“เราตัดสินใจว่าจะเลิกต่อสู้ด้วยธนูกับลูกศรแล้ว แต่จะใช้คอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต และเทคโนโลยีต่างๆทำให้คนสนใจสถานการณ์ของเรา” อัลมีร์ นารายาโมกา วัย 36 ปี หัวหน้าเผ่าไพเตอร์ ซูรุยที่อาศัยอยู่ลึกเข้าไปในป่าฝนแอมะซอนของบราซิล กล่าว “ถ้าไม่ทำเช่นนี้ ทั้งเราและป่าแอมะซอนจะไม่มีอะไรเหลือ ตอนนี้การต่อสู้ของเราจึงขึ้นอยู่กับการหาความรู้และฝึกใช้เทคโนโลยี”
 
ในปี 2550 อัลมีร์เดินทางไปยังสำนักงานของกูเกิลในรัฐแคลิฟอร์เนียโดยไม่ได้นัดหมายล่วงหน้า เพื่อขอให้กูเกิลช่วยยับยั้งการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า 1,525,000 ไร่ในเขตสงวนของเผ่าซูรุยทางตะวันตกของบราซิล
 
ต่อมา กูเกิลส่งเจ้าหน้าที่ไปเยี่ยมเขตสงวนแห่งนี้และเปิดอบรมวิธีใช้เทคโนโลยีให้ชาวซูรุย พร้อมกับบริจาคคอมพิวเตอร์ให้หลายเครื่อง ทำให้ชาวซูรุยสามารถใช้ภาพถ่ายจากดาวเทียมที่ได้จากระบบกูเกิลเอิร์ท สร้างแผนที่เขตสงวนที่มีรายละเอียดชัดเจนเพื่อใช้ติดตามการลักลอบตัดไม้ในพื้นที่
 
อย่างไรก็ตามชาวซูรุยสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้แค่ที่เมืองคาโคลซึ่งอยู่ใกล้หมู่บ้านของพวกเขาที่สุดเท่านั้น เนื่องจากบริการโทรศัพท์หรือบริการสื่อสารไร้สายยังเข้าไปไม่ถึงเขตสงวน (ชาวซูรุยจึงต้องเดินทางไปเมืองคาโคลเป็นประจำเพื่อใช้อินเทอร์เน็ตและกูลเกิลเอิร์ท) แต่อัลมีร์เชื่อว่า สักวันหนึ่งบริการอินเทอร์เน็ตจะเข้าถึงเขตสงวนของเขาอย่างทั่วถึง ปัจจุบันเผ่าซูรุยมีเว็บไซต์*ของตัวเองแล้ว พวกเขาสามารถส่งคลิปวิดีโอและภาพดิจิทัล รวมถึงใช้บล็อกเพื่อสื่อสารกับโลกภายนอก (บริษัทด้านไอทีในเมืองคาโคลช่ดูแลรักษาคอมพิวเตอร์ให้พวกเขา ส่วนค่าใช้จ่ายดำเนินงานได้จากเงินบริจาค แต่เผ่าซูรุยมีเป้าหมายระยะยาวที่จะพึ่งพาตนเองและมีอิสระทางการเงิน) อัลมีร์ชี้ว่า “พวกเราชาวซูรุยคงไม่สามารถสร้างภูมิภาคนี้ใหม่ได้เพียงลำพัง เราจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจากทั่วโลก”
 
นอกเหนือจากการทำแผนที่ ชาวซูรุยยังกำลังดำเนินการตามโครงการบันทึกความหนาแน่นของป่าฝนในเขตสงวน โดยมีวิศวกรป่าไม้สามคนเข้าไปสอนพวกเขาใช้อุปกรณ์ระบุตำแหน่งบนพื้นโลกด้วยดาวเทียม (จีพีเอส) ที่ได้รับการติดตั้งซอฟต์แวร์สำหรับใช้ประเมินตำแหน่ง ขนาด และชนิดของต้นไม้ เพื่อคำนวณหาปริมาณก๊าซคาร์บอนในป่าสงวน หากโครงการอันท้าทายนี้ประสบผลสำเร็จ ชาวซูรุยจะเป็นชนพื้นเมืองเผ่าแรกในลุ่มน้ำแอมะซอนที่ได้รับเงินจากภาคอุตสาหกรรมเพื่อนำไปใช้ปกป้องป่าฝน อันเป็นไปตามกลไกชดเชยคาร์บอนของโครงการเรดด์ (การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการทำลายป่าและความเสื่อมโทรมของป่าในประเทศกำลังพัฒนา) ที่มุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจ
 
ความมุ่งหวังของชาวซูรุยคือ การปลูกต้นไม้อย่างน้อยหนึ่งล้านต้นเพื่อทำให้ป่าฝนของพวกเขากลับคืนสู่สภาพเดิม
 
