
English in 20 Minutes Interactive
THB4,888.00


Mood Music for Listening and Relaxation
THB1,990.00


Salute to the King Set
THB1,590.00


Managing Your Manager
THB32.00


เมื่อธรรมชาติแผลงฤทธิ์
THB1,690.00

คุณพ่อแฟนบอลโลก
พ่อเป็นคนพูดน้อย จนกระทั่งฉันพบวิธีเข้าถึงโลกอันเงียบขรึมของท่าน By พริสซิลลา ชิว
ตลอด 15 ปีที่ฉันเกิดมาเป็นตัวเป็นตน พ่อจะพูดกับฉันและแม่น้อยมาก การพูดกับพ่อช่างลำบากยากเย็น เวลาฉันถามอะไร พ่อมักจะตอบไม่เกินคำสองคำ
ครั้งหนึ่งเมื่ออายุ 12 ขวบ ฉันขอให้พ่อชิมต้มจืดมะกะโรนีซึ่งฉันทำที่โรงเรียน นั่น เป็นอาหารอย่างแรกที่ฉันหัดทำในวิชาคหกรรมและอยากรู้ใจจะขาดว่าพ่อคิดอย่างไร
"เป็นอย่างไรบ้างคะ พ่อ" ฉันถามอย่างกระตือรือร้น
"ไม่เลว"
"แล้วพ่อว่ารสชาติเป็นอย่างไรล่ะคะ" ฉันยังตื๊อขอคำตอบ
"ก็ดี" พ่อบอก แล้วซดน้ำเสียงดัง ฉันหวังไว้ว่าพ่อจะให้คำตอบที่แสดงความชื่นชมกว่านี้ แต่ก็ปลอบใจตัวเองว่าพ่อกำลังซดน้ำต้มจืดอยู่แล้ว ดังนั้น พ่อคงต้องชอบแน่ๆ
พ่อชอบอ่านหนังสือพิมพ์และดูการแข่งขันฟุตบอลในโทรทัศน์มากกว่าจะคุยกับครอบครัว แต่อย่าเข้าใจฉันผิด พ่อเป็นพ่อที่ดี ตอนฉันยังไม่ได้เข้าโรงเรียน ฉันกับพ่อเล่นต่อรูปภาพกันอย่างมีความสุขครั้งละนานๆ ต่อมา ทุกครั้งที่ฉันขะมักเขม้นดูหนังสือสอบ พ่อจะซื้ออาหารที่ฉันโปรดปรานมาฝาก นั่นคือก๋วยเตี๋ยวผัดเจ
พ่อแสดงความรักออกมาด้วยการกระทำมากกว่าด้วยคำพูด และฉันก็จะต้องทำตัวให้ชินกับนิสัยไม่ช่างพูดของพ่อ
พอถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2545 ทุกสิ่งทุกอย่างก็เปลี่ยนไป ตอนนั้นเป็นเวลาเริ่มปิดภาคเรียนเดือนมิถุนายน พ่อหยุดงานสองสามวันเพื่อจะได้ใช้เวลาอยู่กับฉันและแม่
เช้าวันนั้น ทันทีที่ฉันลงมาข้างล่างเพื่อกินอาหารเช้า ฉันก็เห็นว่าพ่อไม่ได้สงวนถ้อยคำอย่างเคย "แทบจะรอไม่ไหวแล้ว การแข่งฟุตบอลโลก" พ่อละล่ำละลักไม่หยุด "แข่งนัดสำคัญ ต้องดูให้ได้" ฉันรู้ทันทีว่าพ่อตื่นเต้นเรื่องอะไร พ่อเป็นแฟนฟุตบอลตัวยง และการแข่งขันครั้งยิ่งใหญ่ระดับโลกระหว่างชาติต่างๆกำลังจะเริ่มขึ้น
