ชายผู้มีความสุขที่สุดในโลก
ศิลปะแห่งความสุขไม่ใช่แค่เรียนรู้กันได้ แต่ยังเป็นองค์ประกอบสำคัญของการมีสุขภาพที่ดี
By เพจ คิลโปเนนการค้นหาความสุขอันแท้จริงคือความปรารถนาสากลที่ใครๆก็ต้องการ แต่เราจะหาเจอกันทุกคนไหม ความสุขที่แท้แสร้งทำไม่ได้ หากฉาบทั่วใบหน้ายามที่เรายินดีหรือพอใจจริงๆ และในทำนองเดียวกัน ต่อให้ฝืนยิ้มก็ซ่อนความทุกข์เศร้าที่แฝงอยู่ไม่มิด
ชายคนหนึ่งที่เชื่อว่าทุกคนสามารถสร้างความสุขและภาวะอยู่เย็นเป็นสุขที่ยั่งยืนได้คือ มัตทิเยอ ริการ์ ใบหน้าของเขาคือภาพความสงบสุขนั่นเอง มุมปากเขาแย้มขึ้นในอาการกึ่งยิ้มอยู่ตลอด นัยน์ตากระจ่างฉายแววอ่อนโยน
ริการ์ได้ตำแหน่งมนุษย์ที่มีความสุขที่สุดในโลกโดยผ่านการรับรองทางวิทยาศาสตร์ ตำแหน่งนี้ต่อท้ายคำบรรยายอื่นๆอีกมากมายของชายชาวฝรั่งเศสวัย 64 คนนี้ได้อย่างกลมกลืน เขาเป็นทั้งนักเขียน, ช่างภาพ, อดีตนักพันธุกรรมโมเลกุล, นักวิจัย, ภิกษุผู้ศรัทธาในพุทธศาสนา และล่ามผู้รับใช้องค์ทะไลลามะ
ริการ์คว้าตำแหน่ง “มนุษย์ที่มีความสุขที่สุด” หลังการทดสอบหลายครั้งในห้องทดลองเมื่อปี 2547 ซึ่งเผยถึงสมรรถภาพพิเศษสำหรับความสุข นักวิจัยติดขั้วไฟฟ้า 256 ชิ้นทั่วศีรษะโล้นเลี่ยนของเขาเพื่อสำรวจว่าการทำสมาธิส่งผลต่อสมองอย่างไร และผลที่ได้เป็นเรื่องใหม่เอี่ยม โดยพบว่าเปลือกสมองกลีบหน้าผากส่วนหน้าของริการ์กับภิกษุอื่นที่นั่งสมาธิอยู่ในห้องทดลองมีสัญญาณไฟฟ้าพุ่งสูง สมองส่วนนั้นเชื่อมโยงกับอารมณ์ด้านบวกอย่างเช่นความสุข
หลังฝึกเจริญสมาธิภาวนาในกุฏิสงฆ์ที่เนปาลมานานกว่า 35 ปี ริการ์ก็เชี่ยวชาญเรื่องควบคุมจิตใจ เขาก้าวไกลสู่หนทางแห่งความตื่นรู้ และยืนยันว่าการฝึกสมาธิคือสิ่งสำคัญที่ช่วยให้บรรลุความสุขแท้จริงอันยั่งยืน
ในหนังสือขายดีของเขาเมื่อปี 2550 ความสุข: คู่มือพัฒนาทักษะสุดสำคัญแห่งชีวิต ริการ์นิยามว่า ความสุขคือ “ความรู้สึกเต็มเปี่ยมลึกล้ำซึ่งผุดขึ้นจากจิตใจที่สมบูรณ์เป็นพิเศษ”
ริการ์แบ่งปันความคิดว่าด้วยความสุขเช่นนี้ไปสู่ผู้ฟังทั่วโลก เขาเป็นนักพูดเจนเวทีที่ตระเวนถ่ายทอดความเข้าใจอันลึกซึ้งในเรื่องความสุขให้แก่ทุกคน ตั้งแต่นักเรียนไปถึงคณะบุคคลต่างๆ เขาอธิบายว่าความสุขเป็นเพียง “ความรู้สึกสงบเต็มอิ่มลึกล้ำคือสภาวะที่แผ่ซ่านโอบรับทุกสภาวะอารมณ์ไว้โดยแท้”
เขาเชื่อว่าการแสวงหาความปีติสุขภายในแทนที่จะพึ่งเงื่อนไขภายนอกคือหนทางบรรลุถึงความเกษมสุข “เห็นได้ชัดว่าแค่เงื่อนไขภายนอกไม่พอ การใช้ประสบการณ์ภายในของตัวเราเองตีความและแปลความหมายของเงื่อนไขภายนอกเหล่านั้นต่างหากที่กำหนดความรู้สึกสุขหรือทุกข์”
ถ้าเช่นนั้นก็แปลว่าเราทุกคนสามารถจะเป็นสุขได้ไม่ว่าในสภาพการณ์ใดใช่หรือไม่ ริการ์ตอบว่าใช่ เขาเชื่อว่าเราสอนตัวเองให้มีความสุขได้แน่นอน หากรู้จักฝึกฝนจิตใจ ซึ่งเป็นวินัยที่มีประโยชน์และสำคัญพอๆกับการดูแลร่างกาย การฝึกจิตไม่ใช่แค่ “วิตามินเสริมสำหรับจิตวิญญาณ”เท่านั้น
เขายิ้มก่อนเสริมว่า “เราชอบวิ่งออกกำลังให้ร่างกายแข็งแรง เราทำสารพัดเพื่อความสวยความงาม แต่เรากลับใช้เวลาน้อยอย่างไม่น่าเชื่อเพื่อดูแลสิ่งสำคัญที่สุด นั่นคือวิธีทำงานของจิตใจซึ่งกำหนดคุณภาพประสบการณ์ของเรา”
ริการ์กล่าวว่า ในการฝึกปฏิบัติตามแนวทางพุทธศาสนา การฝึกสมาธิช่วยฝึกจิตได้ผลที่สุด โดยรับรู้ความรู้สึกนึกคิดทุกอย่างแล้วปล่อยวาง และไม่มีความยึดติดมารบกวน แต่เขายืนยันว่าไม่จำเป็นต้องเคร่งครัดถึงขนาดที่พระสงฆ์ปฏิบัติก็สามารถฝึกสมาธิให้ตัวเองมีความสุขมากขึ้น เพียงฝึกวันละครึ่งชั่วโมงสักไม่กี่เดือนก็ได้ผลแล้ว
“การฝึกสมาธิไม่ใช่แค่ออกไปนั่งเล่นใต้ต้นมะม่วงให้สบายใจสักครู่ แล้วพยายามทำให้สมองว่างโดยไม่เกิดผล อันที่จริง มันคือความเปลี่ยนแปลงลึกๆที่เกิดจากการฝึกฝนจิตใจ”
เขาย้ำอีกครั้งว่าไม่ใช่เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นรอบข้างที่ทำให้เราไม่มีความสุข แต่เพราะวิธีที่เราเลือกตอบโต้ต่างหาก “เราเปลี่ยนโลกทั้งโลกให้ถูกใจเราไม่ได้ แต่เราปรับจิตใจของเราได้ ถ้าเปลี่ยนจิตใจตัวเองได้ เราก็เปลี่ยนโลกได้”
การไขว่คว้าหาความสุขกลายเป็นเรื่องหมกมุ่นสมัยใหม่ เมื่อชีวิตซับซ้อนขึ้น แรงกดดันจำกัดความสามารถที่เราจะตอบโต้กับอิทธิพลหลากหลายจากภายนอก ความสุขที่ฟูขึ้นมาในใจชั่วครู่ไม่อาจประคองให้เราพอใจได้ในระยะยาว ริการ์กล่าวว่าต้องหัดบ่มเพาะทักษะจึงจะสร้างความรู้สึกพึงพอใจและภาวะของความอยู่ดีมีสุขเป็นพื้นฐานได้
เขาอธิบายว่า “ความสุขแท้จริงไม่ได้หมายถึงความรู้สึกสนุกสนานครั้งแล้วครั้งเล่า ทว่าเหมือนการรวมคุณสมบัติหลายอย่างซึ่งเราพัฒนาให้เป็นทักษะได้ไว้ด้วยกันมากกว่า เช่น ใจที่เปิดกว้าง รักผู้อื่นอย่างแท้จริง มีเมตตา ใจเข้มแข็ง และจิตสงบเย็น”
ริการ์กล่าวว่า การยึดอัตตาและสนใจแต่ตัวเองคืออันตรายสำคัญต่อความสุขที่แท้ การมองให้พ้นตัวเองและมุ่งแสดงความเมตตาต่อผู้อื่นต่างหากคือการเริ่มต้น ชายผู้มีความสุขที่สุดในโลกซึ่งเห็นชัดว่ารู้สึกขบขันกับฉายานี้ ไม่มีทีท่าจะเก็บงำความลับทั้งหลายที่นำไปสู่ความสุข เขากลับกล่าวทิ้งท้ายอย่างเรียบง่ายจับใจว่า
“[เราต้องหล่อเลี้ยง]ความเมตตากรุณา ความรักอย่างไร้เงื่อนไข ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่โดยไม่ยึดติด และรักษาจิตข้างในให้สงบ เข้มแข็ง พึงพอใจ สิ่งเหล่านี้เมื่อรวมแล้วก็เป็นวิถีการใช้ชีวิต ซึ่งคือความสุขอันแท้จริงนั่นเอง”
|
| ||||||
แสดงความคิดเห็น
| ชื่อ* | |
| อีเมล* | |
| ความคิดเห็น* | |
Disclaimer : Reader's Digest reserves the right and authority to display your postings or not, and modify your posts to remove offensive material, remove vulgar comments, remove insults or delete any other content deemed inappropriate, at our discretion.

