เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ร็อบ แบรนเดนเบิร์กมีทุกอย่างในชีวิตเพียบพร้อม เขาอายุ 40 ปี เป็นประธาน เจ้าหน้าที่บริหารบริษัทด้านเทคโนโลยีโลหะ ซึ่งเขาเป็นเจ้าของและประสบความสำเร็จ มี ภรรยาสวยพริ้งพร้อมลูกสามคน และบ้านหลัง งามบนเนินเขา ทุกนิยามที่บ่งบอกถึงความสำเร็จ เขามีครบหมด แต่แล้ววันหนึ่ง ขณะนั่งอยู่ที่โรงแรมห้าดาวแห่งหนึ่งในเอเชีย เขากลับกุมศีรษะพร้อมถามตัวเองว่า “ทำไมผมรู้สึกว่างเปล่าถึงเพียงนี้”

นี่คือจุดเริ่มต้นวิกฤตวัยกลางคนของ ร็อบ เขาเริ่มรู้สึกว่าตนห่างเหินจากภรรยา และเหมือนคนแปลกหน้าในบ้านของตัวเอง ความต้องการจะเป็นเจ้าของบริษัทแห่งใหม่และมีเงินมากขึ้นกลับกลายเป็นเรื่องไร้ความหมายสำหรับเขา

“ทุกอย่างในตอนนี้ไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริงของผม ผมไม่พึงพอใจชีวิตตนเอง รู้สึกทุกสิ่งว่างเปล่าและไร้ความหมาย” เขากล่าว

ผู้ชายบางคนเริ่มมีภาวะซึมเศร้าเมื่อชีวิตก้าวเข้าสู่วัยกลางคน บางคนหาทางออกด้วยการนำเงินออมระยะยาวมาถลุงเล่น เช่น ซื้อรถยนต์เฟอร์รารี ผ่าตัดปลูกผมใหม่ หรือมีพฤติกรรมเหมือนสมัยวัยรุ่นอีกครั้ง เช่น เที่ยว กลางคืน หรือจีบหญิงที่อ่อนวัยกว่าครึ่งหนึ่ง ไม่ว่าอาการของภาวะนี้จะแสดงออกด้วยการโอ้อวดตนเองหรือวิธีใดก็ตาม สิ่งที่แน่นอนอย่างหนึ่งคือทำให้ชีวิตของผู้ชายวัยกลางคนต้องประสบความปั่นป่วน

การศึกษาติดตามสุขภาพจิตของมนุษย์ตลอดชั่วชีวิตพบว่าวัยกลางคนเป็นช่วงที่สภาพจิตใจปั่นป่วนปรวนแปรที่สุด ภาวะซึม เศร้าพบมากขึ้นในช่วงอายุ 35 ถึง 55 ปี ซึ่ง เป็นเวลาที่สภาพร่างกายของชายเริ่มเสื่อมลงเช่นกัน

แอน เบรลส์ฟอร์ด ผู้เชี่ยวชาญด้านให้คำปรึกษาและผู้เขียนหนังสือวิกฤตวัยกลาง คนในชีวิตสมรส กล่าวว่า “ผู้ชายจะเกิดความกลัวอย่างฉับพลัน ทำนองว่า แย่แล้ว ชีวิตผ่านไปครึ่งทาง ฉันยังทำทุกอย่างที่อยากทำ ได้ไม่ครบ บางคนคิดว่าชีวิตล่วงเลยไป ฉัน จะมีเวลาไหม ถ้าไม่ทำตอนนี้คงหมดโอกาส เป็นเรื่องของความกลัวสารพัด”

ผู้หญิงวัยนี้มีความเปลี่ยนแปลงที่แตกต่างกัน จากประสบการณ์ให้คำปรึกษากับครอบครัว เบรลส์ฟอร์ดพบว่าผู้ชายมีอาการแย่กว่าผู้หญิง ชีวิตของผู้ชายผูกพันกับการงานมากกว่า ดังนั้น หากรู้สึกว่าอาชีพการงานที่ทำอยู่มีความหมายน้อยลง สภาพจิต ใจของเขาจะแย่ลงอย่างรวดเร็ว

ผู้หญิงมักมีกลุ่มเพื่อนหรือกลุ่มสังคมคอยดูแลจิตใจกันและกัน วัยกลางคนของผู้หญิงหลายคนจึงเป็นเหมือนวัยที่พวกเธอเริ่มเป็นอิสระจากครอบครัวและเป็นจุดเริ่มของสิ่งท้าทายใหม่ๆ “เป็นเหมือนโอกาสที่จะได้ทำตามใจฝันของตน” เบรลส์ฟอร์ดกล่าว