ผมขับรถเข้าไปในป่าฝนพร้อมกับวิศวกรป่าไม้สามคนและชาวซูรุยที่จะฝึกใช้อุปกรณ์จีพีเอส จนมาถึงบริเวณที่รถไปต่อไม่ได้ เราก็ลงเดินด้วยเท้าโดยนำน้ำ มีด และอุปกรณ์ที่สำคัญที่สุดคือจีพีเอสไปด้วย
 
ป่าที่รกทึบทำให้มองเห็นได้ไม่ไกลนัก ความชื้นในอากาศคงเกือบถึง 100% เหงื่อไหลย้อยลงมาตามใบหน้าของผมและของวาสโก วาน รูสมัลเลน ซี่งเป็นหัวหน้าทีมอนุรักษ์ป่าแอมะซอนในบราซิล รวมทั้งวิศวกรป่าไม้อีกสองคน เสื้อผ้าของเราเปียกโชกไปหมด แต่ชาวซูรุยกลับอยู่ในสภาพที่ดีกว่าเรา ซึ่งเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ไม่ยาก
 
เมื่อพวกเราหยุดเดินและเริ่มแบ่งพื้นที่ในป่าเพื่อประเมินข้อมูลเป็นครั้งแรก เราก็ตกเป็นอาหารอันโอชะของพวกแมงแถวนั้น แถมยังต้องคอยระวังมดตัวเท่าหัวแม่มือที่หากถูกมันกัดจะรู้สึกปวดแสบปวดร้อนหรือถึงขั้นเป็นไข้ มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ผมเผลอไปเตะรังของพวกมันเข้า ทำให้ผมไม่ดูดีนักในวันนั้น
 
หลังผ่านไป 20 นาที ผมก็แทบทนไม่ไหว แต่พวกเราอดทนทำงานต่อไปอีก 3 ชั่วโมงจนมั่นใจว่าชาวซุรุยทุกคนใช้อุปกรณ์จีพีเอสเป็นแล้ว หลังจากนี้ ทีมงานของพวกเขาจะกลับเข้าไปรับภารกิจที่ยากลำบากในป่านาน 15 วัน
 
 “สิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดเกี่ยวกับชาวซูรุยคือ พวกเขาพยายามหาวิธีแก้ปัญหาด้วยตัวเอง” วาสโกกล่าว “ถ้าคุณเห็นแนวป่าที่ถูกทำลาย บริเวณนั้นยังมีต้นไม้และเป็นบ้านที่อยู่อาศัยของชนพื้นเมือง คุณจะเข้าใจว่าเป็นเรื่องสำคัญแค่ไหนที่เราต้องหยุดยั้งการทำลายป่านั่น”
 
เมื่อผมถามอัลมีร์ว่าเขามีความหวังว่าป่าฝนและคนของเขาจะอยู่รอดต่อไปหรือไม่ เขาตอบว่า “เมื่อไม่กี่ปีก่อน ไม่มีใครคิดว่าสหรัฐฯจะมีประธานาธิบดีเป็นคนผิวดำ แต่มันก็เกิดขึ้น เมื่อแปดปีก่อน ไม่มีใครเชื่อว่าลูลาจะได้เป็นประธานาธิบดีบราซิล และเมื่อสองสามปีก่อน ไม่มีใครเชื่อว่าเราจะสามารถขับไล่พวกตัดไม้ทั้งหมดออกจากที่ดินของเรา แต่เราก็ทำได้ นี่เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง ทุกวันนี้เราเชื่อมั่นว่าจะบรรลุเป้าหมายสูงสุด นั่นคือการทำให้ทุกคนมีอนาคตที่ดีขึ้น”
 
โปรดอ่านต่อในฉบับเดือนกุมภาพันธ์ 2555

3
คุณชอบบทความนี้ไหม?เชิญให้คะแนน

เรื่องยอดนิยม ...

  1. ลูกค้าแก้แค้น
  2. ดนตรีบำบัด
  3. แอมะซอนแห่งศตวรรษที่ 21

ประเภทของ บทความ

แสดงความคิดเห็น

ชื่อ*
อีเมล*
ความคิดเห็น*
Disclaimer : Reader's Digest reserves the right and authority to display your postings or not, and modify your posts to remove offensive material, remove vulgar comments, remove insults or delete any other content deemed inappropriate, at our discretion.

เรื่องขำขันของคุณมีค่า 1,000 บาท

หากมีเรื่องตลกเฮฮาที่เกิดขึ้นจริง เรามีรางวัล 1,000 บาท สำหรับเรื่องที่ผ่านการคัดเลือกและได้รับการตีพิมพ์ 

ผู้โชคดีได้รับรางวัลประจำปี 2555

ติดตามผลรายชื่อผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลจากเราได้ที่นี่