อดัม บริโม ถือสายรอขณะโทรศัพท์ไปที่แผนกบริการลูกค้าของบริษัทโวดาโฟนวันอาทิตย์หนึ่งในเดือนธันวาคม ปี 2553 จู่ๆ ก็เกิดคิดแวบขึ้นมา เราน่าจะทำอะไรสักอย่างที่มีประโยชน์กว่านี้ บัณฑิตหมาดๆ จากมหาวิท ยาลัยนิวเซาท์เวลส์พึมพำด้วยความหงุดหงิด ทำไมเราต้องมานั่งรอสายแบบนี้กันนะ...

ตอนนั้นหนุ่มวัย 23 ปีคิดไม่ถึงว่าสิ่งที่เขาทำจะส่งผลวงกว้างเพียงใด รู้แค่ว่าเส้นความอดทนใกล้ขาดผึงเต็มที หลายสัปดาห์แล้วที่บัณฑิตหนุ่มด้านวิศวกรรมซอฟต์แวร์ พยายามจะบอกบริษัทโทรศัพท์มือถือที่เขาเป็นลูกค้าอยู่ให้ปรับปรุงการบริการบ้างเพราะมีทั้งสายหลุด ไม่มีสัญญาณ ส่งข้อความล่าช้า เรื่องแย่ๆ ทุกอย่างเขาผ่านมาหมดแล้ว แต่ทุกครั้งที่บริโมโทรศัพท์ไปที่โวดาโฟน สายของเขาจะถูกโอนไปมาจนน่าอ่อนใจ

ดังนั้นบริโมจึงเปิดเว็บไซต์ชื่อว่า Voda fail.com (เลียนชื่อของโวดาโฟน แต่แฝงความหมายว่าล้มเหลว) เพราะเป็นทางเดียวที่จะค้นหาว่ามีลูกค้าของบริษัทมือถือเจ้านี้ประสบปัญหาเหมือนกันหรือไม่ “ผมตั้งกลุ่มสนทนาเรียกว่า “แบ่งปันความเจ็บปวด” ไม่ถึงสัปดาห์ก็มีคนส่งเรื่องมาแลกเปลี่ยนกันถึงกว่า 1,000 เรื่อง” บริโมกล่าว

เขาใช้เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และสื่ออินเทอร์ เน็ตทั้งหลายผ่านทางเว็บไซต์ชื่อว่า whirl pool.net.au เพื่อรายงานข่าวคืบหน้าและความเคลื่อนไหวต่างๆ ให้บรรดาคนใช้โทร ศัพท์รับทราบ ไม่นาน Vodafail ก็แพร่หลายออกไปอย่างรวดเร็วแบบไวรัส

“ผมทำงานทั้งวันทั้งคืนเพื่อรายงานความคืบหน้า” บริโมกล่าว “ผมสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ลงไปด้วย เช่น แผนที่แสดงสัญญาณโทร ศัพท์มือถือของออสเตรเลีย ซึ่งคนที่ประสบ ปัญหาเหมือนกันสามารถลงทะเบียนด้วยรหัสไปรษณีย์ของตัวเอง พร้อมระบุระดับความชัดเจนของสัญญาณ แผนที่นี้ได้รับความนิยมอย่างมาก”

เมื่อได้รับแรงสนับสนุนอย่างล้นหลาม บริโมจึงติดต่อสำนักงานตรวจการอุตสาหกรรมโทรคมนาคมของออสเตรเลีย และเมื่อถึงวันที่ 21 ธันวาคม บริษัทก็ยอมให้เขายกเลิกสัญญาที่มีระยะเวลาถึง 24 เดือนได้

