
English in 20 Minutes Interactive
THB4,888.00


Mood Music for Listening and Relaxation
THB1,990.00


Salute to the King Set
THB1,590.00


Managing Your Manager
THB32.00


เมื่อธรรมชาติแผลงฤทธิ์
THB1,690.00

ลูกผู้ชายต้องเข้มแข็ง

เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ใครสะอื้นไห้เวลาดูหนังเศร้า ใครจะเป็นจะตายเวลาอกหัก ไม่น่าเชื่อว่าคำตอบคือผู้ชาย ผลการศึกษาเผยว่าผู้ชายมีอารมณ์ความรู้สึกซับซ้อนและเข้าใจยากไม่แพ้ผู้หญิง บางครั้งอาจลึกลับจนแม้ตัวเขาเองก็ไม่เข้าใจ นับประสาอะไรกับผู้หญิง
แม้อารมณ์จะเป็นจุดเด่นที่สุดของผู้หญิง แต่ผู้ชายก็มีความอ่อนไหวและมีประสบการณ์ด้านอารมณ์ได้มากพอๆกัน ในการศึกษาภาวะด้านอารมณ์ของผู้ใหญ่ 500,000 คน กลุ่มตัวอย่างเพศชายระบุว่ารู้สึกอ่อนไหวสูงพอๆกับกลุ่มตัวอย่างเพศหญิง การศึกษาคู่สามีภรรยาพบว่าทั้งสองอ่อนไหวต่อความเครียดของคู่สมรสมากเท่าๆกัน แต่ก็สามารถปลอบโยนอีกฝ่ายได้ดีไม่แพ้กัน
แม้หญิงชายอาจถอนหายใจ ร้องไห้ เฮฮา กราดเกรี้ยว ตะโกน หรือแสดงความรำคาญได้บ่อยพอกัน แต่ทั้งสองเพศมีวิธีแสดงอารมณ์ต่างกัน "อารมณ์เป็นฉากหลังในชีวิตของผู้ชายขณะที่เป็นฉากหน้าในชีวิตของผู้หญิง" ดร. จอช โคลแมน นักจิตวิทยาผู้เขียนหนังสือ สามีจอมขี้เกียจ (The Lazy Husband) กล่าว "ฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนส่งผลต่อความรู้สึกของผู้ชายซึ่งจัดหมวดหมู่สิ่งต่างๆและมองทุกอย่างเป็นเหตุเป็นผลมากกว่า ดูเหมือนหญิงจะโอนอ่อนตามอารมณ์มากกว่าชายซึ่งพยายามจัดการกับอารมณ์เหล่านี้ เมื่อเป็นเช่นนี้ ผลประโยชน์ก็ตกอยู่กับทั้งสองฝ่าย ความสัมพันธ์ดีขึ้นและทั้งคู่ก็มีความสุขมากขึ้น"
กลไกในสมอง
เมื่อ 13 ปีที่แล้ว คริส ชโรเดอร์ นักธุรกิจวัย 48 มีชีวิตเพียบพร้อม สุขภาพแข็งแรง มีงานที่ชอบ มีภรรยาและลูกสุดที่รักสองคน แต่ภายในหนึ่งเดือน ทุกอย่างก็พังทลายลงเมื่อเขาป่วยเป็นไวรัสตับอักเสบจนต้องเข้าพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล จากนั้นก็ถูกปลดออกจากงาน ชีวิตแต่งงานอับปางลง เขาคาดไม่ถึงว่าชีวิตจะเลวร้ายถึงเพียงนี้ คริสทวนความหลังว่า "ผมดำเนินชีวิตต่อไปแบบซังกะตาย แต่ไม่แสดงความรู้สึกในใจมากนัก ผมไม่เฉลียวใจเลยว่าเราควรปลดปล่อยความกลัดกลุ้มออกมาบ้าง และไม่รู้ด้วยว่าควรปลดปล่อยอย่างไร"
