Sorry, the site may not show properly on your browser. Please upgrade your internet browser to a more updated version (minimal IE7) for a better experience.
ลงทะเบียนเพื่อรับโปรโมชั่นพิเศษ   |  ลูกค้าสัมพันธ์
สมัครสมาชิก
หน้าแรก
หน้าแรก » บทความ » แรงบันดาลใจ » เมื่อคุณต้องป้องกันตัว

เมื่อคุณต้องป้องกันตัว

หลักปฏิบัติที่ช่วยพิทักษ์คุณให้รอดพ้นจากการฉก ชิงวิ่งราว ลักพาตัว และเหตุร้ายอื่นๆ

By เดชา เวชชพิพัฒน์
Share แบ่งปัน
ขนาดตัวอักษร AA AA | พิมพ์ | อีเมล

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

  • นักอนุรักษ์แม่น้ำ
  • สูตรแห่งความหวัง
  • บุคคลแห่งปีของเอเชีย

เวลากว่า 22.00 น. ของวันที่ 30 กันยายน 2552 แพทย์หญิงภัทรพร วงษ์จันทร วัย 29 ถูกชนท้ายรถอย่างแรงขณะต่อแถวเลนขวาสุดเพื่อกลับรถบริเวณหน้าที่ทำการไปรษณีย์สาขาถนนพหลโยธินในกรุงเทพฯ เมื่อหันกลับไปมอง เธอพบว่าเป็นรถกระบะ ขณะเตรียมตัวลงไปเจรจา เจ้าของรถกระบะขับชนอีกครั้งก่อนขับหนี

ภัทรพรใช้วิธีขับประกบและขับทิ้งห่าง แล้วหยุดรถดักหน้าถึงสามครั้งแต่ไม่เป็นผล เธอขับตามกระทั่งห่างจากจุดเกิดเหตุ 200 เมตร จึงตัดสินใจหักพวงมาลัยเข้าชนรถของคู่กรณี อีกทั้งยังกดแตรค้างไว้เพื่อให้ผู้อื่นสนใจและให้ความช่วยเหลือ

เธอกล่าวถึงเหตุผลที่ตัดสินใจทำเช่นนี้ว่า “ดิฉันไม่อาจยอมรับพฤติกรรมข่มเหงรังแกได้”

ผลคือล้อขวาหน้าของรถกระบะขึ้นไปอยู่บนเกาะกลางถนนแล้วจอดนิ่ง เธอลงจากรถโดยคว้ามีดพกและสเปรย์พริกไทยติดมือไปด้วย แล้วเห็นว่าเจ้าของรถกระบะเป็นชายในวัย 40 มีท่าทางเมาสุรา

เขากล่าวคำหยาบและท้าทาย ขณะเดียวกัน ตำรวจนอกเครื่องแบบนายหนึ่งผ่านมาพบจึงเข้าระงับเหตุ แล้วโทรฯแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งพาผู้ก่อเหตุไปสถานีตำรวจ

เหตุการณ์เช่นนี้อาจเกิดขึ้นกับใครก็ได้ พวกเราทุกคนล้วนมีโอกาสเป็นเหยื่ออาชญากรรม

พ.ต.ท. นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผู้กำกับการกลุ่มงานสืบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล กล่าวว่า ปัจจัยประการหนึ่งที่แพทย์หญิงภัทรพรและผู้เอาตัวรอดจากเหตุร้ายคนอื่นๆมีเหมือนกันคือทันต่อสถานการณ์ “พวกเขาตัดสินใจในทันทีว่าจะทำอะไร แม้เป็นการกระทำเพื่อไม่ให้รู้สึกว่าถูกข่มเหงจากคนเมาก็ตาม”

ต่อไปนี้เป็นหลักปฏิบัติเพื่อหลีกเลี่ยง ลดความรุนแรง หลบหนี และป้องกันตัวจากอาชญา กรรมประเภทต่างๆ