การโต้ตอบของบริโมกลายเป็นข่าวฮือฮาและดังยิ่งขึ้นเมื่อบริษัทกฎหมายชื่อดังไพเพอร์ แอลเดอร์แมนดำเนินการฟ้องร้องคดีแบบกลุ่ม จึงกลายเป็นแรงกดดันให้นิเกล ดิวส์ ประธานกรรมการบริษัทโวดาโฟนฮัทชิสันออสเตรเลียต้องออกหนังสือขอโทษลูกค้าโดยเผยแพร่ในเว็บไซต์ของบริษัท “การที่ลูกค้ามีความสุขกับการใช้งานผ่านเครือข่ายของเราเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งต่อบริษัท แต่สองสามสัปดาห์มานี้ มีลูกค้าบางคนมีประสบ การณ์ไม่ดีและผิดหวังกับการบริการของเรา ผมต้องขออภัยมา ณ ที่นี้” ดิวส์เขียน

สัปดาห์ต่อมา ประธานบริษัทโวดาโฟนก็โทรศัพท์มาหาบริโมและนัดให้ไปพบกัน บริโมกล่าวว่า “ความจริงตอนนั้นผมเหนื่อยมากเพราะดูแลเว็บไซต์นานหลายวัน แต่ผมก็ไปตามนัด เขาถามว่ามีอะไรให้ช่วยไหม”

แต่ข้อเสนอนี้เข้าทำนอง “น้อยเกินไป และสายเกินไป” เพราะตอนนี้บริโมเปลี่ยนไปใช้บริการของเครือข่ายอื่นเรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตามเมื่อมีเรื่องร้องเรียน “ความเจ็บ ปวด” สะสมอยู่ในเว็บไซต์ vodafail เกินกว่า 12,000 เรื่องภายในเดือนเดียว เขาก็เดินหน้าต่อไปด้วยการรวบรวมเป็นรายงานและนำไปยื่นที่สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคและการแข่งขันทางการค้าออสเตรเลีย

“ผมคัดกรองข้อมูลและสรุปว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง สาเหตุเกิดจากอะไร และต้องดำเนิน การอะไรบ้างเพื่อป้องกันปัญหาเหล่านี้” บริโม กล่าว “ผมไม่ได้คาดหมายว่าความพยายามของผมจะทำให้เกิดผลอย่างที่รู้ๆ กัน และคงไม่มีอะไรเกิดขึ้นถ้าไม่มีคนอีกหลายพันมาร่วมแบ่งปันปัญหาของตัวเองให้ผมรู้ ทุกคนไว้วางใจมอบหมายให้ผมทำสิ่งที่ถูกต้อง”

“เพราะฉะนั้นผมมั่นใจว่ารายงานที่อุตส่าห์ทำขึ้นมาเพื่อให้การบริการดีขึ้นในอนาคตนั้นน่าจะมีประโยชน์สำหรับสำนักงานคุ้มครอง ผู้บริโภคฯ”

ในที่สุดโวดาโฟนประกาศทุ่มงบประมาณราว 500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (15,000 ล้านบาท) เพื่อปรับปรุงเครือข่าย ขณะที่ดิวส์เอง ก็สัญญาว่าจะจ้างพนักงานเพิ่ม 300 คน เพื่อแก้ปัญหาให้ลูกค้าทั่วประเทศ “บริษัทนำ สิ่งที่ผมเสนอไว้ในรายงานที่ส่งให้สำนักงาน คุ้มครองผู้บริโภคฯ ไปใช้ ทำให้ผมรู้สึกว่าเป็นฝ่ายชนะ” บริโมบอก “เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงก็เท่ากับลูกค้าอย่างพวกเราชนะ!”

แล้วลูกค้าหัวเห็ดอย่างเขามีแผนอะไรต่อไป บริโมตอบอย่างขึงขังว่า “ถึงเวลาต้องรุกคืบต่อไป!”

