บุคคลแห่งปีของเอเชีย
แต่ละปี รีดเดอร์ส ไดเจสท์ ได้คัดเลือกบุคคลตัวอย่างที่สร้างแรงบันดาลใจแก่ผู้อ่านของเรา เราขอเชิดชูบุคคลแห่งปีของเอเชียรวมถึงบุคคลที่น่ายกย่องอีกสามท่านว่าเป็นผู้ที่ทำงานเพื่อสร้างสรรค์อนาคตของสังคมด้วยจิตใจอันดีงาม พวกเขาเป็นบุคคลธรรมดาที่กระทำสิ่งที่ไม่ธรรมดาเพื่อให้ชุมชมน่าอยู่อย่างแท้จริง
ยอดคุณแม่กับบ้านที่ไม่เคยขาดรัก
สุธาสินี น้อยอินทร์
หญิงแกร่งที่ต่อสู้เพื่อรักษาชีวิตเด็กกำพร้านับร้อยจากปัญหาการติดเชื้อเอชไอวีและเอดส์ แม้ต้องเผชิญกับอุปสรรครอบข้างรวมถึงโรคร้ายที่กำลังกัดกร่อนชีวิตของเธอทุกวินาที
แม่ติ๋วหรือสุธาสินี น้อยอินทร์ ผู้เป็นแม่สำหรับเด็กกำพร้าที่ติดเชื้อเอชไอวี หรือสูญเสียพ่อแม่จากโรคเอดส์ที่บ้านโฮมฮัก ซึ่งเป็นบ้านแห่งความรักที่เธอก่อตั้งมาตั้งแต่เมื่อปี 2530 จากเพิงพักพิงหลังน้อยๆกว่าจะกลายมาเป็นอาคารถาวรจริงก็ใช้เวลากว่าสิบปีต่อมา แล้วค่อยขยับขยายจนเป็นบ้านโฮมฮักที่เราเห็นในปัจจุบัน
ชื่อเสียงและงานของสุธาสินีเพิ่งเป็นที่รู้จักในสังคมไทยจริงๆในปี 2550 เมื่อเรื่องราวของเธอถูกถ่ายทอดผ่านโฆษณาทางโทรทัศน์ของบริษัทประกันชีวิตแห่งหนึ่ง ในบทแม่ต้อยที่ป่วยเป็นมะเร็ง แต่ยังอุทิศกายใจช่วยเหลือเด็กที่เธอเลี้ยงดูอย่างไม่ย่อท้อ
ไม่เคยมีคำว่าอ่อนแอสำหรับผู้หญิงคล่องแคล่ว ร่างสันทัน ผิวคล้ำ ใบหน้าอิ่มเอิบแม้ได้เครื่องสำอางวัย 54 ปีคนนี้ เพราะถ้าเธออ่อนแอ เราคงไม่เห็นเด็กหลายร้อยคนมีชีวิตรอดมาตลอดระยะเวลา 25 ปีที่ผ่านมา เส้นทางการช่วยเหลือผู้อื่นของเธอเริ่มตั้งแต่เป็นนักศึกษา เธอมักไปออกค่ายกับเพื่อนช่วยชาวบ้านยากจนตามต่างจังหวัด แต่ความตั้งใจของเธอเริ่มมาตั้งแต่วัยเด็ก
“ติ๋วเลือกเดินเส้นทางนี้เพราะเราขาดความรัก มาจากครอบครัวแตกแยก และคำพ่อสอนตั้งแต่เด็กๆที่เราจำแม่นเลยว่าจงช่วยเหลือคนอื่น... ประสบการณ์จากพ่อแม่ทำให้ติ๋วเชื่อว่าต้นแบบการเรียนรู้สำคัญมาก อยากให้เด็กเป็นอย่างไร เราต้องทำอย่างนั้นให้เด็กเห็นเป็นกิจวัตร อย่าได้แต่บอกว่าให้เขาทำอย่างนั้น”
สุธาสินีเป็นลูกคนกลางในบรรดาลูกสาวสามคน บ้านเดิมอยู่ในเขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพฯ บิดารับราชการจึงต้องเดินทางไปต่างจังหวัดบ่อยๆ และเธอชอบติดตามพ่อไปในช่วงปิดภาคเรียน ส่วนแม่เป็นแม่บ้านอยู่กับลูกที่กรุงเทพฯ มีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ชอบทำอาหารแบ่งปันเพื่อนบ้าน ปัจจุบันเธอเลี้ยงดูแม่ที่ป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ ส่วนพ่อเสียชีวิตแล้ว