พร้อมเสมอ

ต่อไปนี้เป็นข้อปฏิบัติบางประการที่ช่วยให้คุณป้องกันตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ระมัดระวังอย่างรอบด้าน

“มิจฉาชีพมักมองหาเหยื่อที่ดูอ่อนแอและดูไม่ระมัดระวังตัว คุณจึงต้องทำให้คนร้ายเห็นว่าคุณไม่เป็นเช่นนั้น” พ.ต.ท. ธัญยบูรณ์ ธรรมจรัสวงศ์ อดีตสารวัตรป้องกันและปราบปราม สน. ยานนาวา ผู้ริเริ่มโครงการชุมชนป้องกันตนเองย่านสีลมซอย 9 สาทร 10 และสาทร 12 กล่าว หากคุณอยู่ในฝูงชน คุณจะสามารถแยกแยะอาชญากรได้จากคนทั่วไป คนพวกนี้มีท่าทาง การแต่งตัว และบุคลิกแตกต่างออกไป พ.ต.ท. ธัญยบูรณ์แนะว่า “ถามตัวเองว่าคนไหนทำให้คุณรู้สึกว่าเขามีพิรุธ และใส่ใจความรู้สึกของคุณ”

พ.ต.ท. ธัญยบูรณ์แบ่งประเภทอาชญากรไว้สี่กลุ่มดังนี้

มืออาชีพ คนพวกนี้ดูแตกต่างจากคนทั่วไป นิ่งและสุขุมกว่าคนปกติ แฝงตัวอยู่ในกลุ่มคน เช่น การแสดงดนตรี การชุมนุม มักยืนล้วงกระเป๋ากางเกงหรือล้วงย่าม ซึ่งอาจมีปืนซ่อนอยู่

หลุกหลิก พวกนี้มีสายตาท่าทางที่ชวนให้ผิดสังเกต เช่น ส่งสายตาหรือสัญญาณมือให้คู่หู

ไม่น่าเข้าใกล้ พวกนี้ไม่ค่อยมีใครอยากเข้าใกล้เพราะมีท่าทางแปลกๆ เช่น ตัวเหม็น รูปร่างหน้าตาโทรม

มาผิดงาน พวกนี้มีท่าทางต่างจากคนอื่น เช่น มางานดนตรีแต่กลับจ้องมองไปที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย

ระมัดระวังทรัพย์สิน

เวลา 0.01 น. ของวันที่ 8 กันยายน 2550 หลังกลับจากดูแลธุรกิจร้านอาหาร อลิสา บุญกัน วัย 26 ขี่จักรยานยนต์ในซอยเขาน้อย ถนนสุขุมวิท จังหวัดชลบุรี เมื่อถึงกลางซอยที่เปลี่ยวและมืด เธอรู้สึกว่ามีมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งเร่งเครื่องเพื่อจะเข้าประกบและพยายามกระชากกระเป๋าเงินที่สะพายอยู่ เธอตกใจแล้วเร่งเครื่องหนี แต่ถูกยิงถากหัวไหล่ เมื่อรู้ตัวเช่นนั้น เธอจึงเร่งเครื่องจักรยานยนต์หนี ก่อนไปล้มคว่ำที่หน้าบ้านหลังหนึ่ง ทำให้ได้แผลถลอกทั้งตัว บทเรียนครั้งนี้สอนเธอว่า “ควรหลีกเลี่ยงการขับรถเวลากลางคืนหรือในซอยเปลี่ยว หากจำเป็นควรยอมให้คนร้ายกระชากกระเป๋า แล้วค่อยโทรฯแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ”