อย่าทำให้ลูกค้าโกรธ

เพทรา เวนน์เบิร์ก เซซาริโอ ใช้รถวอลโว่ซึ่งการซ่อมบำรุงได้รับการคุ้มครองตามสัญญากับบริษัทวอลโว่ แต่เมื่อสองสามปีก่อน รถของเธอมีปัญหาเข้าเกียร์ไม่ได้ทั้งที่เพิ่งขับมาได้เพียง 96,000 กิโลเมตร ตัว แทนจำหน่ายท้องถิ่นในเมืองพาซาดีนา รัฐแคลิฟอร์เนีย เปลี่ยนกระปุกเกียร์ให้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ แต่รถก็ยังมีปัญหาเวลาเข้าเกียร์ เร่งเครื่อง และมักออกอาการแกว่งๆ เวนน์เบิร์ก เซซาริโอจึงร้องเรียนและนำรถไปซ่อมเพิ่มเติม แต่ตัวแทนจำหน่ายที่ชื่อว่ารัสแนกวอลโว่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้

สามปีต่อมา สัญญาคุ้มครองการซ่อมบำรุงกับบริษัทก็หมดลง “ตัวแทนจำหน่ายบอกให้ฉันเปลี่ยนกระปุกเกียร์ใหม่” เวนน์เบิร์ก เซซาริโอกล่าว “แต่คราวนี้ฉันต้องจ่ายค่าซ่อมทั้งหมด 3,700 เหรียญ (ราว 111,000 บาท) ซึ่งใครจะไปยอม” เธอติดต่อไปที่สำนักงานของประธานบริษัทวอลโว่อเมริกาเหนือ และได้รับคำตอบว่านี่คือค่าซ่อมถูกที่สุดที่บริษัทจะเสนอให้ได้

แม่ลูกสองวัย 41 ปีจึงทำสิ่งที่เธอคิดว่าสมควรทำต่อไป เธอกลับไปหารากเหง้าของตัวเอง แล้วเวนน์เบิร์ก เซซาริโอก็แต่งตัวเป็นฟรียา สเวนสัน เทพีของชาวสวีเดน ซึ่งสวมหมวกไวกิงและควงดาบคมกริบ

เธอตั้งเว็บไซต์ของตัวเองที่มีชื่อว่าrusmackedvolvo.com และนำคลิปวิดีโอล้อเลียนบริษัทที่ทำขึ้นเองมาเผยแพร่ในบล็อกบนเว็บไซต์นั้น “ฟรียา” ฟันตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ไม่ยั้ง มีคลิปหนึ่งเธอเล่นกีตาร์ด้วยตัวเองพร้อมกับร้องเพลงภาษาสวีดิช (พร้อมคำบรรยายภาษาอังกฤษ) “โอ้! วอลโว่ กับราาาาาสนาาาาก / เจ้าเอากระปุก เกียร์ห่วยๆ มาให้ข้าาาาาา / บัดนี้ความรักที่เราเคยมีให้แก่กันมีอันต้องจืดจาง”

เพียงไม่ถึงสิบวัน มีคนเข้าชมวิดีโอนี้แล้ว กว่า 20,000 คน รวมทั้งผู้บริหารของวอลโว่ซึ่งรีบโทรศัพท์ติดต่อเซซาริโอทันที และบอกว่าบริษัท “ยินดีจะสืบหาต้นตอของปัญหานี้โดยด่วน”

หลังตรวจดูรถอย่างถี่ถ้วนและพบปัญหาอยู่หลายจุด วอลโว่จึงได้ตกลงจ่ายค่าซ่อมทั้งหมดให้ซึ่งมากถึง 9,000 เหรียญ (ราว 270,000 บาท)

“ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องความอาฆาต” เซซาริโอยืนยัน “ฉันแค่อยากถ่ายทอดความจริงเกี่ยวกับความไม่เป็นธรรมที่ฉันได้รับมา และไม่คิดไม่ฝันว่าจะกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตขนาดนี้ อย่างไรก็ตามฉันรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เป็นปากเป็นเสียงแทนคนตัวเล็กๆ คนนั้น”