ก่อนหน้านั้น ฉันไม่เคยสนใจฟุตบอล ด้วยเห็นว่าเป็นเกมที่คน 22 คนวิ่งไล่ตามลูกกลมๆ วิ่งกันไปทำไมก็ไม่รู้ แต่ความตื่นเต้นอย่างที่สะกดเอาไว้ไม่อยู่ของพ่อเช้าวันนั้นทำให้ฉันอดรนทนไม่ไหว และตั้งใจจะค้นหาคำตอบให้ได้ว่า เพราะเหตุใดกีฬานี้จึงทำให้พ่อผู้มักสงวนท่าทีอยู่เป็นนิจกลับทำตัวเหมือนกับเด็กห้าขวบเมื่อได้ไปเที่ยวดิสนีย์แลนด์เป็นครั้งแรก
พ่อบอกว่าเราน่าจะไปกินอาหารที่ภัตตาคารเยอรมันเล็กๆซึ่งตั้งอยู่ใกล้บ้านเราในสิงคโปร์ ร้านนี้จะรับภาพการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลระหว่างฝรั่งเศสและเซเนกัล ดังนั้น เราจึงได้กินอาหารเย็นนอกบ้านไปพร้อมๆกับดูฟุตบอลโลก ฉันคิดว่า ตามจริงแล้ว พ่อคงแอบหวังว่าจะชวนให้เรามาเป็นแฟนฟุตบอลให้ได้
การแข่งขันเริ่มขึ้นหลังเราเข้าไปในร้านอาหารไม่กี่นาที พ่อยิ้มและออกปากว่า เรามาถึง "ทันเวลาพอดี" พ่อนั่งจ้องตาเขม็งไปที่สนามหญ้าสีเขียวและพวกนักฟุตบอลที่วิ่งวุ่นกันอยู่ในจอโทรทัศน์ ฉันมองไปรอบๆร้านอาหาร รู้สึกเบื่อหน่ายพร้อมกับสงสัยว่าทำไมจึงหลวมตัวปล่อยให้พ่อพามา
ขณะฉันกินไส้กรอกหมูอยู่ก็มีเสียงโห่ร้องดังมาจากโทรทัศน์ ฉันสะดุ้งและเงยหน้าขึ้นมองจอ "ปาปา บูบา ดิอุปเพิ่งทำประตูให้เซเนกัล" พ่อบอก "ฝรั่งเศสจะต้องกลับมา พวกเขาชนะการแข่งขันบอลโลกเมื่อครั้งที่แล้ว พวกเขาคงเอาอยู่"
ฉันจ้องดูจอภาพ "ทำไมผู้ชายคนนั้นถึงกระโดดอย่างนั้นล่ะคะ"
พ่ออธิบายอย่างอดทน "คนนั้นแหละ ปาปา บูบา ดิอุป ผู้เล่นที่ชอบกระโดดโลดเต้นหลังทำประตูได้ พวกผู้เล่นจะตื่นเต้นมาก โดยเฉพาะเมื่อทีมฝีมือเป็นรองแบบเซเนกัลยิงประตูทีมระดับแชมเปียนอย่างฝรั่งเศส เอาละ กินต่อสิลูก เดี๋ยวจะเย็นเสียหมด"
ฉันรู้สึกทึ่งมาก พ่ออธิบายทุกอย่างให้ฟังอย่างละเอียด ไม่มีคำตอบห้วนๆอีกแล้ว ฉันรักพ่อคนใหม่นี้จริงๆ
ฉันดูการแข่งขันต่อไปอย่างใจจดใจจ่อยิ่งขึ้น ฉันเห็นทีมเซเนกัลต้านทานทีมฝรั่งเศสได้อย่างเหนียวแน่นจนยากจะเชื่อว่าทีมนี้มีฝีมืออยู่ในอันดับรอง เมื่อการแข่งขันจบลงโดยที่เซเนกัลเป็นฝ่ายชนะไป 1-0 พ่อพยายามกลบเกลื่อนความรู้สึกผิดหวัง "ไม่เป็นไร หรอก ฝรั่งเศสจะต้องชนะในการแข่งขันนัดต่อๆไป แล้วได้เข้ารอบ" พ่อยืนยันกับฉัน จากนั้นก็อธิบายกติกาฟุตบอลให้ฟังและช่วยให้ฉันเข้าใจทุกอย่างที่ดูมา แล้วคืนนั้นฉันก็รู้จักศัพท์ต่างๆเพิ่มขึ้น เช่น เตะลูกโทษ กองหลังซ้ายฟาวล์ แจกใบเหลืองใบแดง และล้ำหน้า