อเล็กซ์ เบเรโซวิก ครูสอนป้องกันตัวแห่งบางกอกไฟต์ติงคลับกล่าวว่า อย่าคิดว่าการถูกวิ่งราวเป็นเรื่องไกลตัวโดยเฉพาะเมื่อคุณอยู่ในที่เปลี่ยว ดังนั้น อย่านำของมีค่าไว้ที่เดียวกัน ของไม่มีค่าควรใส่กระเป๋าสะพาย ของมีค่าควรใส่กระเป๋าเสื้อ กระโปรง หรือกางเกง หากคุณถูกคุกคาม พยายามอยู่ใกล้พื้นหญ้าเพราะทำให้เจ็บตัวน้อยเมื่อล้มลง หรือมีอะไรสักอย่างกั้นระหว่างคุณกับคนร้าย เช่น เก้าอี้ ถังขยะ ที่ดื่มน้ำ ฯลฯ เพื่อลดโอกาสถูกทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรง

“โดยทั่วไป เมื่อคนร้ายได้กระเป๋าถือที่เข้าใจว่าภายในมีของมีค่าและเงินสดแล้ว เขาจะพอใจและรีบหนีไป” อเล็กซ์กล่าว

พร้อมตอบโต้

เมื่อเผชิญกับคนร้ายหรือเหตุร้าย ให้ทำตามวิธีปฏิบัติต่อไปนี้

เมื่อคุณถูกทำร้าย

“เมื่อเผชิญหน้ากับคนร้ายหรือเหตุร้าย การตะโกนว่าไฟไหม้จะได้รับความสนใจและความช่วยเหลือมากกว่าตะโกนว่าช่วยด้วย คำว่าช่วยด้วยเป็นคำกว้างๆ หมายถึงอันตรายหลายประเภท ทำให้คนที่ได้ยินไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย แต่คำว่าไฟไหม้ทำให้คนเห็นว่าเป็นเรื่องพอช่วยได้” อเล็กซ์กล่าว

เมื่อถูกงัดแงะย่องเบา

พ.ต.ท. ธัญยบูรณ์ให้คำแนะนำว่า หากคุณตื่นขึ้นกลางดึกเพราะเสียงผิดปกติ อย่าเพิ่งรีบเปิดไฟและอย่ายืนตรงหน้าต่าง เพราะนอกจากทำให้คุณตาพร่าแล้วยังทำให้ผู้บุกรุกรู้ว่าคุณอยู่ตรงไหน สิ่งแรกที่ต้องทำคือโทรแจ้งหมายเลข 191 จากนั้นกดปุ่มรีโมตคอนโทรลรถให้ส่งสัญญาณกันขโมย เสียงนี้ดังไปไกลสิบถึง 20 เมตร อาจทำให้นักย่องเบาตกใจและหนีไป

อย่างไรก็ตาม หากคิดจะพกปืนไว้ป้องกันตน คุณต้องแน่ใจว่ารู้วิธีใช้อาวุธชนิดนี้ และ พ.ต.ท. ธัญยบูรณ์แนะนำว่าการเลี้ยงสุนัขที่เห่าดังเป็นอีกทางเลือกที่ดี

เมื่อคนแปลกหน้าขอเข้าบ้าน

พ.ต.ท. ธัญยบูรณ์กล่าวว่า ผู้ไม่ประสงค์ดีจะทำทุกวิธีเพื่อเข้าบ้านคุณ เช่น ปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ พนักงานส่งของ หรือช่างประเภทต่างๆ โดยคนร้ายมักอ้างชื่อคนในบ้านจากการแอบดูจดหมายในตู้หน้าบ้าน ดังนั้นก่อนเปิดประตูให้คนเหล่านี้ คุณต้องขอดูบัตรประจำตัวทุกครั้ง รวมทั้งขอหมายเลขโทรศัพท์หน่วยงานของผู้มาเยือน จากนั้น โทรฯตรวจสอบจนมั่นใจจึงเปิดประตู

หากคุณถูกลักพาตัว

พ.ต.ท. ธัญยบูรณ์กล่าวว่า การถูกลักพาตัวเป็นหนึ่งในเหตุอันตรายร้ายแรง เพราะเป็นการเผชิญหน้ากับคนร้ายระดับมืออาชีพ คนพวกนี้สามารถทำให้คุณบาดเจ็บและเสียชีวิตได้ วิธีป้องกันตัวมีดังนี้