วิธีทำโทษเด็กแบบไหนดีที่สุด197 Votes
เรื่องยอดนิยม
เรื่องยอดนิยม
เมนูแนะนำ
เมนูแนะนำ
![]() | ทูดาริบอล
อดีตนักร้องค่ายอาร์เอส (อัลบั้ม SASIKARN และ SASIKARN 2 YOU) และนักแสดง ทั้งภาพยนตร์ ละครทีวีและละครเวที ล่าสุดรับบทพระสุพรรณกัลยา ในละครเวทีอิงประวัติศาสตร์ “สมเด็จพระนเรศวรมหาราช” ปัจจุบันทำรายการวาไรตี้ “นารีโซไซตี้” ทางช่องมีเดียแชนแนลและเป็นผู้บริหารร้านอาหารเกาหลี “TODARI” |

English in 20 Minutes Interactive
THB4,888.00


Mood Music for Listening and Relaxation
THB1,990.00


Salute to the King Set
THB1,590.00


Managing Your Manager
THB32.00


เมื่อธรรมชาติแผลงฤทธิ์
THB1,690.00

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์
![]() อาหาร | ![]() ผู้มีชื่อเสียง | ![]() แรงบันดาลใจ | ![]() อาหาร | ![]() ท่องเที่ยว | ![]() แรงบันดาลใจ |
แบ่งปัน