เบาๆ หน่อย

เดฟ คาร์รอลล์ เป็นนักดนตรี ขณะรอลงจากเครื่องบินในชิคาโก เขาได้ยินผู้โดยสารข้างๆ พูดถึงภาพที่กำลังเกิดขึ้นบนลานบินว่า “พระเจ้าช่วย พวกเขากำลังโยนกีตาร์! โยนเอาๆ” และหนึ่งในนั้นคือกีตาร์ตัวโปรดของคาร์รอลล์ รุ่นเทย์เลอร์ 710 เล่นได้ทั้งแบบอะคูสติกและแบบไฟฟ้า มูลค่าราว 3,500 เหรียญ (105,000 บาท) ปรากฏว่าส่วนฐานแตก คาร์รอลล์จึงติดต่อไปที่บริษัทยูไนเต็ดแอร์ไลน์เพื่อเรียกร้องค่าชดเชย แต่สายโทรศัพท์ของเขาถูกโอนไปมาอยู่หลายทอด แต่ละคนอ้างว่าอีกแผนกเป็นผู้รับผิดชอบ หลังจากพยายามอย่างหนักนานถึงเก้าเดือน ในที่สุดทางสายการบินก็แจ้งว่าไม่สามารถรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นได้ และไม่นานการติดต่อต่างๆ ก็จบลง

แต่สำหรับคาร์รอลล์แล้วเรื่องนี้ยังไม่จบ เขารู้ดีว่าความขัดแย้งเป็นแก่นเรื่องของการแสดงได้ดี เขาจึงจัดทำมิวสิกวิดีโอขึ้นเรื่องหนึ่งชื่อว่า “ยูไนเต็ดทำกีตาร์พัง” (United Breaks Guitars) ในนั้นมีนักแสดงที่ทำท่าเป็นพนักงานขนย้ายกระเป๋าท่าทางเงอะงะมีภาพกีตาร์วางอยู่บนพื้นลานบิน และมีสีพ่นไว้โดยรอบเหมือนที่เกิดเหตุอาชญากรรม สุดท้ายมีเสียงร่ำไห้แสดงความอาลัยต่อการจากไปของเทย์เลอร์ 710 คาร์รอลล์ร้องประกอบว่า “คุณทำพัง คุณต้องแก้ไข คุณต้องรับผิด ยอมรับมาเถอะ / ผมน่าจะบินไปกับสายการบินอื่น / หรือควรจะเดินทางโดยรถยนต์ / เพราะยูไนเต็ดทำกีตาร์พัง”

เพียงไม่กี่วันก็มีคนเปิดเข้าวิดีโอนี้ในยูทูบมากกว่าหนึ่งล้านคน และสื่อมวลชนสาขาต่างๆ เริ่มสนใจเรื่องที่เกิดขึ้น หลังจากวิดีโอของคาร์รอลล์แพร่หลายออกไปอย่างรวดเร็ว ทางสายการบินก็เปลี่ยนน้ำเสียงและท่าทีต่อเขา แม้จะยังไม่ยอมรับผิด แต่สายการบินเสนอจ่ายเงินสดให้ 1,200 เหรียญสหรัฐฯ (ราว 36,000 บาท) และตั๋วโดยสารสมนาคุณ มูลค่า 1,200 เหรียญ แต่คาร์รอลล์ปฏิเสธ

“ผมบอกว่าเรื่องค่าชดเชยมันจบไปตั้งแต่ตอนที่คุณปิดประตูใส่หน้าผมแล้ว”

เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้คาร์รอลล์มีอนาคตสดใสขึ้นในวงการดนตรี ที่สำคัญคือบริษัทผลิตและจำหน่ายกีตาร์ยี่ห้อเทย์เลอร์ เชิญเขาไปที่โรงงานและมอบกีตาร์ใหม่เอี่ยมให้เขาสองตัว “ถ้าคนเราลุกขึ้นปกป้องสิทธิของตัวเอง ก็ย่อมได้รับผลตอบแทนดีๆแบบนี้” คาร์รอลกล่าว