  • “ตอบโต้อย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้คนร้ายรู้สึกว่าเขามีอำนาจเหนือคุณ” พ.ต.ท. ธัญยบูรณ์แนะ โดยเฉพาะกรณีที่การลักพาตัวเกิดขึ้นในที่สาธารณะ คุณต้องร้องให้ดังที่สุด ต่อสู้ให้เต็มแรงที่สุด ทำทุกอย่างเพื่อให้หลุดพ้นจากการถูกควบคุมและหนีรอดไปได้ หากคนร้ายมีอาวุธ คุณต้องชั่งน้ำหนักระหว่างความเสี่ยงกับการได้เปรียบหากลงมือก่อน
  • หากคุณถูกจี้เพื่อลักพาตัวขณะขับรถ จงทำให้เกิดอุบัติเหตุ โดยเฉพาะกรณีที่คุณไม่สามารถต่อสู้ได้ เช่น คนร้ายอยู่เบาะหลังจ่อปืนที่ศีรษะคุณ “การชนท้ายรถคันหน้าทำให้คุณได้รับความสนใจ หรือการกดแตรให้ดังต่อเนื่องอาจทำให้สถานการณ์พลิกผัน และคุณมีโอกาสรอดพ้นจากอันตรายมากขึ้น” พ.ต.ท. ธัญยบูรณ์กล่าว
  • หากคุณถูกขังไว้ท้ายรถ ควรมองหาที่เปิด รถรุ่นใหม่มักมีที่เปิดจากด้านใน หากไม่มี พยายามถีบไฟท้ายรถให้แตกเพื่อมีช่องให้คุณตะโกนหรือยื่นมือออกมาขอความช่วยเหลือ

อยู่ในสถานการณ์เสี่ยงถูกข่มขืน

“ไม่มีหลักปฏิบัติใดๆที่ตายตัว” พ.ต.ท. ธัญยบูรณ์ กล่าว เมื่อรู้ตัวว่ากำลังจะเกิดเหตุร้าย ก่อนตกเป็นเหยื่อการกระทำชำเรา เหนือสิ่งอื่นใดคือคุณต้องมีสติ เชื่อสัญชาตญาณตัวเอง แนวโน้มผู้ข่มขืนมักเป็นบุคคลใกล้ตัว เพื่อนบ้าน คนรู้จัก กระทั่งญาติหรือคนใกล้ชิด คุณต้องเชื่อตัวเองว่าเขาไม่น่าไว้ใจ หรือตนกำลังอยู่ในสถานที่เสี่ยงอันตราย อย่างไรก็ตาม หากจะถูกข่มขืน ข้อสังเกตต่อไปนี้อาจช่วยให้รอดชีวิต

  • ลักษณะคนร้าย “ถ้าผู้ร้ายพยายามปิดบังใบหน้าแสดงว่าไม่เจตนาถึงชีวิต เพราะคุณไม่สามารถให้ปากคำตำรวจได้ว่าเขามีหน้าตาอย่างไร แต่หากเขาเปิดเผยโฉมหน้า มีความเป็นไปได้สูงว่าคุณอาจตกอยู่ในสถานการณ์เสี่ยงต่อชีวิตเป็นอย่างยิ่ง คุณต้องคิดหาหนทางเอาตัวรอดให้ได้” พ.ต.ท. ธัญยบูรณ์กล่าว
  • ท่าทางของคุณ พยายามหนีบขาให้ชิดและกอด อกให้แน่นที่สุดเท่าที่ทำได้ อย่างน้อยเป็นการแสดงความไม่สมยอม
  • เรียกสติ “คนเหล่านี้กำลังหน้ามืดและอาจมีจินตนาการถึงคนรัก คุณสามารถเรียกสติเขาคืนมาด้วยการพูดถึงคนที่เขารัก หรืออะไรก็ตามที่คุณ คิดว่าสามารถเปลี่ยนอารมณ์และความต้องการ ทำให้เขารู้ว่าสิ่งที่เขากำลังทำตรงข้ามกับจินตนาการ เช่นพูดว่า แฟนคุณจะคิดอย่างไรถ้ารู้ว่าคุณทำเช่นนี้ คุณกำลังทำร้ายผู้หญิง หรือคุณทำฉันเจ็บ