ผู้ชายมักท้อแท้และหมดกำลังใจได้ง่ายหากเขาเริ่มตระหนักถึงแง่มุมที่อ่อนแอหรือจุดด้อยของตน ความไม่แน่นอนของชีวิตคือความจริงอีกประการที่เราทุกคนไม่อาจหลีกเลี่ยงและมักปรากฏให้เห็นชัดเจนในชีวิตช่วงนี้ ตัวอย่างเช่น การเสียชีวิตของญาติ การเปลี่ยนงาน ตกงาน หรือชีวิตสมรสล้มเหลว ชีวิตช่วงนี้มักมีโรคภัยไข้เจ็บที่ร้ายแรงเกิดขึ้น โดยเฉพาะผู้ชายที่เคยใช้สุขภาพอย่างสิ้นเปลืองไปกับสุราและบุหรี่

ดร. ไมเคิล ไบเกนต์ ผู้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ของคลินิกบียอนด์บลู กล่าวเสริมว่า วัยนี้เป็นช่วงเวลาที่ความสุขของชีวิตสมรสตกลงถึงจุดต่ำสุดโดยเฉพาะในรายที่มีบุตร ผล การศึกษาพบว่าคู่สมรสจะมีความสุขที่สุดในระยะเริ่มต้น จากนั้นความสุขจะค่อยๆลดลงกระทั่งลูกอายุ 12 ปี เมื่อลูกโตขึ้นและเริ่มดูแลตนเองได้ ความสุขของชีวิตสมรสจะขยับขึ้นอีกครั้งและกลายเป็นช่วงเวลาของการดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์รอบสองในวัยชรา

ฮอร์โมนมีอิทธิพลต่อผู้ชายเช่นเดียวกับที่ทำให้ผู้หญิงต้องประสบปัญหาจากวัยหมดประจำเดือน วัยหมดฮอร์โมนหรือ “วัยทอง” ของผู้ชายเป็นคำที่เราชอบพูดถึงเพื่อใช้อธิ บายพฤติกรรมที่ไม่อยู่กับร่องกับรอยในวัยนี้ เมื่ออายุเกิน 40 ปี ระดับฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนของชายจะค่อยๆลดลงร้อยละหนึ่งถึงสองต่อปี เป็นผลให้กล้ามเนื้ออ่อนแอลง ความต้องการทางเพศลดลง ไขมันสะสมในร่างกายมากขึ้น หงุดหงิดง่าย และซึมเศร้าง่าย การแข็งตัวของอวัยวะเพศที่ถดถอยลงเป็นอีกหนึ่งอาการสำคัญที่ทำให้ผู้ชายหลายคนถึงกับร้อนรนจนอยู่เฉยไม่ได้

การลดลงของฮอร์โมนเพศชายเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่ได้ลดลงวูบวาบเหมือนผู้หญิง ศาสตราจารย์ นายแพทย์โร เบิร์ต แม็กลาชแลน ผู้อำนวยการศูนย์สุข ภาพชายในออสเตรเลีย กล่าวแย้งเรื่องวัยทองของเพศชาย “วัยหมดฮอร์โมนในผู้ชายเป็น คำพูดที่ไร้สาระ เป็นคำที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการตลาดเป็นส่วนใหญ่ ในความเป็นจริง ผู้ชายไม่มีวัยหมดฮอร์โมนเหมือนผู้หญิง”

แต่ปัญหาสุขภาพอย่างเช่นโรคอ้วนและเบาหวานทำให้ฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนลดต่ำรวดเร็วกว่าปกติได้ คำพูดเหล่านี้จึงอาจใช้ปลอบใจให้คนกลุ่มนี้รู้สึกสบายใจขึ้น การฉีดเทสโทสเทอโรนชดเชยอาจมีประโยชน์ในผู้ที่ระดับฮอร์โมนต่ำผิดปกติ แต่ไม่เหมาะกับคนส่วนใหญ่ทั่วไป อาการผิดปกติของชายวัยกลางคนเกิดจากสาเหตุซับซ้อนกว่านี้

ร็อบ แบรนเดนเบิร์กอธิบายสาเหตุของตนเองไว้ว่า “ปัญหาของผมเกิดจากความ คลาดเคลื่อนในการทำความเข้าใจพื้นฐานที่ แท้จริงของตัวเอง คุณอาจไม่ค่อยเข้าใจประ เด็นความหมาย พอถึงจุดหนึ่งคล้ายกับคุณจะบอกว่าถึงเวลาใส่ใจฉันบ้าง แล้วฉันล่ะ”

