Sorry, the site may not show properly on your browser. Please upgrade your internet browser to a more updated version (minimal IE7) for a better experience.
ลงทะเบียนเพื่อรับโปรโมชั่นพิเศษ   |  ลูกค้าสัมพันธ์
สมัครสมาชิก
หน้าแรก
หน้าแรก » บทความ » แรงบันดาลใจ » ผู้กล้าแห่งยุค

ผู้กล้าแห่งยุค

ใครว่าเด็กรุ่นใหม่ไม่สนใจปัญหาสังคม By มานียา ธรรมตารีย์
Share แบ่งปัน
ขนาดตัวอักษร AA AA | พิมพ์ | อีเมล

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

  • นักอนุรักษ์แม่น้ำ
  • สูตรแห่งความหวัง
  • บุคคลแห่งปีของเอเชีย

ณ บ้านเช่าสีขาวย่านรัชดาภิเษก วัยรุ่นชายหญิงเดินเข้าออกไม่ขาดสาย แต่ละคนล้วนก้าวเข้ามาด้วยความตั้งใจที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้แก่สังคม

บ้านหลังนี้เป็นสถานที่ตั้งขององค์กรนวัตกรรมเยาวชนเพื่อสังคม หรือวายไอวาย องค์กรเยาวชนอิสระที่มุ่งทำงานเพื่อพัฒนาสังคมโดยไม่หวังผลกำไร ซึ่งผู้ก่อตั้งทั้งสี่คนขององค์กรฯมีอายุรวมกันไม่ถึงร้อย

สำนักงานแห่งนี้ต่างจากสถานที่ทำงานทั่วไปตรงที่คนทำงานล้วนเป็นหนุ่มสาววัย ไม่เกิน 30 ซึ่งรวมตัวกันด้วยความมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งซึ่งช่วยทำให้สังคมดีขึ้น

"ผู้ใหญ่มักมองว่าเด็กเมินเฉยต่อปัญหาในสังคม อันที่จริง มีเด็กหลายคนที่ใส่ใจปัญหา พวกเขามีแนวทางแก้ไขดีๆมากมายที่อยากจะนำเสนอ ติดอยู่เพียงว่าไม่รู้จะเริ่มต้นจากตรงไหน ไม่มีองค์กรที่เปิดโอกาสให้ได้แสดงออกทางความคิด และบางคนไม่กล้าพอจะนำแนวทางเหล่านั้นมาปฏิบัติจริง" กฤตยา ศรีสรรพกิจ ผู้อำนวยการองค์กรนวัตกรรมเยาวชนเพื่อสังคม วัย 27 กล่าว

ย้อนไปเมื่อเจ็ดปีก่อน กฤตยาเป็นเพียงนักศึกษาคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เธอเติมเต็มชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยด้วยการเข้าร่วมกิจกรรมนอกหลักสูตร ตั้งแต่เรียนระดับมัธยมศึกษา กฤตยาทำกิจกรรมของโรงเรียนมาตลอด กิจกรรมนอกห้องเรียนช่วยเปิดโลกกว้าง ที่สำคัญคือเธอสนใจเรื่องราวในสังคมมากขึ้น เมื่อเข้ามหาวิทยาลัย เธอจึงสานต่อประสบการณ์นอกตำราไปพร้อมกับการเรียน "ยิ่งได้รู้เห็นมุมมองชีวิตในแง่ต่างๆ ก็ยิ่งอยากมีส่วนร่วมบรรเทาปัญหาทุกอย่างให้ดีขึ้น"

อย่างไรก็ตาม เยาวชนเพียงไม่กี่คนคงทำให้ทุกอย่างดีขึ้นในทันทีไม่ได้ หลังทุ่มเทเวลาว่างทำงานด้านสังคม กฤตยาก็ตระหนักว่าทรัพยากรบุคคลที่จะยื่นมือเข้าช่วยยังไม่แพร่กระจายพอ

