ให้อภัย...ความรู้สึกอันยิ่งใหญ่
เมื่อเผชิญหน้ากับคนที่ฆ่าลูกชาย แม่คนหนึ่งตัดสินใจด้วยจิตเจตนา เธอเลือกให้อภัยเขา และในกระบวนการนั้นก็ได้ปลดปล่อยเธอให้เป็นอิสระ
21 มิถุนายน 2547
ฝนที่ตกปรอยๆไม่ขาดสายนอกสถานคุมประพฤติเยาวชนหมิงหยางทำให้ห้องเยี่ยมยิ่งยะเยือกอ้างว้าง หลิน เหม่ยหยุนนั่งรอที่ปลายด้านหนึ่งของโต๊ะตัวยาว
ความเงียบภายในห้องของศูนย์กักกันเยาวชนในไต้หวันแห่งนั้นถูกขับเน้นด้วยเสียงหัวใจเต้นของเธอ หลินบอกตัวเองว่า “ใจเย็นไว้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น อย่าโมโห” ในที่สุดประตูก็เปิดออก หนุ่มวัยรุ่นคนหนึ่งปรากฏตัวพร้อมกับผู้ดูแล เขาชื่อหยาง เด็กชายตัวเล็กผอมแห้งที่เธอเจอเมื่อหลายปีก่อนเติบโตเป็นหนุ่มน้อยร่างสูง สีหน้าจริงใจและกระดากของเขาทำให้เธอนึกถึงเท็ง เต๋อ ลูกชายคนเดียวของตน
เมื่อเห็นเด็กหนุ่มตรงหน้า หลินก็น้ำตาเอ่อ นี่คือคนที่สังหารลูกชายของเธอเมื่อสามปีก่อนโดยใช้มีดเสียบอกเขา ไม่มีถ้อยคำใดหลุดจากปากขณะทั้งสองจ้องตากันเงียบๆ ภาวะอารมณ์ของคนทั้งสองแข็งค้างท่ามกลางอากาศเย็นเยือก
หยางเอ่ยตะกุกตะกักทำลายความเงียบ “คุณโหยวครับ” เขาเรียกชื่อหลังสมรสของหลิน แล้วกล่าวต่อด้วยน้ำตาที่ไหลพรากบนใบหน้า “ผมขอกอดคุณได้ไหม”
หลินพยักหน้า หยางกอดเธอแน่นขณะอารมณ์ที่เก็บกดทำให้เขากลั้นสะอื้นไม่ได้ “ผมขอโทษครับ ผมผิดไปแล้ว ผมขอโทษ” หยางพร่ำพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ถ้อยคำของเขาปลดเปลื้องโซ่ตรวนแห่งความเกลียดชังระทมทุกข์ซึ่งล่ามรัดหัวใจของหลินมาเนิ่นนาน ชั่วขณะนั้นเอง จิตใจที่ถูกพันธนาการของเธอก็เป็นอิสระ
24 ธันวาคม 2543
วันนั้นอากาศหนาว เท็งเต๋อ หนุ่มน้อยวัย 17 ปีตั้งใจจะไปกินบาร์บีคิวกับลูกพี่ลูกน้องคนหนึ่ง แต่เขาเสร็จงานช้า ทั้งคู่จึงเปลี่ยนใจแอบเข้าไปเดินเล่นยามดึกในโรงเรียนมัธยมต้นฉางอันแทน
เพื่อนๆของเท็งเต๋อซึ่งเจอพวกเขาที่นั่นบอกว่า “แกต้องโดนลงโทษที่มาช้า” พวกนั้นสั่งให้เขาวิดพื้นสิบครั้งตรงสนามโรงเรียน วัยรุ่นกลุ่มหนึ่งซึ่งอยู่อีกฟากสนามเห็นเท็งเต๋อวิดพื้นจนครบนึกว่าเขาตั้งใจยั่วโมโหพวกตน ฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำให้พวกเขาฮึกเหิม ปรี่เข้ามาสั่งให้กลุ่มของเท็งเต๋อขอโทษ
ความรุนแรงปะทุขึ้นในฉับพลัน ทั้งสองกลุ่มเริ่มต่อสู้กัน ท่ามกลางความชุลมุน หยางวัย 15 ปีคว้ามีดปอกผลไม้จ้วงแทงเท็งเต๋อเข้าตรงอก พวกวัยรุ่นพอรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นก็หนีเตลิด แต่สายไปเสียแล้วสำหรับเท็งเต๋อ ก่อนสิ้นลม เขาบอกให้ลูกพี่ลูกน้องผู้นั้นนำเงินค่าแรงของเขาไปให้แม่ของเขาด้วย
เสียงโทรศัพท์ที่ดังไม่หยุดตอนเช้าวันคริสต์มาสเป็นสัญญาณบ่งบอกการเริ่มต้นเรื่องเศร้าสลดของหลิน “ฉันจำได้ ไม่มีวันลืม” เธอเล่า “เหมือนถูกฟ้าผ่า โลกทั้งโลกเริ่มหมุนคว้างรอบตัวฉัน ข่าวนั้นรุนแรงมากจนฉันเป็นลมล้มลงทันที” หลินจับสร้อยเส้นที่สวมคอซึ่งเป็นของขวัญจากเท็งเต๋อ หลังจากสูญเสียบุตรชายสุดที่รักไป เธอได้แต่ร้องไห้ทุกวัน กลางดึกหูเธอจะแว่วเสียงเคาะประตูเบาๆ แต่พอเปิดประตูดูก็ไม่พบใคร
ฉันอยากฆ่าพวกเขาให้หมด