ในความเป็นจริง เรื่องวิกฤตของชีวิตสา มารถเกิดขึ้นได้ทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นวัย 20 ตอน กลาง วัยก่อนเกษียณ หรือวัยเกษียณซึ่งเป็นช่วงพบปัญหาบ่อยที่สุด ผู้หญิงเองก็ต้อง ผ่านช่วงวัยสำคัญของการประเมินบทบาท ชีวิตของตน โดยเฉพาะช่วงที่บทบาทในชีวิตมีการเปลี่ยนแปลง เช่น คลอดลูก หรือลูกแต่งงานออกจากบ้าน

แอนน์ ฮอลลอนด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของรีเลชันชิปออสเตรเลีย กล่าวว่า “ผู้ใหญ่จำนวนไม่น้อยมีความคาดหวังสูงกับเรื่องความสุขและความพึงพอใจในชีวิต เราถูกล่อลวงให้เกิดความคิดว่า การไม่ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วาดหวังจะทำให้ชีวิตไม่มีความหมายและไม่มีความสุข”

งานวิจัยเกี่ยวกับความสุขและคุณภาพชีวิตระบุว่า จำนวนเงินที่มีไม่ใช่สิ่งสำคัญ ความสัมพันธ์ที่ดีและมีคุณภาพระหว่างบุค คลคือสิ่งสำคัญกว่า “หากไม่มีข้อมูลจากงานวิจัยยืนยัน หลายคนคงไม่อยากสนใจเรื่องความสัมพันธ์และกลับพุ่งเป้าหมายไปยังเรื่องความมั่งคั่ง นี่คือธรรมชาติที่แท้จริงของมนุษย์” ฮอลลอนด์กล่าว

วัยกลางคนคือช่วงเวลาสำคัญของการเติบใหญ่ ผู้ชายที่ไม่ยอมทำความเข้าใจความหมายของคำพูดนี้มักใช้ชีวิตเช่นเดียวกับวัยกลางคนทั่วไป นั่นคือซื้อรถสปอร์ตและทิ้งภรรยาไปหาหญิงสาวอ่อนวัย ทั้งสองวิธีไม่สามารถตอบสนองความโหยหาของผู้ชาย แต่ กลับบั่นทอนชีวิตครอบครัวให้แตกสลาย

ในทางการแพทย์เห็นว่าปัญหาสภาพจิตใจแปรปรวนในวิกฤตวัยกลางคนควรรักษาด้วยยาต้านซึมเศร้า ขณะผู้ชายหลายคนเหมาะกับวิธีให้คำปรึกษาเพื่อเสริมสร้างความตระหนัก รู้ในปัญหาและความต้องการในใจตน ตลอดจนการหาทางออกวิธีอื่นที่เหมาะสม

แฮร์รี*เชื่อว่าการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญน่าจะเป็นวิธีที่สามารถบำบัดปัญหาชีวิตสมรสของเขา การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของเขากับเจนนิเฟอร์* ภรรยาเริ่มขึ้นเมื่อเขาย้ายงานจากตำแหน่งผู้จัดการอาวุโสของบริษัทข้ามชาติในเอเชียกลับไปทำธุรกิจนำเข้าที่ซิดนีย์

“เป็นช่วงเวลาที่เครียดมากสำหรับผม ทั้งเรื่องงานและครอบครัว ภรรยาผมไม่มีความสุขเลยกับชีวิตในบ้าน โดยกล่าวโทษผมและงานใหม่ว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอไม่ มีความสุข ผมจึงต้องหันมาทบทวนตนเองอีกครั้งกับสิ่งที่ทำลงไป ผมรู้สึกเหมือนถูกกดดันให้เปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่าง และนั่นคือจุดเริ่มต้นของปัญหาความสัมพันธ์ ระหว่างเรา” เขากล่าว

การเปลี่ยนงานครั้งใหญ่ไม่ช่วยให้แฮร์รีโล่งใจขึ้น เขารู้สึกกดดันมากขึ้นในเรื่องการเงินและการเลี้ยงดูภรรยากับลูก ทั้งคู่เริ่มมีปากเสียงและไม่พอใจซึ่งกันและกัน ทำให้แฮร์รียิ่งหงุดหงิดและคิดมาก

ในที่สุดเขาเริ่มมีความสัมพันธ์ใหม่กับผู้หญิงอ่อนวัยและวางแผนให้เธอมาเป็นเพื่อนร่วมงาน ทั้งคู่มีความสัมพันธ์แนบแน่น ระหว่างเดินทางไปติดต่อธุรกิจที่ฮ่องกง เมื่อกลับถึงซิดนีย์ เขาตั้งใจจะบอกภรรยาว่าต้อง การแยกทางกับเธอ