ในปี 2546 หลังเข้าร่วมประกวดโครงการเพื่อพัฒนาชนบทซึ่งจัดขึ้นโดยธนาคารโลก กฤตยาเห็นโครงการเพื่อพัฒนาสังคมกว่า 50 โครงการจากเพื่อนร่วมวัย แต่ละโครงการ ล้วนสร้างสรรค์เพื่อสังคมตามความถนัดแต่น้อยครั้งที่จะมีโอกาสทำให้เป็นรูปเป็นร่าง

เมื่อโครงการของกลุ่มเธอชนะการประกวด กฤตยาก็คิดว่าถ้าพวกเธอทำได้ คนอื่น ก็น่าจะทำได้เช่นกัน เธอกับเพื่อนอีกสามคนจึงเริ่มวางแผนตั้งองค์กรเพื่อสังคมโดยเน้นการดำเนินงานจากเยาวชนอายุ 15 ถึง 25 ปี

กฤตยาและเพื่อนต้องการสร้างกลุ่มคนทำงานกลุ่มเล็กๆซึ่งมีเป้าหมายส่งเสริมและสนับสนุนให้เยาวชนริเริ่มและลงมือทำโครงการด้านสังคม เป็นการช่วยสร้างโอกาสให้เจ้าของความคิดสร้างสรรค์นั้นๆนำงานของตัวเองไปปฏิบัติจริงได้ตามความคาดหวัง

พวกเขาจึงรวมตัวกันในนามองค์กรนวัตกรรมเยาวชนเพื่อสังคมหรือวายไอวาย จากนั้นเขียนจุดประสงค์และแผนการทำงานเสนอองค์การยูนิเซฟแห่งประเทศไทยเพื่อขอทุนสนับสนุน "งานของเรา เหมือนพยายามแตกยอดแขนขาอาสาสมัครที่พร้อมจะช่วยเหลือสังคม ให้แผ่กว้างไปทั่วสารทิศในทุกแขนงปัญหา" กฤตยากล่าว แล้วยูนิเซฟก็ให้โอกาสพวกเขามีส่วนร่วม

ปลายปี 2546 วายไอวายเปิดตัวองค์กรฯด้วยโครงการตลาดประกอบฝัน เพื่อให้คนรุ่นใหม่มีโอกาสนำเสนอโครงการพัฒนาสังคม ตามแง่มุมที่ตนเองถนัด เยาวชนให้ความสนใจและส่งโครงการเข้ามาถึง 200 โครงการ จากการคัดเลือกโดยคณะกรรมการขององค์กรผู้เชี่ยวชาญสาขาวิชานั้นๆ มีโครงการที่ได้รับการสนับสนุนทั้งด้านความรู้ เงินทุน และทรัพยากรต่างๆทั้งหมด 17 โครงการ

โจทย์ของการบริหารองค์กรฯในปีแรกคือทีมงานต้องแนะนำสิ่งที่วายไอวายทำให้เยาวชนรับรู้ เพราะพวกเขาเป็นทรัพยากรหลักที่จะขับเคลื่อนองค์กร ดังนั้น กฤตยากับเพื่อนร่วมงานจึงสำรวจหาหน่วยงานที่มีแนวร่วมเหมือนกัน และจัดตั้งโครงการเครือข่ายเยาวชน "การ บอกปากต่อปากเป็นการประชาสัมพันธ์ที่มีประสิทธิภาพ" เมื่อกลุ่มคนที่มีแนวคิดเดียวกันเกื้อหนุนกัน การทำงานก็เป็นไปได้ดีขึ้น

หลังแสดงผลงานให้หน่วยงานรุ่นใหญ่เห็น วายไอวายได้รับการยอมรับมากขึ้น มีสถาบันการเรียนรู้และพัฒนาประชาสังคมและสภาองค์การพัฒนาเด็กและเยาวชน (สอ.ดย.) เป็นที่ปรึกษา และการสนับสนุนเงินทุนจากองค์กรรัฐและเอกชนก็มากขึ้นด้วย เช่น องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ สถาบันคลังสมองของชาติ และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

