Sorry, the site may not show properly on your browser. Please upgrade your internet browser to a more updated version (minimal IE7) for a better experience.
ลงทะเบียนเพื่อรับโปรโมชั่นพิเศษ   |  ลูกค้าสัมพันธ์
สมัครสมาชิก
หน้าแรก
หน้าแรก » คำแนะนำ & เคล็ดลับ » ความสัมพันธ์ » ช่างโรแมนติก

ช่างโรแมนติก

เคล็ดลับต้องรู้ในการเติมความหวานให้ชีวิตคู่ By พาเมลา วิลสัน
Share แบ่งปัน
ขนาดตัวอักษร AA AA | พิมพ์ | อีเมล

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

  • จีบอย่างไรให้อยู่หมัด
  • ส่งรักด้วยจดหมาย
  • กลยุทธ์การทำกำไรชีวิต

การเอาใจ ใช้เวลาอยู่ด้วยกัน คำพูดหวานๆ...

เราทุกคนต้องการความรักทั้งนั้น ต่อไปนี้คือเคล็ดลับในการเติมความหวานให้กับชีวิตคู่

"เสาร์อาทิตย์นี้เรามาโรแมนติกกันเถอะ" ฉันเปรยกับสามี

"ได้เลย" เขาตอบ

ฉันนึกภาพตัวเองเร่งปั่นงานให้เสร็จเพื่อจะได้รีบไปทำความสะอาดบ้าน พาลูกๆไปฝากไว้ที่บ้านย่า ขากลับแวะซื้ออาหารไปกินกันสองคนที่บ้าน ราวทุ่มหนึ่งเขาก็คงเปิดประตูเข้าบ้าน แต่ฉันยังไม่ทันวาดแผนสวยหรูเสร็จ พ่อเจ้าประคุณก็ทำหน้ายุ่งและพึมพำว่า "ไปล่องเรือกินอาหารค่ำกับไวน์ดีๆกันไหม"

ขณะฉันนึกภาพว่าความโรแมนติกสุดขีดน่าจะเกิดขึ้นในบ้าน แต่สมองสามีกลับมีแต่ภาพของการปลดปล่อยตามใจฝันที่นอกบ้าน สงสัยว่าความหวานแหววในศตวรรษที่ 21 คงจะมีหลากรูปแบบหลายอารมณ์ หัวใจสำคัญน่าจะอยู่ที่การผสมผสานทั้งสององค์ประกอบให้ลงตัว

คราวหน้าฉันคงจะต้องพยายามอ่านใจของเขาให้ถี่ถ้วนกว่านี้

บางทีความโรแมนติกน่าจะเกิดจากการแสดงออกอย่างฟู่ฟ่า เช่น ให้ดอกไม้และช็อกโกแลต หรือพาไปล่องเรือกินมื้อค่ำ แต่ทุกวันนี้ ความหวานซึ้งน่าจะเกิดจากการพยายามหาเวลาอยู่กับคู่รักและทะนุถนอมอย่างดีจนเขาหรือเธอมีพลังพอที่จะตอบแทนคุณด้วยความห่วงใยใส่ใจเช่นกัน

คนเรามักมองข้ามความสำคัญของเวลาและพลังงานที่ควรทุ่มเทเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ องค์การแรงงานโลกวิจัยชั่วโมงการทำงานของประชากรใน 48 ประเทศพบว่า ชาวเอเชียทุ่มเทเวลากับการทำงานมากที่สุด หลายประเทศในเอเชียรวมทั้งไทย มาเลเซีย และฮ่องกงจัดอยู่ในหกลำดับแรกที่ทำงานหนักที่สุด พ่อแม่หลายคนที่มีลูกเล็กหาเวลาให้กับตัวเองไม่ค่อยได้เพราะปัจจุบันครอบครัวสมัยใหม่ไม่ได้อยู่ใกล้ชิดกับครอบครัวขยายเหมือนแต่ก่อน ถ้าอยู่กันแบบครอบครัวใหญ่ สมาชิกคนอื่นๆในบ้านอาจช่วยดูแลลูกได้บ้าง

อย่างไรก็ตาม แม้วิธีแสดงความรักจะเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย เช่น จดหมายรักค่อยๆหายไปเพราะมีการส่งข้อความเข้ามาแทน การจับมือระหว่างดูหนังกลางแปลงก็หมดไปกลายเป็นการนั่งดูดีวีดีด้วยกันบนโซฟา การเล้าโลมก็หมดความสำคัญเมื่อ

มีการใช้ยาบำบัดอาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ แต่คนเราก็ยังโหยหาความโรแมนติกเสมอ