“หากคุณคิดว่าต้องต่อสู้ การจิ้มตาและตีลูกกระเดือกเป็นวิธีเหมาะที่สุด” พ.ต.ท. ธัญยบูรณ์กล่าว

ซักซ้อมและซักซ้อม

คุณสามารถนำหลักปฏิบัติทั้งหลายไปรับมือกับ เหตุร้ายต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อคุณ ซักซ้อมและทบทวน

ซ้อมแจ้งเหตุร้าย

คุณเคยสงสัยไหมว่าทำไมคนจึงหน้าซีดตัวสั่นเมื่อหวาดกลัว คำตอบคือกระบวนการป้องกันตนของร่างกายที่ส่งผลต่อการไหลของโลหิตและทำให้สูญเสียทักษะชั่วคราว ถึงขนาดไม่สามารถขยับนิ้วหรือลิ้นได้เหมือนปกติ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้ต้องซักซ้อมและทบทวน แม้กระทั่งการโทรฯแจ้งเหตุร้าย (เช่น ดิฉันโทรฯจากบ้านเลขที่ 1234 ถนนอโศก กำลังถูกบุกรุกย่องเบา ขอความช่วยเหลือด่วน) การฝึกซ้อมช่วยให้กระบวนการแจ้งภัยเป็นไป อย่างรัดกุมและมีประสิทธิภาพ ด้วยเหตุนี้ สมาชิก ครอบครัวทุกคนจึงควรฝึกซ้อมด้วยวิธีง่ายๆ คือดึง สายเชื่อมสัญญาณออก กดหมายเลข 191 แล้วหัดพูดแจ้งเหตุร้าย

“บ่อยครั้งที่ตำรวจได้รับสายใบ้ซึ่งเป็นเพราะ ผู้โทรฯกลัวและตกใจจนพูดไม่ออก ได้ยินแต่เสียง หายใจหนักๆ ซึ่งเป็นเรื่องไม่น่าเกิดขึ้นในวินาทีแห่ง ความเป็นความตาย อย่างน้อยผู้โทรฯต้องสามารถ แจ้งได้ว่าอยู่ที่ไหน เกิดเหตุอะไร” พ.ต.ท.นพศิลป์กล่าว

ฝึกซ้อมรับเหตุร้าย

โรงเรียน บริษัทเอกชน และบ้านเรือนมักมีการฝึกซ้อมเมื่อเกิดไฟไหม้ ซึ่ง พ.ต.ท.นพศิลป์เห็นว่าควร เพิ่มการฝึกซ้อมเพื่อรับมือกับเหตุร้ายอื่นๆด้วย โดยเฉพาะทางหนีทีไล่ต่างๆ ซึ่งต้องมีการตกลงกัน ในครอบครัวว่าจะทำอย่างไรหากมีผู้บุรุก หนีออกทางหน้าต่างบานไหน ชั้นไหน ใช้อะไรทุบกระจก จากนั้นวิ่งไปรวมตัวกันที่ไหน หรือต้องระวังอะไรบ้าง “ต้องมีหลักปฏิบัติที่ทำให้ทุกคนในครอบครัวมั่นใจว่าสามารถรอดจากเหตุร้าย ซึ่งจะมั่นใจได้มากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับการฝึกซ้อม” พ.ต.ท. นพศิลป์กล่าว