ทำไมผู้ชายขาดความละเอียดอ่อนทางอารมณ์ คำตอบคือต้องโทษสมอง ดร. เดวิด พาวเวล ประธานศูนย์ปฏิบัติการด้านสุขภาพนานาชาติ อธิบายว่า สมองของหญิงมีการสื่อสารระหว่างซีกซ้ายซึ่งควบคุมระบบเหตุผลกับซีกขวาซึ่งควบคุมการทำงานของอารมณ์ได้ดีกว่าสมองของชาย
ทั้งหมดนี้อาจเป็นเหตุผลว่าทำไมผลการศึกษาในกลุ่มสังคมต่างวัฒนธรรม 125 ฉบับจึงระบุว่าเด็กชายกับผู้ชายตีความสารที่ไม่ได้สื่อออกมาเป็นคำพูด เช่น อากัปกิริยา สีหน้า และน้ำเสียงของคู่สนทนาผิดพลาดกว่าผู้หญิง ผู้ชายยังมีปฏิกิริยาต่ออารมณ์น้อยกว่าและลืมได้เร็วกว่า การทดลองที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดพบว่า ภาพสะเทือนอารมณ์ก่อให้เกิดปฏิกิริยาในสมองของหญิงมากกว่าชาย สามสัปดาห์ต่อมา ผู้หญิงยังจำรายละเอียดของภาพได้มากกว่า นักวิจัยตั้งข้อสันนิษฐานว่าผลการศึกษานี้น่าจะอธิบายว่าทำไมผู้หญิงจึงพร่ำบ่นเรื่องหยุมหยิมที่สามีลืมไปตั้งนานแล้ว
การหย่าร้างซึ่งที่จริงส่งผลกระทบต่อจิตใจของชายมากกว่าหญิงนั้น บางครั้งทำให้ผู้ชายต้องสำรวจอารมณ์ของตัวเองเสียใหม่ "นานหลายปีที่ผมต่อสู้กับความกลัดกลุ้มซึ่งสุมแน่นอยู่ในใจโดยไม่รู้ตัว แต่เมื่อใดที่คุณตระหนักว่ามีอารมณ์บางอย่างคุกรุ่นอยู่ในใจ คุณจะรู้สึกว่าเก็บกักไว้เหมือนเดิมได้ยาก ตอนนี้ผมใช้ชีวิตให้มีค่าขึ้น รับรู้สมองฝ่ายความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น ถ้ารู้อย่างที่รู้ก่อนหน้านี้ ผมคงจะเป็นสามีที่ดีกว่านี้" นี่คือคำสารภาพของคริสซึ่งแต่งงานใหม่เมื่อไม่นานนี้หลังครองสถานะม่ายร่วมสิบปี
น้ำตาลูกผู้ชาย
ครั้งแรกที่โรเบิร์ต เวสต์โอเวอร์ วัย 41 เห็นพ่อร้องไห้ คือวันที่เขาสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนาวิกโยธินซึ่งทั้งพ่อและปู่เคยเรียนมาก่อน เนื่องจากเติบโตมากับพี่น้องผู้ชายสามคนในครอบครัวทหาร โรเบิร์ตจึงได้รับการปลูกฝังให้กินเร็ว พูดดังฟังชัดชอบ การแข่งขันและเก็บกดความรู้สึก "การแสดง อารมณ์เป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับผู้ชาย" โรเบิร์ตกล่าว
เด็กชายทุกคนได้รับการสั่งสอนแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก พออายุหนึ่งขวบก็เริ่มสบตาน้อยกว่าเด็กหญิงและหันไปสนใจกับสิ่งที่เคลื่อนไหวเช่นรถยนต์มากกว่าจะมองหน้าคน พ่อแม่แสดงความรู้สึกกับลูกชายน้อยกว่ากับลูกสาว (ยกเว้นอารมณ์โกรธ) เด็กชายจึงรู้จักคำศัพท์เกี่ยวกับ "อารมณ์" น้อยกว่าเด็กผู้หญิง เวลาอยู่ในสนามเด็กเล่นนอกบ้าน เด็กชายถูกสอนว่าต้องกลั้นน้ำตาและไม่ขี้ขลาด เมื่อเข้าโรงเรียน ใบหน้าของเด็กชายซึ่งครั้งหนึ่งเคยเปิดเผยไม่ต่างจากเด็กหญิงเริ่มแสดงอารมณ์น้อยลงเรื่อยๆ