ในเมื่อฉันเริ่มเข้าใจสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น การแข่งขันฟุตบอลโลกก็กลับเป็นเรื่องน่าสนใจขึ้น มา พอฉันบอกพ่อว่าจะดูการแข่งขันด้วยอีก พ่อก็ยิ้มและขยิบตาทำหน้าทะเล้นกับฉัน ที่สุด เราก็มีความสนใจตรงกัน
ฉันกับพ่อดูการแข่งขันนัดสำคัญๆส่วนใหญ่ด้วยกัน เช่น รอบก่อนชิงชนะเลิศและรอบชิงชนะเลิศ ระหว่างการแข่งขันเหล่านี้ ความเห็นของเราไม่สอดคล้องกันนัก ฉันทำนายว่าบราซิลจะได้แชมป์เพราะผู้เล่นของบราซิลมีไหวพริบและทักษะเหนือกว่ามาก แต่พ่อยืนยันว่าเยอรมนีจะต้องชนะเพราะมีกองหลังที่แข็งแกร่ง และโอลิเวอร์ คานเป็นผู้รักษาประตูระดับโลก
เมื่อบราซิลเป็นฝ่ายชนะ พ่อก็คอตกและยอมรับแต่โดยดี "ลูกได้รับการสั่งสอนเรื่องฟุตบอลมาอย่างดีมากจากบรมครูเชียวนะ" พ่อบอก แล้วเราสองคนก็หัวเราะขึ้นพร้อมกัน
นับแต่นั้นมา ฉันกับพ่อก็ดูฟุตบอลด้วยกันตลอด เมื่อดูแล้วก็จะมานั่งวิเคราะห์การเล่นและกลยุทธ์อย่างละเอียด
เราสองคนชื่นชอบการแข่งขันพรีเมียร์ลีกของอังกฤษเป็นพิเศษ ครั้งหนึ่ง หลังการแข่งขันระหว่างทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดกับ ทีมอาร์เซนอลสิ้นสุดลงโดยเสมอกันด้วยแต้ม 0-0 เราก็เถียงกันไม่เลิกว่าทีมไหนเล่นดีกว่ากัน ในที่สุด แม่ต้องเข้ามาขัดจังหวะ "ทั้งแมนยูฯและอาร์เซนอลเล่นยอดเยี่ยมพอๆกัน นั่นแหละ นักฟุตบอลก็เก่งกาจทั้งคู่" แม่บอก "แต่ถ้าพ่อลูกคู่นี้ไม่เลิกเถียงกัน ชาวบ้านก็จะพากันตื่นหมด"
ฟุตบอลช่วยให้ฉันกับพ่อใกล้ชิดกันมากขึ้นอย่างแน่แท้ และช่วยให้เราสานความสัมพันธ์ระหว่างกันที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ใครนะ ที่บอกว่าฟุตบอลเป็นแค่เกมที่คน 22 คนวิ่งไล่ตามลูกกลมๆ
|
| ||||||
แสดงความคิดเห็น
| ชื่อ* | |
| อีเมล* | |
| ความคิดเห็น* | |

เรื่องยอดนิยม
เรื่องยอดนิยม
เรื่องขำขันทั้งหมด
เรื่องขำขันทั้งหมด
ขอตอบด้วยคน
เรื่องเด่นประจำสัปดาห์
![]() อาหาร | ![]() ผู้มีชื่อเสียง | ![]() แรงบันดาลใจ | ![]() อาหาร | เทคโนโลยี | ![]() ท่องเที่ยว |
เรื่องขำขันของคุณมีค่า 1,000 บาท
หากมีเรื่องตลกเฮฮาที่เกิดขึ้นจริง เรามีรางวัล 1,000 บาท สำหรับเรื่องที่ผ่านการคัดเลือกและได้รับการตีพิมพ์ ส่งหาเรา!

แบ่งปัน