ตัวอย่างจากภาพยนตร์

คุณสามารถฝึกซ้อมตามสถานการณ์ต่างๆในภาพยนตร์และรายการโทรทัศน์ พ.ต.ท.นพศิลป์กล่าวว่า สมองคนเรามีระบบที่สั่งให้ทำในสิ่งที่เราเคยเห็นและตั้งใจศึกษา แม้เราไม่เคยทำมาก่อน ดังนั้น การดูภาพยนตร์ตอนนักแสดงใช้เก้าอี้ทุบกระจกเพื่อเข้าไปช่วยเด็กแล้วนึกว่าตนเองคือนักแสดงผู้นั้นจะเป็นประโยชน์ต่อคุณเมื่อเผชิญสถานการณ์ใกล้เคียงกัน “บอกตัวเองให้เป็นพระเอกผู้กล้าหาญในภาพยนตร์ที่คุณจินตนาการ ถามตัวเองว่าคุณจะทำอย่างไรหากเผชิญสถานการณ์นั้นๆ” พ.ต.ท.นพศิลป์กล่าว

ฝึกใจให้จดจ่อ

แล้วคุณเคยสงสัยไหมว่า ทำไมบรรดาสายลับต่างๆ ในภาพยนตร์จึงสามารถอยู่ในสภาพเดิมๆได้นานนับหลายชั่วโมงโดยปราศจากความหวั่นไหววอก แวก ที่เป็นเช่นนี้เพราะพวกเขามีจิตใจจดจ่อ มองเห็นองค์ประกอบรอบตัวเป็นภาพนิ่ง และพยายาม หาบุคคลที่นำไปสู่การแก้ปัญหา พวกเขาฝึกซ้อมให้มีสมาธิ ซึ่งคุณสามารถทำได้ด้วยวิธีดังต่อไปนี้

นำไพ่มาหนึ่งสำรับ หงายทีละใบให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เมื่อหน้าไพ่คือแจ็ก ให้วางหงาย เมื่อหน้าไพ่คือเก้า วางไว้ด้านขวาของแจ็ก เมื่อหน้าไพ่คือสาม วางไว้ด้านขวาของเก้า โดยโยนไพ่นอกเหนือจากสามใบนี้ไปด้านหลัง เมื่อหมดสำรับจึงทำใหม่หลายๆครั้ง การทำเช่นนี้เป็นการฝึกจิตใจคุณให้จดจ่ออยู่กับเรื่องใดเรื่องหนึ่งและสามารถ มีสติได้เมื่อคุณตกอยู่ในเหตุร้าย

ดัดแปลงจากบทความโดย JOE KITA

 

20
คุณชอบบทความนี้ไหม?เชิญให้คะแนน

Q&A Interview:Getting Ahead with James Dyson

Share แบ่งปัน
พิมพ์ | อีเมล

เรื่องยอดนิยม ...

  1. บุคคลแห่งปีของเอเชีย
  2. เดินกลับไปสู่อนาคต
  3. เรื่องราวในรูปเงา

ประเภทของ บทความ

  • แรงบันดาลใจ
  • ผู้มีชื่อเสียง
  • ท่องเที่ยว
  • ระทึกใจ/ผจญภัย
  • สิ่งประดิษฐ์ & เทคโนโลยี
  • รุปแบบการใช้ชีวิต
  • เหตุการณ์ปัจจุบัน & ประวัติศาสตร์
  • สุขภาพ-การแพทย์

แสดงความคิดเห็น

ชื่อ*
อีเมล*
ความคิดเห็น*
Disclaimer : Reader's Digest reserves the right and authority to display your postings or not, and modify your posts to remove offensive material, remove vulgar comments, remove insults or delete any other content deemed inappropriate, at our discretion.
ท่านต้องการอ่านทุกเดือนไหม
สมัครสมาชิกนิตยสาร รีดเดอร์ส ไดเจสท์ สรรสาระ เพียง 996 บาทต่อปี
Shop Online
1 | 2 | 3 | 4 | 5
  • E20i
    English in 20 Minutes Interactive