ดอกไม้กับก้อนหิน

ขณะที่เดฟ คลาร์ก สรุปการซื้อดอกไม้กับของขวัญทางอินเทอร์เน็ตจากผู้ค้ารายย่อยชื่อว่า 1-800-Flowers เขาคลิกเข้าไปที่ลิงก์ลดราคาสินค้าที่เพิ่งซื้อไป แต่เขาไม่รู้ตัวเลยว่าเขากลายเป็น “สมาชิก” ของทีแอลเจลิฟเวลล์ ซึ่งเป็นห้างหุ้นส่วนระหว่าง 1-800-Flowers กับ Trilegiant (ทีแอลเจ) ที่ให้สิทธิสมาชิกซื้อสินค้าของ 1-800-Flowers และยี่ห้ออื่นๆ ได้ในราคาพิเศษ ทั้งสองบริษัทกล่าวตรงกันว่าคลาร์กน่าจะรู้อยู่ เพราะเงื่อนไขการเป็นสมาชิกเปิดเผยในหน้าต่างอีกอันซึ่งเห็นทันทีที่คลิกรับส่วนลดและต้องให้ข้อมูลเป็นสมาชิกด้วย

แต่เดฟ คลาร์กก็ไม่รู้ จนบ่ายวันหนึ่งคลาร์กวัย 27 ปีเห็นว่าเขาถูกเก็บค่าสมาชิกรายเดือนมาตั้งแต่ซื้อของลดราคาปีกลาย รวมกว่า 150 เหรียญ

“ผมเป็นนักเทคโนโลยีตัวยง ทำงานท่องเว็บทั้งวัน ยังไม่วายตกเป็นเหยื่อ” คลาร์กกล่าว เขาเป็นที่ปรึกษาด้านอินเทอร์เน็ต

แต่คลาร์กไม่ได้เป็นเหยื่อคนเดียว ทีแอลเจเคยถูกฟ้องทำนองนี้มาหลายคดีแล้ว และลูกค้าอีกหลายพันคนร้องเรียนอยู่

พอรู้ว่าถูกเรียกเก็บเงินแบบนั้น คลาร์กโทรศัพท์ติดต่อแผนกบริการลูกค้า สุดท้ายทีแอลเจบอกว่าจะคืนเงินค่าสมาชิกให้สองเดือน

“ข้อเสนอนี้ทำให้ผมปรอทแตกทันที” คลาร์กกล่าว แล้วถ่ายทอดความไม่พอใจผ่านทางทวิตเตอร์ มีคนมากมายเข้ามาแบ่ง ปันเรื่องราวคล้ายๆ กัน หลายคนเอาเรื่องราวในทวิตเตอร์ของเขาไปส่งต่อ ทำให้เรื่องนี้แพร่หลายในโลกอินเทอร์เน็ต

เพียงไม่กี่ชั่วโมง ตัวแทนของ 1-800-Flowers ก็ตอบทวิตเตอร์ของคลาร์กและบริษัทคืนเงินค่าสมาชิกที่เก็บไปทั้งหมด และ 1-800-Flowers ยังยกเลิกการส่งเสริมการขายร่วมกับทีแอลเจที่ลูกค้าสับสนด้วย

 

2
คุณชอบบทความนี้ไหม?เชิญให้คะแนน

เรื่องยอดนิยม ...

  1. วีรกรรมของเจ้านายงี่เง่า
  2. ฮาแบบนี้ ไม่มีแป้ก
  3. แพทย์ผู้ใช้ความจริงเป็นอาวุธ

ประเภทของ เรื่องราว

แสดงความคิดเห็น

ชื่อ*
อีเมล*
ความคิดเห็น*
Disclaimer : Reader's Digest reserves the right and authority to display your postings or not, and modify your posts to remove offensive material, remove vulgar comments, remove insults or delete any other content deemed inappropriate, at our discretion.

เรื่องราว ที่น่าสนใจ

แรงบันดาลใจ
สุขภาพ & การแพทย์
อาหาร & สูตรอาหาร
บ้าน & สวน
เรื่องเล่า & สัมภาษณ์
บทความแรงบันดาลใจทั้งหมด สุขภาพ & การแพทย์ทั้งหมด อาหาร & สูตรอาหารทั้งหมด บ้าน & สวนทั้งหมด เรื่องเล่า & สัมภาษณ์ทั้งหมด