ผลการสำรวจของสมาคมผู้ค้าดอกไม้แห่งสหรัฐฯพบว่า คนร้อยละ 91 ยังคิดว่าความโรแมนติกเป็นองค์ประกอบสำคัญของสัมพันธภาพระหว่างมนุษย์ ขณะงานวิจัยในออสเตรเลียของบริษัทผู้ผลิตยาแก้อาการอวัยวะเพศชายไม่แข็งตัวพบว่าเก้าในสิบของคนอายุ 30 ถึง 59 ปีอยากมีวันหยุดสุดสัปดาห์ที่โรแมนติกกว่านี้ สองในสามของชายที่ให้สัมภาษณ์เลือกใช้เวลาช่วงเสาร์อาทิตย์อย่างโรแมนติกมากกว่าจะไปชมการแข่งขันกีฬานัดสำคัญหรือไปตกปลา

หกวิธีต่อไปนี้ประมวลมาจากงานวิจัยนานาชาติ ซึ่งไม่เพียงจะช่วยให้ไฟรักของคุณลุกโชนได้ยาวนาน แต่ยังเติมชีวิตชีวาให้กับสัมพันธภาพอีกด้วย

1. ชอบอยู่ด้วยกัน

ฟรองซีน แกลกส์บรัน นักเขียนชื่อดัง กล่าวไว้ในหนังสือ Married People: Staying Together in the Age of Divorce (คู่สมรส: วิธีครองรักกันในยุคที่เต็มไปด้วยการหย่าร้าง) ว่าไม่น่าแปลกใจที่การมีความสุขด้วยกันจะเป็นองค์ประกอบสำคัญของชีวิตสมรสอันยืนยาว เธอตั้งข้อสังเกตระหว่างสัมภาษณ์คู่สามีภรรยาว่าเธอรับรู้ได้ถึงความอบอุ่น ความใกล้ชิดและความรักที่ฉายชัดออกมาจากคู่ครองที่มีความสุข "พวกเขาจับมือกัน สัมผัสกัน ยิ้มให้กัน และพูดถึงเรื่องบนเตียงด้วยความอบอุ่นและรักใคร่" แกลกส์บรันกล่าว

เธอสรุปง่ายๆว่าสามีภรรยาที่ครองรักกันได้นานล้วนเริ่มต้นด้วยความรัก ชอบใช้เวลาอยู่ด้วยกันและชอบคุยกัน "พวกเขายังชื่นชมร่างกายของกันและกันด้วย"

2. มีความผูกพัน

การมีความสุขเมื่อใกล้ชิดกับใครสักคนสามารถกระตุ้น "ความผูกพันทางอารมณ์" กับคนเหล่านั้นได้ตามทัศนะของโรบิน พาร์เกอร์ นักเขียนชาวออสเตรเลีย ผู้วิจัยเรื่อง Why Marriages Last (ทำไมชีวิตสมรสยืนยาว)

"การใช้เวลาอยู่ด้วยกันเหมือนโลกนี้มีเราเพียงสองคนทำให้ความผูกพันยืนยาวไปได้เรื่อยๆ และเมื่อเติมความหวานซึ้งลงไป ก็เท่ากับสร้างมิติใหม่ให้กับความสัมพันธ์" พาร์เกอร์กล่าว "ความโรแมนติกก่อให้เกิดความรู้สึกว่ามีใครสักคนที่เป็นห่วงเรา และคนคนนั้นก็อยากให้เรารู้ว่าเขาเป็นห่วง"

ความหวานซึ้งยังคงสร้างความทรงจำใหม่ๆซึ่งจะช่วยถักทอความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

"ความโรแมนติกก่อให้เกิด 'เวลาของสองเรา' ซึ่งสำคัญอย่างยิ่งในการกระชับความผูกพันทางอารมณ์" พาร์เกอร์กล่าว

3. พันธะสัญญา

ขณะสัมภาษณ์แหล่งข่าวเพื่อเขียนหนังสือ Til Death Do Us Part (ตราบจนกว่าความตายจะพรากเรา) เจเน็ตกับโรเบิร์ต เลาเออร์พบว่าสามีภรรยาที่มีความสุขรู้สึกว่าตัวเองมีความผูกมัดกับอีกฝ่ายเช่นเดียวกับที่มีความผูกพันในการใช้ชีวิตด้วยกัน "เวลามีคนมาแสดงความหวานซึ้ง เราจะรู้สึกเป็นคนพิเศษ รู้สึกตัวเองมีคุณค่าและความสำคัญ นี่คือสาเหตุว่าทำไมเราจึงผูกมัดตัวเองกับความสัมพันธ์นั้นตั้งแต่แรก จากนั้นก็สานความโรแมนติกต่อไปตามครรลองของชีวิตคู่" พาร์เกอร์กล่าว