    THB4,888.00
    buy
  • Mood Music
    Mood Music for Listening and Relaxation

    THB1,990.00
    buy
  • Salute to the King Set
    Salute to the King Set

    THB1,590.00
    buy
  • Manage Your Boss
    Managing Your Manager

    THB32.00
    buy
  • เมื่อธรรมชาติแผลงฤทธิ์
    เมื่อธรรมชาติแผลงฤทธิ์

    THB1,690.00
    buy
ดูผลิตภัณฑ์อื่นๆ

เรื่องยอดนิยม

  • ตลอดกาล
  • สัปดาห์นี้
  • This month
1โตโน่ จาก Reality สู่ชีวิตจริงของดาวรุ่ง
25 วิธีจับโกหก
3ติ๊ก เจษฎาภรณ์ สุภาพบุรุษโลกสีเขียว
4วาทศิลป์แห่งปัญญาของในหลวง
541 ความในใจที่หมอขอบอก
629 เคล็ดลับทางการเงิน
7“ผมภูมิใจในตัวพ่อ นักสู้แห่งเทือกเขาบูโด”
8โพแทสเซียม
9ชีวิตที่นับหนึ่งใหม่
10พลิกความเครียดให้เป็นประโยชน์

เรื่องขำขันทั้งหมด

หัวเราะคือยาวิเศษ

ช่วงวันหยุด แม่เลี้ยงขอฉันโทรศัพท์ไปที่ร้านคาเฟ่เพื่อจองที่นั่งเวลา 19.00 น... 100% ร่วมลงคะแนน

หัวเราะคือยาวิเศษ

ชายคนหนึ่งบอกหมอว่า "หมอครับ ช่วยผมด้วย ผมติดทวิตเตอร์อย่างหนัก" หมอตอบว่า ... 100% ร่วมลงคะแนน

หัวเราะคือยาวิเศษ

ตอนเด็กๆ ครอบครัวผมจนมากไม่มีปัญญาซื้อรองเท้าผ้าใบสวยๆ ให้ผม ตอนที่ผมบอกให้... 100% ร่วมลงคะแนน
See All Jokes

ขอตอบด้วยคน

วิธีทำโทษเด็กแบบไหนดีที่สุด
142 Votes

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์

อาหาร

เต้าหู้ผัดเต้าซี่

ผู้มีชื่อเสียง

วาทศิลป์แห่งปัญญาของในหลวง

แรงบันดาลใจ

บุคคลแห่งปีของเอเชีย

อาหาร

สลัดผักร็อกเก็ตและชีส

เทคโนโลยี

พญาอินทรีแห่งฝูงปักษา

ท่องเที่ยว

อิสตันบูล

ธันวาคม 2554

วาทศิลป์แห่งปัญญาของในหลวง
  • ฉบับนี้
  • สมัครสมาชิก
  • รับฟรี E-Newsletter
ติดต่อเรา
  • ส่งเรื่องขำขัน
  • ส่งบทความ
  • ส่งภาพ
  • แสดงความคิดเห็น
  • ติดต่อเรา
  • คำแนะนำ
  • อีเมลถึงบรรณาธิการ
  • ลูกค้าสัมพันธ์

เรื่องขำขันของคุณมีค่า 1,000 บาท

หากมีเรื่องตลกเฮฮาที่เกิดขึ้นจริง เรามีรางวัล 1,000 บาท สำหรับเรื่องที่ผ่านการคัดเลือกและได้รับการตีพิมพ์ ส่งหาเรา!

ผู้โชคดีได้รับรางวัลประจำปี 2555

รายการ “ลุ้นรวยรับรางวัลรวม 7 ล้าน”

ติดตามผลรายชื่อผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลจากเราได้ที่นี่

 

ติดต่อเรา | เว็บไซต์รีดเดอร์ส ไดเจสท์ เอเชีย | แบรนด์ที่คุณเชื่อมั่นที่สุด | ติดต่อโฆษณา | นโยบายบริษัท | ข้อกำหนดในการใช้งาน | แผนผังเว็บ © 2012 The Reader's Digest Association, Inc