พอโตเป็นผู้ใหญ่ ชายจะพูดน้อยลง อย่างน้อยเวลาอยู่หน้าสาธารณชน ชายจะพูดเพื่อแสดงว่าตนเหนือกว่าผู้อื่น ตรงข้ามกับผู้หญิงซึ่งจะพูดเพื่อดึงดูดความสนใจคนรอบข้าง แม้แต่กับเพื่อนส่วนใหญ่ ผู้ชายก็อาศัยคำพูดเป็นเครื่องแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านงานช่าง กีฬา รถยนต์ คอมพิวเตอร์ "ผู้หญิงพูดเพื่อให้หัวสมองปลอดโปร่ง แต่ผู้ชายคิดก่อนพูด" นายแพทย์มาร์ก กูลส์ทัน จิตแพทย์และผู้แต่งหนังสือ เคล็ดลับหกประการให้สัมพันธภาพยืนยาว (The 6 Secrets of a Lasting Relationship) "ถ้าไม่คิดก่อนพูด ผู้ชายอาจหลุดปากพูดอะไรโง่ๆออกไปจนเสียหน้า หรืออาจพูดไม่เข้าหูคนจนกลายเป็นเรื่องชกต่อย ทางที่ดีคือไม่พูดอะไรเลย"
อะไรซ่อนอยู่ภายหลังหน้ากากเหล็กและความเงียบขรึมของผู้ชาย ความอ่อนแอไงล่ะ ผู้เชี่ยวชาญลงความเห็นว่าผู้ชายส่วนใหญ่รู้สึกไม่มั่นคงโดยตัวเองยากจะยอมรับ และไม่มั่นคงเกินกว่าที่ภรรยาคาดเดาไว้ "ผู้ชายทุกคนมีความกลัวลับๆอยู่อย่างหนึ่งว่าจะไร้สมรรถภาพและความกล้าหาญ เรียกว่ากลัวตัวเองจะไม่เป็นชายอย่างที่ควรจะเป็น" หมอกูลส�ทันกล่าว "ผู้ชายรู้ว่ามีหน้าที่เป็นหัวหน้าครอบครัว ถ้าข้าวของในบ้านพังจะต้องซ่อมได้ เมื่อรู้สึกว่าตนไร้ความสามารถก็จะถอยห่างและปลีกตัวออกไป"
กฎเกณฑ์และบทบาทระหว่างชายหญิงเริ่มผ่อนปรนบ้างแล้ว ชายบางคนกล้าพอจะเปิดเผยความอ่อนแอของตน แต่หลายคนยังสับสนว่าควรเปิดเผยแค่ไหน "ผู้หญิงบอกว่าอยากให้พวกเราเปิดเผยความรู้สึก" โรเบิร์ต กล่าว "แต่เดี๋ยวก็บอกว่าอยากเห็นเราเป็นหลักอันมั่นคงให้เธอ เหมือนเรียกร้องให้เรากระโดดไปมาระหว่างความสุดโต่งสองขั้วซึ่งสับสนมาก ผู้ชายไม่มีแนวทางหรือตัวอย่างว่าควรปฏิบัติอย่างไรจึงจะได้ชื่อว่าเปิดเผยความรู้สึกและเข้มแข็งไปพร้อมกัน"
ทำไมผู้ชายระเบิดอารมณ์
แม้ผู้หญิงจะรู้สึกโกรธบ่อยพอๆกับผู้ชาย แต่ความฉุนเฉียวก็ยังเป็นอารมณ์ประจำตัวเพศชายอยู่ดี "ลูกยังพูดถึงตอนที่ผม "เบรกแตก" อยู่เลย" คิม การ์เรทัน พนักงานบริษัท วัย 54 ซึ่งเคยระเบิดอารมณ์สุดขีดในร้านเมื่อพนักงานนำอาหารเย็นชืดมาเสิร์ฟ