4. รักษาสมดุล

แกลกส์บรันพบว่าคู่สมรสที่มีความสุขสา-มารถแบ่งเวลาที่อยู่ด้วยกันกับเวลาที่ต่างคนต่างอยู่ได้อย่างลงตัว เธอเน้นด้วยว่าการรักษาสมดุลดังกล่าวเป็นองค์ประกอบสำคัญของความแนบแน่นและความพึงพอใจในชีวิตสมรส

แอน ฮอลลันด์แห่งองค์กรเสริมสร้างความสัมพันธ์แห่งออสเตรเลียเห็นด้วยกับแกลกส์บรัน "ควรอยู่ด้วยกันมากแค่ไหนและควรต่างคนต่างอยู่เพียงใดนั้นเป็นเรื่องที่ทั้งสองฝ่ายจะต้องค้นหาร่วมกัน แต่ส่วนใหญ่จะมีฝ่ายหนึ่งที่อยากใกล้ชิดมากกว่าอีกฝ่าย หากเป็นแบบนี้ก็ต้องพูดคุยกัน"

!

!5. มองโลกเป็นสีชมพู!!

การมองหาข้อดีของอีกฝ่ายแทนที่จะจ้องจับผิดก็เป็นอีกวิธีที่จะยืดอายุให้ความรัก "มีหลายอย่างที่เอื้อให้เรามองหาข้อดีของคู่รักได้ไม่ยาก" ฮอลลันด์กล่าว "เช่นความเคารพและปรารถนาดีต่อกันซึ่งเป็นรากฐานของความสัมพันธ์ คุณไม่ได้เป็นแค่คู่รักแต่ยังเป็นเพื่อนกันด้วย เมื่อความรักเหือดแห้งไป มิตรภาพจะช่วยให้คุณตั้งต้นใหม่ได้"

ผลการศึกษาของเดล กริฟฟินในสหรัฐฯ พบว่าคนที่มองคู่รักของตนผ่านแว่นตาสีชมพูมักมีสัมพันธภาพที่ยืนยาวและมีความสุขกว่า "ความสัมพันธ์ที่งอกงาม ความสุขที่เพิ่มพูน ความขัดแย้งที่น้อยลง ความระแวงที่ถอยห่างออกไปและความไม่มั่นคงในชีวิตที่ลดลง ทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นเมื่อคุณมองว่าคู่รักของคุณเป็นคนประเสริฐที่สุดและเขาก็มองว่าคุณเป็นคนประเสริฐที่สุดเช่นกัน" กริฟฟินกล่าว "ความมั่นคงในจิตใจและความเชื่อมั่นที่ยั่งยืน ทั้งสองอย่างนี้ขึ้นอยู่กับการแสวงหาข้อดีที่สุดของกันและกัน"

6. ลงทุนลงแรง

เมื่อพูดถึงหัวใจของสัมพันธภาพ ดูเหมือนว่าความพยายามที่ทุ่มเทให้กับความโรแมนติกนั้นจะสำคัญกว่าการกระทำ ดังคำกล่าวที่หลายคนยกมาอ้างบ่อยๆคือสิ่งสำคัญอยู่ที่ความเข้าใจ

"ความสำคัญอยู่ที่ความพยายามที่จะทำให้สัมพันธภาพของคุณยังคงตื่นเต้นเร้าใจ" ฮอลลันด์กล่าว "ตอนรักกันใหม่ๆเราก็เข้าใจความสำคัญของเรื่องนี้ดีอยู่หรอก กล่าวคือ พยายามหาเวลาอยู่ด้วยกันสองต่อสอง และสนใจชีวิตของอีกฝ่ายในทุกแง่ทุกมุม แม้กระทั่งว่าแต่ละวันเขาทำอะไรบ้าง แต่พอนานวัน เราก็ละเลยสิ่งเหล่านี้ที่เคยทำซึ่งอาจนำไปสู่ความเหินห่างทางอารมณ์ได้"

8
คุณชอบบทความนี้ไหม?เชิญให้คะแนน

Q&A Interview:Getting Ahead with James Dyson

Share แบ่งปัน
พิมพ์ | อีเมล

เรื่องยอดนิยม ...

  1. กลับบ้าน
  2. เรื่องเล่าจากคุณแม่จอมเฮี้ยบ
  3. นั่ง, นิ่ง, หมอบ!