แต่เมื่อนึกถึงการบอกความจริงกับลูก กอปรกับการอ่านหนังสือเกี่ยวกับการหย่าร้างและคำแนะนำจากเพื่อนที่ดี เขาจึงเปลี่ยนความคิดว่าควรหันหน้าเข้าหาภรรยาเพื่อร่วมกันแก้ปัญหา

พวกเขา ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหลายครั้ง เริ่มด้วยการปรึกษาแบบตัวต่อตัวและปรึกษาพร้อมกับเจนนิเฟอร์ ซึ่งช่วยให้ทั้ง คู่สามารถคลี่คลายความขุ่นเคืองใจระหว่างกันที่อัดอั้นมานานตลอดสี่ปี “การปรึกษาผู้เชี่ยว ชาญช่วยให้ผมเข้าใจชัดเจนว่าอะไรมีความสำ คัญมากกว่า” เขากล่าว “นอกจากนี้เจนนิเฟอร์ บอกผมอยู่ตลอดว่าเธอรักผมและยังคงดูแลเอาใจใส่ผม นี่แหละคือสิ่งสำคัญ”

เบรลส์ฟอร์ดกล่าวว่า หากชีวิตสมรสสา มารถเอาชนะความว้าวุ่นในชีวิตเนื่องจากวัยหมดรอบเดือนของฝ่ายหญิง วิกฤตวัยกลางคนของผู้ชายก็คงไม่ใช่อุปสรรคสำคัญตราบใดที่ทั้งคู่ยังคงรักและผูกพันต่อกัน “การหมั่นทบทวนความสัมพันธ์ระหว่างกันคือสิ่งสำคัญของชีวิตคู่” เธอกล่าว “หลายคู่พยายามร่วมกันหาทางแก้ไขปัญหา วิธีนี้ช่วยให้ฝ่ายชายรู้สึกเหมือนได้รับการเอาใส่ใจและเติมเต็มตลอดเวลา จึงไม่จำเป็นต้องตีจากครอบครัวไปหาจากแหล่งอื่น”

การดำเนินตามหลักการนี้อาจต้องอาศัยการปรับเปลี่ยนที่สำคัญของครอบครัวและใช้เวลานานนับปี อย่างเช่น การย้ายที่อยู่ การปรับเปลี่ยนเวลาทำงานของทั้งคู่ ตลอดจนการร่วมกันแสวงหาวิธีใหม่ในการใช้ชีวิตที่สร้างสรรค์และมีความหมายกว่าเดิม

แม้ปัญหาชีวิตสมรสของร็อบจะดำเนินไปถึงขั้นไม่อาจแก้ไขได้ แต่อย่างน้อยทำให้เขาตระหนักถึงสิ่งที่มีความสำคัญต่อชีวิตและค้นพบเส้นทางที่แท้จริง เขาหวนกลับสู่มหาวิทยาลัยเพื่อศึกษาต่อด้านจิตวิทยาและการให้คำปรึกษากระทั่งสำเร็จปริญญาเอกด้านชีวิตชายวัยกลางคน ปัจจุบัน เขาทำหน้า ที่ให้คำปรึกษาแก่ผู้ชายคนอื่น “ผมมีความสุขมากขึ้น ผมได้ใช้ชีวิตในแบบที่เป็นตนเองอย่างแท้จริงซึ่งต่างไปจากตัวตนที่ผมเคยเป็นในช่วงวัย 20 หรือ 30” เขากล่าว

“ผมรู้สึกโชคดีที่มีโอกาสค้นพบคำตอบภายในใจ วัยกลางคนของผมเป็นเหมือนการ เดินทางภายในจิตใจตนเอง เป็นประสบการณ์ ชีวิตที่วิเศษมาก”

* นามสมมุติ

9
คุณชอบบทความนี้ไหม?เชิญให้คะแนน

เรื่องยอดนิยม ...

  1. พลังบำบัดจากการอธิษฐาน
  2. เทคโนโลยีล่าสุดด้านการแพทย์ ประจำปี 2554
  3. ระวังคุณอาจติดมะเร็ง

ประเภทของ บทความ

แสดงความคิดเห็น

ชื่อ*
อีเมล*
ความคิดเห็น*
Disclaimer : Reader's Digest reserves the right and authority to display your postings or not, and modify your posts to remove offensive material, remove vulgar comments, remove insults or delete any other content deemed inappropriate, at our discretion.

เรื่องขำขันของคุณมีค่า 1,000 บาท

หากมีเรื่องตลกเฮฮาที่เกิดขึ้นจริง เรามีรางวัล 1,000 บาท สำหรับเรื่องที่ผ่านการคัดเลือกและได้รับการตีพิมพ์ 

ผู้โชคดีได้รับรางวัลประจำปี 2555

ติดตามผลรายชื่อผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลจากเราได้ที่นี่