แล้วทำไมผู้ชายหลายคนถึงแสดงอาการกราดเกรี้ยว "ความโกรธมีสาเหตุมาจากจิตใจที่สับสนเมื่อต้องเก็บกดอารมณ์บางอย่างไว้ ชายทุกคนพยายามเก็บความรู้สึกเพราะกลัวว่าการเปิดเผยเพียงเล็กน้อยอาจนำไปสู่การปอกเปลือกจนหมดใจ" ดร. เคนเนท ดับเบิลยู. คริสเตียน นักจิตวิทยาและผู้เขียน ศัตรูตัวร้ายของคุณ (Your Own Worst Enemy) กล่าว "ถ้าคุณไม่หาทางปลดปล่อยมันออกมาบ้างหรือหาวิธีจัดการอย่างถูกต้อง อารมณ์เหล่านี้จะเป็นเหมือนไฟที่คุกรุ่น รอเวลาลุกโหมขึ้นมาเมื่อชีวิตของคุณพังครืนลงเพราะปัญหาบางอย่าง"
ชีวิตคิมพังทลายเมื่อสี่ปีก่อนหลังหมอลงความเห็นว่าเขาเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก สิ่งที่ตามมาก็เหมือนกับสิ่งที่เกิดกับชายหลายคนเมื่อรู้ว่าตัวเองป่วยหนัก คิมตระหนักว่าชีวิตเขาไม่มีอะไรต้องเสีย มีแต่ได้เท่านั้น ขอเพียงปล่อยให้ตัวเองมีอารมณ์ตามจริง "ผมกล้าแสดงอารมณ์ทุกอย่าง" คิมกล่าว "ถ้าโกรธ ผมก็ระบายด้วยคำพูดเจ็บแสบแล้วก็ปล่อยให้ผ่านไป ผมใช้อารมณ์ขันเป็นทางออกและกลับไปติดต่อกับเพื่อนเก่าๆ ตั้งคำถามเกี่ยวกับชีวิต แสวงหาความหมาย ทางจิตวิญญาณ ชีวิตผมเต็มไปด้วยความสุขและรื่นรมย์"
ลองวิธีนี้
ผู้ชายสามารถแสดงอารมณ์โดยไม่ต้องร้องไห้หรือรู้สึกกลัว ต่อไปนี้เป็นวิธีเริ่มต้น
- หาวิธีแสดงอารมณ์อย่างสร้างสรรค์ หางานอดิเรกอย่างวาดรูปหรือเล่นดนตรี ผลงานศิลปะอันยิ่งใหญ่จำนวนมากเป็นการสร้างสรรค์ของเพศที่ได้ชื่อว่าเก็บกดที่สุด
- ระบายความเครียดและโกรธด้วยการออกกำลัง "เมื่อรู้สึกกดดันสุดขีดจนอยากเอาหัวชนฝา ให้รีบหาทางออกกำลัง บางทีแค่สิบนาทีอาจยังไม่พอ"
- แสดงอารมณ์ออกไป "นิดหน่อย" เริ่ม จากความรู้สึกที่คุณควบคุมได้ หาคนที่เข้าใจ และใช้คำว่า "นิดหน่อย" เช่น เศร้า "นิดหน่อย" หรือกลัว "นิดหน่อย" อย่างนี้จะปลอดภัยกว่าการเปิดเผยจนหมดเปลือก
- เดินหน้าเข้าชน "แทนที่จะหลีกเลี่ยงอารมณ์ที่คุณไม่แน่ใจว่าจะจัดการได้ ทางที่ดีคือเดินหน้าเข้าหา" ดร. ทราวิส แบรดเบอรี นักจิตวิทยา กล่าว "การจัดการกับอารมณ์ของตนเป็นเรื่องที่อาศัยเวลาและการฝึกฝนเพราะเป็นการฝึกสมอง แต่ยิ่งทำก็ยิ่งง่าย"
ผู้หญิงต้องรู้
"ชายก็เหมือนปูเสฉวน" คริสกล่าว "ถ้าเปิดเผยความรู้สึกแล้วต้องเจ็บปวดเพิ่มเราจะหดกลับเข้าไปในกระดองและไม่โผล่หัวออกมาอีก เราไม่ยอมให้ใครมาถากถางหรือเยาะเย้ย เราต้องบ่มตัวเองอยู่นานกว่าจะรู้สึกปลอดภัย" ต่อไปนี้เป็นวิธีที่ผู้หญิงสามารถทำได้เพื่อช่วยให้ผู้ชายข้างกายรู้สึกสบายใจที่จะแสดงความรู้สึก
- เวลาพูด ให้อยู่ "เคียงข้าง" แทนที่จะ "ประจันหน้า" นักจิตวิทยากล่าวว่า การยืนเผชิญหน้ากับผู้ชายจะทำให้เขารู้สึกว่าถูกท้าทายและยั่วยุ เพราะฉะนั้น แทนที่จะนั่งตรงข้ามกับสามี ควรนั่งข้างๆเขา