กระบวนการพิจารณาคดีที่ยาวนานยิ่งทวีความเศร้าโศกของเธอ ตอนที่เห็นหยางในศาลหนแรก เธอแทบไม่เชื่อว่าเด็กชายตัวเล็กๆที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอจะโหดร้ายได้ถึงเพียงนั้น หยางทำให้เรื่องยิ่งเลวร้ายโดยให้การเท็จต่อศาล เขาให้การกลับไปกลับมาและก็ไม่มีแววสำนึกผิดสักนิด หลินโกรธจัด สิ่งที่เธออยากทำคือตบเขาสักฉาด
เมื่อเห็นร่างเท็งเต๋อที่ห้องเก็บศพมีรอยแผลยาวลงมาตามหน้าอกจนถึงสะดือรูปร่างเหมือนตัวอักษร “วาย” ขนาดใหญ่ หลินก็แทบขาดใจ ช่วงเวลาที่จิตใจมืดมนนั้น เธออยากเอาชีวิตทุกคนที่เกี่ยวข้อง หลายครั้งที่หลินซ่อนมีดใส่กระเป๋าถือเวลาไปขึ้นศาล เธอเตรียมแก้แค้นด้วยมาตรการขั้นสูงสุด แต่ก็ไม่เคยเกิดเหตุร้าย เธอใจไม่แข็งพอที่จะทำเช่นนั้น
หลินกลับปิดกั้นตัวเองจากโลกภายนอก ตื่นนอนเมื่อไรเธอก็น้ำตาไหลและร้องไห้จนหลับไปเอง ไม่รู้เดือนรู้ปี ทิ้งสวนผักให้หญ้าขึ้นรก ทิ้งผ้าผ่อนที่สกปรกเกลื่อนห้องโถง
ญาติมิตรของหลินพยายามจะช่วย แต่เธอมืดบอดด้วยความทุกข์ระทม ชิว ซ่งชาน อาสาสมัครจากพริซัน เฟลโลว์ชิปประจำแขวงยี่หลาน เล่าย้อนถึงครั้งแรกที่เขาพบหลินตอนไปเยี่ยมบ้าน เขาเล่าว่า เธอเอาแต่โศกเศร้าอาลัยถึงบุตรชาย จมจ่อมอยู่กับความโกรธแค้นเกลียดชัง เธอซีดเซียวและอ่อนแอเสียจนไม่มีแรงจะไล่เขากลับ คืนนั้นชิวกับภรรรยาอยู่เป็นเพื่อนหลินโดยไม่ได้พูดจาอะไรกันเลย
หลายวันถัดมา ชิวไปเยี่ยมหลินอีก ประตูรั้วซึ่งปกติปิดล็อกอยู่เปิดค้างไว้ เมื่อเดินเข้าไป เขาก็พบร่างหลินนอนสลบไสลอยู่บนพื้น เธอเป็นลมชักหมดสติ ชิวรีบพาหลินส่งโรงพยาบาลและเฝ้าดูแลจนเธอออกจากโรงพยาบาล หลังประสบการณ์เฉียดตายคราวนั้น หลินจึงตระหนักว่าเธอได้เรียนรู้ที่จะหลุดพ้นความทุกข์ตรมของตน
จุดเปลี่ยน
เป็นเรื่องยากสำหรับหลินที่จะเลิกคิดถึงการแก้แค้น เธออยากให้หยางกับครอบครัวของเขาตาย หลินถึงกับเริ่มติดตามดูพ่อแม่ของเขา ครั้งนั้นเองที่เธอเห็นแม่ของหยางขายดอกแม็กโนเลียอยู่ท่ามกลางยวดยานที่คับคั่ง พ่อของเขาซึ่งถูกตัดมือทิ้งเพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์ต้องใช้แขนข้างที่ยังดีขายดอกไม้ รับเงินและทอนเงิน ชั่วขณะนั้น หลินเกิดความรู้สึกเห็นใจขึ้นมา พ่อแม่ของหยางก็ยากจนพอๆกับเธอนี่เอง เธอยังจำความยากแค้นทำนองเดียวกันนี้ได้เมื่อครั้งสามีนอนป่วยเรื้อรังอยู่บนเตียง ครั้งนั้น หลินต้องทนรับงานควบสองงานทั้งล้างจานและล้างรถเพื่อให้อยู่รอด แล้วเธอยังปลูกผักเลี้ยงครอบครัวด้วย
โปรดอ่านต่อในฉบับเดือนสิงหาคม 2554
|
| ||||||
แสดงความคิดเห็น
| ชื่อ* | |
| อีเมล* | |
| ความคิดเห็น* | |

เรื่องยอดนิยม
เรื่องยอดนิยม
เมนูแนะนำ
เมนูแนะนำ
![]() | ทูดาริบอล
อดีตนักร้องค่ายอาร์เอส (อัลบั้ม SASIKARN และ SASIKARN 2 YOU) และนักแสดง ทั้งภาพยนตร์ ละครทีวีและละครเวที ล่าสุดรับบทพระสุพรรณกัลยา ในละครเวทีอิงประวัติศาสตร์ “สมเด็จพระนเรศวรมหาราช” ปัจจุบันทำรายการวาไรตี้ “นารีโซไซตี้” ทางช่องมีเดียแชนแนลและเป็นผู้บริหารร้านอาหารเกาหลี “TODARI” |

English in 20 Minutes Interactive
THB4,888.00


Mood Music for Listening and Relaxation
THB1,990.00


Salute to the King Set
THB1,590.00


Managing Your Manager
THB32.00


เมื่อธรรมชาติแผลงฤทธิ์
THB1,690.00

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์
![]() อาหาร | ![]() ผู้มีชื่อเสียง | ![]() แรงบันดาลใจ | ![]() อาหาร | ![]() ท่องเที่ยว | ![]() แรงบันดาลใจ |
แบ่งปัน









