
English in 20 Minutes Interactive
THB4,888.00


Mood Music for Listening and Relaxation
THB1,990.00


Salute to the King Set
THB1,590.00


Managing Your Manager
THB32.00


เมื่อธรรมชาติแผลงฤทธิ์
THB1,690.00

‘เป่ายิ้งฉุบ’ เสื้อยืดมีชีวิต
ทุกธุรกิจย่อมมีทั้งดาวรุ่งและดาวร่วง ชาลี รัตนวชิรินทร์กล่าวว่า ภาพรวมตอนนี้ไม่ว่าจะคิดหยิบฉวยทำธุรกิจอะไรล้วนแล้วแต่เหนื่อยยาก ต้องยอมรับความจริงว่าการผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคของโลกทุกวันนี้อยู่ในภาวะเกินกว่าความต้องการ
By วรนุช เจียมรจนานนท์
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ในโลกของธุรกิจ ขณะที่มีคนล้มลงก็มีอีกคนยืนหยัดขึ้น และท่ามกลางผู้ประกอบการที่ยืนหยัดอาจมีใครหลายคนกำลังล้มตัวลงอย่างอ่อนแรง ชาลี รัตนวชิรินทร์ เจ้าของธุรกิจเสื้อยืดสำเร็จรูปเป่ายิ้งฉุบ กล่าวว่า “ไม่มีธุรกิจอะไรหอมหวนอีกต่อไปแล้ว” แม้แต่กับธุรกิจเสื้อยืดสำเร็จรูปที่เคยสร้างกำไรเป็นกอบเป็นกำในอดีต
นั่นเป็นที่มาของความเพียรพยายามที่จะเปลี่ยนแนวคิดจากเสื้อยืดธรรมดาที่ดูเหมือนกันทุกยี่ห้อมาเป็นผลิตภัณฑ์แห่งการสร้างสรรค์แรงบันดาลใจของครอบครัวอบอุ่น เขาเปลี่ยนบุคลิกของตราสินค้าเป่ายิ้งฉุบที่ดูเหมือนเกมเด็กเล่นมาเป็นผลิตภัณฑ์แห่งความไว้วางใจของทุกคนในครอบครัว
เมื่อห้าปีก่อนหน้านี้ ชาลีเข็นคอลเลกชันที่ท้าทายกติกาเดิมของธุรกิจตลาดเสื้อยืดสำเร็จรูป ด้วยการวางตลาดเสื้อยืดพิมพ์ข้อความ “รักแม่อย่าลืมย่าลืมยาย” มาตอบโจทย์แนวทางธุรกิจครอบครัวอบอุ่น
จากนั้นไม่นาน ทิศทางตลาดเริ่มขานรับ สินค้ากตัญญู เขาเปิดตัวคอลเลกชัน “รู้นะพ่อเหนื่อย” ตามมาอีกชุดใหญ่ และตั้งแต่นั้นมา ภาพลักษณ์ของเป่ายิ้งฉุบได้รับการยอมรับในฐานะสินค้าที่มีบุคลิกเฉพาะตัว มีจิตวิญญาณการทำธุรกิจ และเจตจำนงแน่วแน่ของผลิตภัณฑ์ที่ต้องการมีส่วนร่วมและเติบโตไปกับสังคมไทย
“ช่วงปี 2548 เราสามารถทำยอดขายได้เป็นเท่าตัวจาก 100 ล้านบาทเป็น 200 ล้านบาทด้วยการผลักดันแนวคิดใหม่ในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ธุรกิจเสื้อยืด” ชาลีกล่าว
ด้วยจุดยืนของธุรกิจภายใต้ปรัชญา “องค์การ...ปัญญา ความดีงาม” เป่ายิ้งฉุบจึงมุ่งสร้างกิจกรรมอย่างสร้างสรรค์ บริการอย่างดีเยี่ยม เป็นผลิตภัณฑ์แห่งความรัก และผู้นำตลาดที่ดีงาม ซึ่งเป็นหลักการที่ ชาลียึดมั่นในการพัฒนาและผลิตสินค้าเพื่อตอบรับกระแสสังคม โดยไม่ทิ้งอุดมการณ์ที่สะท้อนถึงแบบอย่างวัฒนธรรมที่ดีของครอบครัวอบอุ่น