- ทำกิจกรรมประเภทกีฬาร่วมกัน เวลาปั่นจักรยานหรือเดินป่า ปราการในหัวใจผู้ชายจะอ่อนบางลง ดังนั้น จึงควรปล่อยให้เรื่องราวต่างๆผุดขึ้นมาเอง อย่าเร่งเร้าให้พูดเวลาเดิน เพราะเขาอาจปิดปากเอาดื้อๆ
- หัดดูหนังชีวิตแบบผู้ชาย หนังชีวิตเกี่ยวกับกีฬาทำให้ผู้ชายไม่น้อยซึ้งถึงกับน้ำตาซึม "กีฬาเป็นเครื่องยึดโยงระหว่างผู้ชายกับพ่อ สำหรับผู้ชาย นี่คือรากฐานสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างเขากับพ่อ" อย่าพยายามวิเคราะห์หรือวิจารณ์ชีวิตวัยเด็กของเขา
- อย่ากดดันให้เขาพูดว่าผจญอะไรมาบ้างในวันเลวร้ายสุดๆ "ถ้าวันไหนทุกอย่างแย่ไปหมด เขาเองก็ไม่อยากพูดถึงความเจ็บปวดแบบนี้หรอก" นักจิตวิทยากล่าว "จะมีประโยชน์อะไรกับการนั่งคุยเรื่องหดหู่ตลอดค่ำในเมื่อไม่ช่วยให้แก้ปัญหาได้"
- แสดงออก ไม่ต้องพูด การพูดคุยอาจเป็นวิธีแสดงอารมณ์ที่ผู้หญิงนิยมใช้มากที่สุด "ผู้ชายแสดงอารมณ์ด้วยภาษากาย" นักจิตวิทยากล่าวว่า "เพศสัมพันธ์เป็นวิธีแสดงความรักอีกอย่าง" แทนที่จะบีบคั้นให้ผู้ชายถ่ายทอดความรู้สึกออกมาเป็นคำพูด ทางที่ ดีควรหัดพูดภาษาของเขา
- หาทางทำให้เขาทราบเมื่อคุณต้องการกำลังใจ นักจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยโทเลโดวิจัยพบว่าสามีอาจอ่อนแอและต้องการกำลังใจไม่ต่างจากภรรยา เพียงขึ้นอยู่กับจังหวะเวลาเท่านั้น "ผู้ชายไม่ถึงกับไม่รู้ร้อนรู้หนาว แต่ภรรยาต้องทำให้เขาทราบว่าตัวภรรยาเองต้องการอะไรและเมื่อไหร่"
- บอกสามีว่าเขามีความหมายต่อคุณเพียงไร "เวลาอยู่ด้วยกันตามลำพังให้ถามสามีว่า "ทุกวันนี้ ฉันทำให้คุณรู้สึกว่าชื่นชมและให้เกียรติคุณน้อยกว่าเมื่อตอนเจอกันครั้งแรกหรือเปล่า" จิตแพทย์แนะ "บอกเขาว่าคุณรู้สึกว่าตัวเองรู้สึกโชคดีมากที่มีเขามาร่วมชีวิตด้วย และขอโทษด้วยที่ไม่ได้บอกให้รู้เช่นนั้นบ่อยๆ เชื่อว่าคุณผู้ชายจะต้องถึงกับอ้าปากค้างแน่นอน"
|
| ||||||
แสดงความคิดเห็น
| ชื่อ* | |
| อีเมล* | |
| ความคิดเห็น* | |

เรื่องยอดนิยม
เรื่องยอดนิยม
เรื่องขำขันทั้งหมด
เรื่องขำขันทั้งหมด
ขอตอบด้วยคน
เรื่องเด่นประจำสัปดาห์
![]() อาหาร | ![]() ผู้มีชื่อเสียง | ![]() แรงบันดาลใจ | ![]() อาหาร | เทคโนโลยี | ![]() ท่องเที่ยว |
เรื่องขำขันของคุณมีค่า 1,000 บาท
หากมีเรื่องตลกเฮฮาที่เกิดขึ้นจริง เรามีรางวัล 1,000 บาท สำหรับเรื่องที่ผ่านการคัดเลือกและได้รับการตีพิมพ์ ส่งหาเรา!

แบ่งปัน