เมื่อเข้าถึงกลุ่มเยาวชนที่เคยผ่านการทำงานเพื่อพัฒนาสังคมได้แล้ว วายไอวายตั้งเป้าหมายใหม่โดยมุ่งไปสู่กลุ่มที่ยังไม่เคยทำงานด้านนี้มาก่อน จากการสำรวจความคิดเห็นขององค์กรฯ พบว่า เยาวชน 90% สนใจจะช่วยพัฒนาสังคมให้ดีขึ้น แต่มีเพียง 5% เท่านั้นที่คิดว่าตนทำได้ "เราพยายามผลักดันเยาวชนให้กล้าคิดกล้าทำ ขจัดความคิดว่าฉันเป็นแค่เด็กคนหนึ่งทำอะไรไม่ได้หรอก" กฤตยากล่าว

นอกจากโครงการตลาดประกอบฝันที่เปิดโอกาสด้านความคิด วายไอวายยังเปิดโครงการเยาวชนอาสาสมัครโดยแนะนำองค์กรอาสาสมัครหลายแห่งให้เลือกทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ตามความสนใจ

วายไอวายเดินหน้าเปิดตัวโครงการใหม่ๆเพื่อกระตุ้นความช่วยเหลือใน หมู่เยาวชน เช่น จัดเทศกาลเดินสายตามมหาวิทยาลัยและโรงเรียนทั่ว ประเทศ ติดโปสเตอร์สีสันสดใสตามสถานที่ที่เข้าถึงกลุ่มวัยรุ่น รวมทั้งโฆษณาทางวิทยุ

ทว่าการทำงานเพื่อสังคมไม่ใช่เรื่องง่าย ตลอด ระยะเวลาสองปีกว่า นอกจากต้องต่อสู้กับความกลัวในการลงมือเปลี่ยนแปลงสังคมของหลายคน ทีมงานต้องฝ่าฟันกับทัศนคติที่คนรอบข้างมีต่อการทำงานภาคสังคม โดยเฉพาะความคิดเห็นจากผู้ปกครอง พ่อแม่หลายคนไม่เข้าใจลูกๆว่าทำงานในองค์กรอิสระเพื่ออะไร เพราะไม่มีหลักประกันทั้งรายได้และความมั่นคงในหน้าที่การงาน แต่ด้วยความมุ่งมั่นจะพัฒนาสังคม ทีมงานจึงพยายามชักชวนให้ผู้ปกครองเข้ามาสัมผัสการทำงานและทำความรู้จักกับเพื่อนร่วมอุดมการณ์เดียวกัน เพื่อลดความไม่แน่ใจของพ่อแม่ที่มีต่อการทำงานในองค์กรอิสระ

กลุ่มเยาวชนที่วายไอวายมีส่วนสนับสนุนให้ทำกิจกรรมต่างๆ อาทิ โครงการสร้างบ้าน ใหม่ให้สัตว์ทะเลที่กลุ่มเยาวชนในสตูลชวนกลุ่มเยาวชนอื่นๆในเครือข่ายอันดามันมาช่วยสร้างปะการังเทียมและโครงการละอ่อนตะลอนทัวร์ซึ่งใช้ศิลปะละครเพื่อรณรงค์ปัญหาโรคเอดส์ ฯ นอกจากนี้ในปี 2548 ยังมีการจัดทำหนังสือ Questionmark ที่หยิบยกประเด็นต่างๆทั้งการเมือง สังคม วัฒนธรรมมานำเสนอเพื่อชี้ให้ผู้อ่านตั้งคำถามกับสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคม

แนวทางการสนับสนุนความคิดสร้างสรรค์เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงให้สังคมสร้างชื่อให้องค์กรฯ กฤตยาในฐานะตัวแทนของวายไอวายได้รับรางวัลจากมูลนิธิอโชกา ประเทศไทย ซึ่งค้นหาและสนับสนุนผู้ที่สร้างกิจกรรม ที่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงระดับโลกในปี 2547 เธอทำสถิติผู้รับรางวัลอายุน้อยที่สุดของมูลนิธิ

จากประสบการณ์ที่ผ่านมา เมื่อเข้าสู่ปีที่สาม กฤตยาและทีมงานเรียนรู้เทคนิคการทำงานมากขึ้น ตอนนี้ ระบบงานภายในองค์กรฯ เริ่มลงตัว แต่เนื้อหาของงานยังคงซับซ้อน เพราะมีโครงการรูปแบบใหม่ๆเข้ามาท้าทายพวกเขาทุกวัน นอกจากนี้ องค์กรฯ เริ่มขยายไปสู่การทำงานด้านการสำรวจวิจัยมาก ขึ้นเพื่อให้รู้กลไกของโครงการลักษณะนี้ในภาคสังคม ในอนาคต กฤตยากับทีมงานมุ่งมั่นให้องค์กรนวัตกรรมเยาวชนเพื่อสังคมเป็นเหมือนศูนย์ที่พร้อมสรรพในการให้บริการสนับสนุนโครงการเพื่อสังคม

กฤตยาพูดถึงการทำงานเพื่อสังคมของเธอกับเพื่อนๆว่า "ความมุ่งมั่นของแต่ละคนทำให้การพัฒนาสังคมดำเนินต่อไปได้ ถ้าใครอยากทำอยากช่วยต้องเริ่มลงมือ แล้วลบความกลัวออกจากใจให้หมด"

เดือนพฤศจิกายน 2549 นี้ องค์กรฯจะรวบรวมผลงานมาจัดแสดงที่สยามสแควร์ และมีกิจกรรมให้เยาวชนหน้าใหม่เข้าร่วม บางที นี่คงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับเยาวชนอีกหลายคน

*สนใจรายละเอียดขององค์กรนวัตกรรมเยาวชนเพื่อสังคม เข้าไปดูได้ที่ youthinnovation.org และ deksiam.com

ให้คะแนน
คุณชอบบทความนี้ไหม?เชิญให้คะแนน

Q&A Interview:Getting Ahead with James Dyson

Share แบ่งปัน
พิมพ์ | อีเมล

เรื่องยอดนิยม ...

  1. บุคคลแห่งปีของเอเชีย
  2. เดินกลับไปสู่อนาคต
  3. เรื่องราวในรูปเงา

ประเภทของ บทความ

  • แรงบันดาลใจ
  • ผู้มีชื่อเสียง
  • ท่องเที่ยว
  • ระทึกใจ/ผจญภัย
  • สิ่งประดิษฐ์ & เทคโนโลยี
  • รุปแบบการใช้ชีวิต
  • เหตุการณ์ปัจจุบัน & ประวัติศาสตร์
  • สุขภาพ-การแพทย์

แสดงความคิดเห็น

ชื่อ*
อีเมล*
ความคิดเห็น*
Disclaimer : Reader's Digest reserves the right and authority to display your postings or not, and modify your posts to remove offensive material, remove vulgar comments, remove insults or delete any other content deemed inappropriate, at our discretion.
ท่านต้องการอ่านทุกเดือนไหม
สมัครสมาชิกนิตยสาร รีดเดอร์ส ไดเจสท์ สรรสาระ เพียง 996 บาทต่อปี
Shop Online
1 | 2 | 3 | 4 | 5
  • E20i
    English in 20 Minutes Interactive