ทว่าปี 2550 ธุรกิจเป่ายิ้งฉุบเริ่มได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจ “ตอนนั้น ผมมีสต็อกเสื้อยืดค้างอยู่นับล้านตัว มูลค่า 100 กว่าล้านบาท เท่ากับเงินลงทุนทั้งหมด จากเงินสดที่เห็นอยู่ตรงหน้ากลับกลายเป็นหนี้ ผมต้องปลอบใจตัวเองว่าต้องตั้งสติเปลี่ยนสต็อกให้เป็นสตางค์” ชาลีกล่าว
สองปีที่ผ่านมาจึงเป็นช่วงเวลาของการค่อยๆระบายสินค้าจากโกดัง ด้วยการเปลี่ยน จากการขายระบบค้าส่งเฉพาะกับสินค้าที่ไม่อยู่ในความสนใจของตัวแทนจำหน่ายมาเป็น การเช่าพื้นที่ในห้างลดราคาแล้วขายปลีกแทน ขณะเดียวกันก็ลดขนาดธุรกิจลง ลดกำลังคนโดยให้ลาออกอย่างสมัครใจ แม้แต่ชาลีก็เลือกจะลดเงินเดือนลงร้อยละ 25 เพื่อประคองธุรกิจให้อยู่รอด
และด้วยบุคลิกส่วนตัวที่เป็นคนคิดบวก เขาเปลี่ยนจากเรื่องหนักอึ้งในธุรกิจมาเป็นความสนุกในการทำงาน ใช้พลังที่มีมาคิดสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ
“เราเป็นเจ้าแรกๆที่ทำภาษาไทยอยู่บนเสื้อ โดยใช้คำพูดที่แสดงออกถึงความดีงามมาสื่อสาร เรียกว่าเป็นคอลเลกชันคำดี...สุขกายสุขใจ กับคำที่ให้ความหมายดีๆวิถีพุทธ เช่น “จิตสะอาดใจบริสุทธิ์ อยู่เย็นเป็นสุข” ซึ่ง เป็นตลาดเฉพาะกลุ่มที่เริ่มโต จากเดิมที่ทำแล้วไม่สนใจว่าจะขายได้หรือไม่” ชาลีกล่าว แม้เขาจะหงุดหงิดกับผู้ผลิตบางรายที่ขายคำพูดหวือหวาซึ่งล่อแหลมต่อสังคมไทย แต่ เสื้อชุดคำดีของเป่ายิ้งฉุบกลับขายได้และดีขึ้นเรื่อยๆ
ชาลีเรียกการเปลี่ยนแปลงที่เป็นสัญญาณ เชิงบวกนี้ว่าเป็นการทำธุรกิจที่ตั้งอยู่บน “มณฑลแห่งพลังของเป่ายิ้งฉุบ” จากปรัชญา คิดดี ทำดี พูดดี ทำให้ได้รับความสนใจจากลูกค้า ดูแลใส่ใจและไม่ทอดทิ้งกัน
หลังระบายสินค้าคงค้างในโกดัง ชาลีเริ่มทยอยวางตลาดสินค้ารุ่นใหม่ตั้งแต่ต้นปี 2552 โดยแบ่งไปจับตลาดเฉพาะกลุ่มอย่าง เช่น เสื้อครอบครัวคนรักช้าง “รักช้าง...ไม่เชย” เสื้อคู่ของคนมีรัก “ควาญช้างกับช้างเท้าหน้า” เสื้อคำดี...สุขกายสุขใจ “ชีวิตสงบ สังคมเป็นสุข” เสื้อเพื่อน “เพื่อนเป็นแล้วรักษาไม่หาย” และคอลเลกชันภาคต่อจากรู้นะพ่อเหนื่อยมาเป็น “ยิ้มของพ่อ สร้างพลังใจให้ลูก ครอบครัวอบอุ่น” ส่งท้ายปลายปี