หลังจบปริญญาตรีด้านจิตวิทยาจากวิทยาลัยเทคนิคกรุงเทพ สุธาสินีไปเป็นครูสอนเด็กชาวเขาที่แม่ฮ่องสอน จากนั้นย้ายมาสอนที่โรงเรียนหมู่บ้านเด็กในจังหวัดกาญจนบุรี ก่อนผันตัวเองมาทำงานพัฒนาที่ชุมชมแออัดคลองเตย ซึ่งทำให้มองเห็นปัญหาเด็กกำพร้าจากพ่อแม่ที่เสียชีวิตจากการติดเชื้อเอสไอวีและเอดส์ โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เธอจึงตัดสินใจว่าต้องไปยับยั้งปัญหาที่ต้นทางและเลือกจังหวัดยโสธรที่เคยไปออกค่ายอาสา
“พอไปอยู่ถึงรู้ว่าปัญหาซับซ้อนกว่าที่คิด มีปัจจัยมากมายมาเกี่ยวข้อง จึงคิดว่าจะทำอย่างไรให้เด็กและคนรอบข้างเขาอยู่ได้ด้วยความรักความเข้าใจ นั่นคือต้องสร้างความเข้มแข็งตั้งแต่ครอบครัว และทำให้สังคมยอมรับและให้โอกาส ต้องช่วยกันป้องกันแทนการแก้ไข เพราะเราไม่สามารถตามช่วยแก้ปัญหาได้ทั้งหมด” เธอกล่าว
ปัจจุบันมีเด็กอาศัยอยู่ที่บ้านโฮมฮัก 87 คน ตั้งแต่วัยสองเดือนถึงวัยรุ่นที่เรียนชั้นมัธยมปลาย กลุ่มใหญ่ที่สุดคือวัยประถมมีจำนวน 33 คน รองลงมาคือมัธยมต้น 22 คน ซึ่งลดจำนวนจากเมื่อปีที่แล้วที่มีร้อยกว่าคน ส่วนหนึ่งเนื่องจากจบการศึกษา และอีกส่วนหนึ่งเสียชีวิตจากการเจ็บป่วยที่เกิดในเด็กซึ่งมีภูมิคุ้มกันบกพร่องอยู่แล้ว นอกจากนี้เธอยังช่วยเหลือเด็กอีกจำนวนหนึ่งที่ยังอยู่กับผู้ปกครองที่บ้านด้วย
บ้านโฮมฮักต้องการอาสาสมัครจำนวนมากมาช่วยเหลือดูแลเด็กๆ โดยเฉพาะวันหยุดสุดสัปดาห์หรือช่วงโรงเรียนปิดภาคเรียนเพราะเด็กเกือบร้อยชีวิตจากต่างภูมิหลังอยู่บ้านพร้อมกันจนทำให้การดูแลไม่ทั่วถึงเท่าที่ควร แต่สุธาสินีเตือนผู้ที่อาสามาช่วยงานว่าอย่าคาดหวังภาพเด็กๆเรียบร้อยหรือเศร้าซึม เพราะมีแต่บรรยากาศที่เรียกว่า ‘สงครามโลก’
|
| |||||
แสดงความคิดเห็น
| ชื่อ* | |
| อีเมล* | |
| ความคิดเห็น* | |
Disclaimer : Reader's Digest reserves the right and authority to display your postings or not, and modify your posts to remove offensive material, remove vulgar comments, remove insults or delete any other content deemed inappropriate, at our discretion.

เรื่องราว ที่น่าสนใจ
เรื่องราว ที่น่าสนใจ
|
แรงบันดาลใจ
|
สุขภาพ & การแพทย์
|
อาหาร & สูตรอาหาร
|
บ้าน & สวน
|
เรื่องเล่า & สัมภาษณ์
|
| บทความแรงบันดาลใจทั้งหมด | สุขภาพ & การแพทย์ทั้งหมด | อาหาร & สูตรอาหารทั้งหมด | บ้าน & สวนทั้งหมด | เรื่องเล่า & สัมภาษณ์ทั้งหมด |