ประเภทของ คำแนะนำ & เคล็ดลับ

  • อาหาร
  • รักษ์สุขภาพ
  • เทคโนโลยี
  • ความสัมพันธ์
  • เดินทาง
  • ใช้เวลาว่าง
  • เงินทอง
  • สัตว์เลี้ยง

แสดงความคิดเห็น

ชื่อ*
อีเมล*
ความคิดเห็น*
Disclaimer : Reader's Digest reserves the right and authority to display your postings or not, and modify your posts to remove offensive material, remove vulgar comments, remove insults or delete any other content deemed inappropriate, at our discretion.
ท่านต้องการอ่านทุกเดือนไหม
สมัครสมาชิกนิตยสาร รีดเดอร์ส ไดเจสท์ สรรสาระ เพียง 996 บาทต่อปี
Shop Online
1 | 2 | 3 | 4 | 5
  • E20i
    English in 20 Minutes Interactive

    THB4,888.00
    buy
  • Mood Music
    Mood Music for Listening and Relaxation

    THB1,990.00
    buy
  • Salute to the King Set
    Salute to the King Set

    THB1,590.00
    buy
  • Manage Your Boss
    Managing Your Manager

    THB32.00
    buy
  • เมื่อธรรมชาติแผลงฤทธิ์
    เมื่อธรรมชาติแผลงฤทธิ์

    THB1,690.00
    buy
ดูผลิตภัณฑ์อื่นๆ

เรื่องยอดนิยม

  • ตลอดกาล
  • สัปดาห์นี้
  • This month
1โตโน่ จาก Reality สู่ชีวิตจริงของดาวรุ่ง
25 วิธีจับโกหก
3ติ๊ก เจษฎาภรณ์ สุภาพบุรุษโลกสีเขียว
4วาทศิลป์แห่งปัญญาของในหลวง
541 ความในใจที่หมอขอบอก
629 เคล็ดลับทางการเงิน
7“ผมภูมิใจในตัวพ่อ นักสู้แห่งเทือกเขาบูโด”
8โพแทสเซียม
9ชีวิตที่นับหนึ่งใหม่
10พลิกความเครียดให้เป็นประโยชน์

เรื่องขำขันทั้งหมด

หัวเราะคือยาวิเศษ

ช่วงวันหยุด แม่เลี้ยงขอฉันโทรศัพท์ไปที่ร้านคาเฟ่เพื่อจองที่นั่งเวลา 19.00 น... 100% ร่วมลงคะแนน

หัวเราะคือยาวิเศษ

ชายคนหนึ่งบอกหมอว่า "หมอครับ ช่วยผมด้วย ผมติดทวิตเตอร์อย่างหนัก" หมอตอบว่า ... 100% ร่วมลงคะแนน

หัวเราะคือยาวิเศษ

ตอนเด็กๆ ครอบครัวผมจนมากไม่มีปัญญาซื้อรองเท้าผ้าใบสวยๆ ให้ผม ตอนที่ผมบอกให้... 100% ร่วมลงคะแนน
See All Jokes

ขอตอบด้วยคน

วิธีทำโทษเด็กแบบไหนดีที่สุด
142 Votes

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์

อาหาร

เต้าหู้ผัดเต้าซี่

ผู้มีชื่อเสียง

วาทศิลป์แห่งปัญญาของในหลวง

แรงบันดาลใจ

บุคคลแห่งปีของเอเชีย

อาหาร

สลัดผักร็อกเก็ตและชีส

เทคโนโลยี

พญาอินทรีแห่งฝูงปักษา

ท่องเที่ยว

อิสตันบูล

ธันวาคม 2554

วาทศิลป์แห่งปัญญาของในหลวง
  • ฉบับนี้
  • สมัครสมาชิก
  • รับฟรี E-Newsletter
ติดต่อเรา
  • ส่งเรื่องขำขัน
  • ส่งบทความ
  • ส่งภาพ
  • แสดงความคิดเห็น
  • ติดต่อเรา
  • คำแนะนำ
  • อีเมลถึงบรรณาธิการ
  • ลูกค้าสัมพันธ์

เรื่องขำขันของคุณมีค่า 1,000 บาท

หากมีเรื่องตลกเฮฮาที่เกิดขึ้นจริง เรามีรางวัล 1,000 บาท สำหรับเรื่องที่ผ่านการคัดเลือกและได้รับการตีพิมพ์ ส่งหาเรา!

ผู้โชคดีได้รับรางวัลประจำปี 2555

รายการ “ลุ้นรวยรับรางวัลรวม 7 ล้าน”

ติดตามผลรายชื่อผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลจากเราได้ที่นี่

 

ติดต่อเรา | เว็บไซต์รีดเดอร์ส ไดเจสท์ เอเชีย | แบรนด์ที่คุณเชื่อมั่นที่สุด | ติดต่อโฆษณา | นโยบายบริษัท | ข้อกำหนดในการใช้งาน | แผนผังเว็บ © 2012 The Reader's Digest Association, Inc