“จากที่คิดว่าไม่น่าจะรอดเพราะจับตลาดเฉพาะกลุ่ม ตอนหลังเริ่มได้รับความสนใจ บางคอลเลกชันถูกลอกเลียนแบบ ผมเหนื่อย ใจ แต่ก็รู้สึกดีใจที่สินค้าเราเริ่มได้รับความนิยม โดยเฉพาะเสื้อโปโลที่คนทำงานนิยมซื้อ เพราะใส่ได้ทั้งวันทำงานและวันหยุด อย่างการทำเสื้อคำดี...สุขกายสุขใจ ทำให้เราค้นพบตลาดว่ายังมีคนดีที่ไม่ได้ไปวัดอีกเยอะ แต่เลือกที่จะใส่เสื้อธรรมะเพื่อบ่งบอกถึงบุคลิกตัวเอง” ชาลีกล่าว
ชาลีกล่าวว่า ธุรกิจเสื้อยืดเติบโตเต็มที่มูลค่าตลาดไม่เกิน 1,000 ล้านบาท แต่การเลือกผันตัวมาทำตลาดเฉพาะกลุ่มมีโอกาสที่เป่ายิ้งฉุบจะผลักดันยอดขายเติบโตไปได้ไม่น้อยกว่า 500 ถึง 600 ล้านบาท ถือเป็นธุรกิจหลักที่ทำให้เป่ายิ้งฉุบยืนหยัดอยู่ได้ และถ้ามองอีกมุม การพิมพ์ข้อความบนเสื้อเป็น การเปลี่ยนสถานะจากเครื่องแต่งกายมาเป็นธุรกิจสื่อที่สามารถพัฒนาให้เติบโตต่อไปได้
ด้วยวิสัยทัศน์ของการเป็นผลิตภัณฑ์และบริการแห่งแรงบันดาลใจครอบ ครัวอบอุ่น ชาลีตั้งเป้าหมายองค์กรไว้ที่การผันตัวสู่ธุรกิจบริการ เช่น ทำทัวร์ครอบครัวอบอุ่น โรงแรมครอบครัวอบอุ่น และเวิร์ก ช็อปครอบครัวอบอุ่น “เสื้อคือสื่อชนิดหนึ่งที่ สามารถผันไปเป็นค่านิยมองค์กรครอบครัว อบอุ่น สื่อไหนจะมีพลังเท่านี้ เราสามารถสร้างคนเผ่าพันธุ์เป่ายิ้งฉุบได้” เขากล่าวอย่างมุ่งมั่น
หลังธุรกิจเคยหวือหวาและตกต่ำจนถึงขั้นเกือบปิดบริษัท เขามองว่า การเติบโตของธุรกิจในเชิงตัวเลขไม่สำคัญเท่ากับการเติบโตและยืนอยู่ได้อย่างมีความสุข “แม้ในปีที่ตัว เลขยอดขายไม่ดี แต่ดัชนีมวลรวมความสุข ความจงรักภักดีของคนในองค์กร และการยอมรับของลูกค้าถือเป็นเกราะป้องกันชั้นดีทำให้ธุรกิจมีกำลังใจเติบโตต่อไป” ชาลีกล่าว
จากเด็กชายตัวเล็กๆที่เห็นพ่อแม่ทำธุรกิจค้าขายพลอย เขาก็จดจำความรู้สึกของผู้ประกอบการที่มีลมหายใจอยู่ได้ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ จากเงินลงทุนก้อนแรก 50,000 บาทที่เขาลงทุนเปิดร้านขายเสื้อยืดในห้างกับคนรักหลังเรียนจบปริญญาตรี วันนี้ เป่ายิ้งฉุบเดินมาไกลจากจุดเริ่มต้น เปลี่ยนจากเสื้อยืดธรรมดามาเป็นสินค้าแห่งความภาคภูมิ และมีลมหายใจอยู่ได้ภายใต้จิตวิญญาณของความดีงาม
ก้าวไปข้างหน้ากับ ชาลี รัตนวชิรินทร์
อะไรที่ทำให้คุณเอาตัวรอดได้เวลาวิกฤต
ผมพูดบ่อยครั้งถึงเรื่องสติ จากที่เคยไปบวชเรียนที่อินเดียตอนปี 2548 ทำให้เรามีกระบวนการคิดแบบสุขจิตมากขึ้น ยังคงทุกข์ยังคงเครียด แต่เราเลือกที่จะไม่จะเป็นจะตายกับมัน
คุณทำธุรกิจมากว่า 20 ปี เคยมีเงินสดสูงสุดเท่าไร
ไม่ต่ำกว่า 40 ถึง 50 ล้านบาท แต่พอธุรกิจตึงตัวตั้งแต่ปี 2550 เงินที่มีกลายเป็นหนี้สิน เรียกว่าความมั่งคั่งหายหมด
