ่มปีใหม่ เริ่มวางแผนภาษีได้แล้ว
  3. เคล็ดลับการซื้อประกันชีวิต

ประเภทของ คำแนะนำ & เคล็ดลับ

แสดงความคิดเห็น

ชื่อ*
อีเมล*
ความคิดเห็น*
Disclaimer : Reader's Digest reserves the right and authority to display your postings or not, and modify your posts to remove offensive material, remove vulgar comments, remove insults or delete any other content deemed inappropriate, at our discretion.

เรื่องขำขันของคุณมีค่า 1,000 บาท

หากมีเรื่องตลกเฮฮาที่เกิดขึ้นจริง เรามีรางวัล 1,000 บาท สำหรับเรื่องที่ผ่านการคัดเลือกและได้รับการตีพิมพ์ 

ผู้โชคดีได้รับรางวัลประจำปี 2555

ติดตามผลรายชื่อผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลจากเราได้ที่นี่