    THB4,888.00
    buy
  • Mood Music
    Mood Music for Listening and Relaxation

    THB1,990.00
    buy
  • Salute to the King Set
    Salute to the King Set

    THB1,590.00
    buy
  • Manage Your Boss
    Managing Your Manager

    THB32.00
    buy
  • เมื่อธรรมชาติแผลงฤทธิ์
    เมื่อธรรมชาติแผลงฤทธิ์

    THB1,690.00
    buy
ดูผลิตภัณฑ์อื่นๆ

เรื่องยอดนิยม

  • ตลอดกาล
  • สัปดาห์นี้
  • This month
1โตโน่ จาก Reality สู่ชีวิตจริงของดาวรุ่ง
25 วิธีจับโกหก
3ติ๊ก เจษฎาภรณ์ สุภาพบุรุษโลกสีเขียว
4วาทศิลป์แห่งปัญญาของในหลวง
541 ความในใจที่หมอขอบอก
629 เคล็ดลับทางการเงิน
7“ผมภูมิใจในตัวพ่อ นักสู้แห่งเทือกเขาบูโด”
8โพแทสเซียม
9ชีวิตที่นับหนึ่งใหม่
10พลิกความเครียดให้เป็นประโยชน์

เรื่องขำขันทั้งหมด

หัวเราะคือยาวิเศษ

ช่วงวันหยุด แม่เลี้ยงขอฉันโทรศัพท์ไปที่ร้านคาเฟ่เพื่อจองที่นั่งเวลา 19.00 น... 100% ร่วมลงคะแนน

หัวเราะคือยาวิเศษ

ชายคนหนึ่งบอกหมอว่า "หมอครับ ช่วยผมด้วย ผมติดทวิตเตอร์อย่างหนัก" หมอตอบว่า ... 100% ร่วมลงคะแนน

หัวเราะคือยาวิเศษ

ตอนเด็กๆ ครอบครัวผมจนมากไม่มีปัญญาซื้อรองเท้าผ้าใบสวยๆ ให้ผม ตอนที่ผมบอกให้... 100% ร่วมลงคะแนน
See All Jokes

ขอตอบด้วยคน

วิธีทำโทษเด็กแบบไหนดีที่สุด
142 Votes

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์

อาหาร

เต้าหู้ผัดเต้าซี่

ผู้มีชื่อเสียง

วาทศิลป์แห่งปัญญาของในหลวง

แรงบันดาลใจ

บุคคลแห่งปีของเอเชีย

อาหาร

สลัดผักร็อกเก็ตและชีส

เทคโนโลยี

พญาอินทรีแห่งฝูงปักษา

ท่องเที่ยว

อิสตันบูล

ธันวาคม 2554

วาทศิลป์แห่งปัญญาของในหลวง
  • ฉบับนี้
  • สมัครสมาชิก
  • รับฟรี E-Newsletter
ติดต่อเรา
  • ส่งเรื่องขำขัน
  • ส่งบทความ
  • ส่งภาพ
  • แสดงความคิดเห็น
  • ติดต่อเรา
  • คำแนะนำ
  • อีเมลถึงบรรณาธิการ
  • ลูกค้าสัมพันธ์

เรื่องขำขันของคุณมีค่า 1,000 บาท

หากมีเรื่องตลกเฮฮาที่เกิดขึ้นจริง เรามีรางวัล 1,000 บาท สำหรับเรื่องที่ผ่านการคัดเลือกและได้รับการตีพิมพ์ ส่งหาเรา!

ผู้โชคดีได้รับรางวัลประจำปี 2555

รายการ “ลุ้นรวยรับรางวัลรวม 7 ล้าน”

ติดตามผลรายชื่อผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลจากเราได้ที่นี่

 

ติดต่อเรา | เว็บไซต์รีดเดอร์ส ไดเจสท์ เอเชีย | แบรนด์ที่คุณเชื่อมั่นที่สุด | ติดต่อโฆษณา | นโยบายบริษัท | ข้อกำหนดในการใช้งาน | แผนผังเว็บ © 2012 The Reader's Digest Association, Inc