คุณมีวิธีระบายสต็อกเสื้อยืดเป็นล้านตัวอย่างไร
ผมหันมาทำค้าปลีกโดยเปิดตัวโมบายช็อป นำสินค้าที่ขายไม่ค่อยดีในช่องทางค้าส่งไปวางในห้างบิ๊กซีและโลตัส อย่างเช่น เสื้อผ้าที่เขียนข้อความเชยๆ อย่าง คำดี...สุขกายสุขใจ อยู่ๆไปขายได้ มีกลุ่มเป้าหมายบางกลุ่มสนใจ พอเริ่มขายดี ตัวแทนจำหน่ายเริ่มแห่กันสั่งจอง เงินทองไหลมาเทมาอีกครั้ง
ทำไมเคยคิดปิดบริษัท
คนทำธุรกิจไม่กลัวหนี้ แต่กลัวไม่มีรายได้ที่มีกำไร บางธุรกิจมีรายได้ แต่ไม่มีกำไร ไม่คุ้มทุนก็ไม่มีความหมายทางธุรกิจ เพราะสุดท้ายแล้ว ผลลัพธ์ของการทำธุรกิจคือกำไร ที่ผ่านมา เรามีค่าใช้จ่ายมากกว่ารายรับจึงต้องเตรียมทางถอย แต่ตอนนี้ หนี้เราคงที่และเริ่มลด เราผ่านจุดแย่ที่สุดของสถาน ภาพองค์กรไปแล้ว ปี 2552 เราคาดว่าจะ มียอดขายรวมประมาณ 100 ล้านบาท
เป้าหมาย ต่อไปจากนี้
ผมยังมีความมุ่งมั่นจะขยายธุรกิจทุกวัน ทำอย่างไรให้คนรักครอบครัวมากขึ้น
คุณเอาชนะอุปสรรคอย่างไร
แค่ยิ้มสู้ เพราะบางครั้งไม่เห็นทางออกจริงๆแล้วผมไม่ได้พยายามจะเอาชนะอุปสรรค เพียงแค่ผมอยู่กับมันไปเรื่อยๆ แล้วทำวันนี้ให้ดีที่สุด จะชนะหรือแพ้ก็ไม่รู้ การคิดบวกเป็นเรื่องสำคัญ
สรุปนิยามของเป่ายิ้งฉุบ
เนื้อหาและชีวิตในความเป็นตัวตนของยี่ห้อจริงๆ เรามีพนักงานที่รักองค์กรจริงๆ มีลูกค้าที่รักเรา เป็นความรักในตัวเป่ายิ้งฉุบ ไม่ใช่ผมคนเดียว คนคนเดียวทำอะไรไม่ได้ โดยแก่นคือมีสาระ เป่ายิ้งฉุบเป็นสินค้าที่มีเนื้อหาตลอดเวลา โดยธรรมชาติของสังคมมนุษย์ ครอบครัวคือสาระสำคัญ เสื้อยืดก็คือเสื้อยืด แต่ก็มีจิตวิญญาณ มีตัวตน มีพลัง จนบางคนเอ่ยปากว่า เป่ายิ้งฉุบคือเสื้อยืดสะอาดบริสุทธิ์และดีงาม
|
| ||||||
1 Comments |
| หน้าด้านจิงๆ on 08 พฤษภาคม 2553 ,07:50 เสื้อคู่ของคนมีรัก “ควาญช้างกับช้างเท้าหน้า” ก็อปเค้ามา ยังมีหน้ามาคุยอีก |
แสดงความคิดเห็น
| ชื่อ* | |
| อีเมล* | |
| ความคิดเห็น* | |

เรื่องยอดนิยม
เรื่องยอดนิยม
เรื่องขำขันทั้งหมด
เรื่องขำขันทั้งหมด
ขอตอบด้วยคน
เรื่องเด่นประจำสัปดาห์
![]() อาหาร | ![]() ผู้มีชื่อเสียง | ![]() แรงบันดาลใจ | ![]() อาหาร | เทคโนโลยี | ![]() ท่องเที่ยว |
เรื่องขำขันของคุณมีค่า 1,000 บาท
หากมีเรื่องตลกเฮฮาที่เกิดขึ้นจริง เรามีรางวัล 1,000 บาท สำหรับเรื่องที่ผ่านการคัดเลือกและได้รับการตีพิมพ์ ส่งหาเรา!

แบ่งปัน










