
English in 20 Minutes Interactive
THB4,888.00


Mood Music for Listening and Relaxation
THB1,990.00


Salute to the King Set
THB1,590.00


Managing Your Manager
THB32.00


เมื่อธรรมชาติแผลงฤทธิ์
THB1,690.00

ทำไมหนอแม่จึงเคี่ยวเข็ญเราให้นั่งเจ้ายานพาหนะน่าเกลียดเพียงเพื่อจะไปโรงเรียน
ทำไมหนอแม่จึงเคี่ยวเข็ญเราให้นั่งเจ้ายานพาหนะน่าเกลียดเพียงเพื่อจะไปโรงเรียน By โดย นอร์ลิซา บาฮารอม
หมู่บ้านแห่งหนึ่งในรัฐสลังงอร์ ประเทศมาเลเซีย ซึ่งฉันเติบโตขึ้นมา บ้านเรือนไม้ปลูกอยู่ใต้ร่มเงาต้นมะพร้าว พวกพ่อๆทำนาหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน พวกแม่ๆอยู่บ้าน ส่วนพวกลูกวิ่งเล่นเท้าเปล่า
เมื่อฉันอายุสิบขวบและอายู น้องสาวอายุเจ็ดขวบ ครอบครัวของเราประสบกับความยากแค้น พ่อหาเงินได้ไม่มากพอจากการทำงานที่ไร่โกโก้กับที่โรงสี ในที่สุด พ่อก็ตัดสินใจว่าสามารถทำรายได้ดีกว่าจากการไปเก็บหวายในป่าลึกเอามาขายให้แก่โรงงานทำเครื่องเรือนที่อยู่ใกล้ๆ
แม่กลัวเหลือเกินว่าเสือจะมากินพ่อ แต่พ่อบอกว่าเสี่ยงให้ถูกเสือกินก็ยังดีกว่านั่งอยู่ที่บ้านแล้วไม่ได้กินอะไรเลย ดังนั้น เช้าตรู่วันหนึ่ง พ่อจึงขี่จักรยานยนต์ออกไปหาหวาย ทันใดนั้น ฉันกับอายูก็ไม่มีทางที่จะไปโรงเรียนซึ่งอยู่ไกลจากบ้านได้ ฉันนึกในใจว่า วันนี้คงได้ขาดโรงเรียนแล้วเล่นกับน้อง ขณะเรายืนโบกมือให้พ่อที่ประตูหน้าบ้าน ฉันกระซิบบอกอายูว่าเราจะไปช้อนลูกอ๊อดจากบ่อหลังบ้านมาใส่โถแก้วเลี้ยงไว้ แล้วเราก็ยิ้มกันว่าวันนี้คงสนุกแน่
เรากระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ได้ไม่นาน ทันใดนั้น แม่ก็มาปรากฏตัวข้างหลังเรา แม่ยืนเท้าสะเอวบอกว่า "ลูกสองคนมาทำอะไรกันอยู่ที่นี่ สายแล้วนะ ไปแต่งตัวได้แล้ว"
"แต่งตัวไปทำไมล่ะแม่"
แม่ทำตาถลน "อ๋อ ไม่ใช่ไปงานแต่งงานของเธอหรอก ไปโรงเรียนอย่างไรล่ะ"
ฉันอ้าปากค้าง "พ่อไปแล้ว และเราก็เดินไปโรงเรียนไม่ไหว แม่จะให้หนูเดินไปหรือ"
แม่สั่นศีรษะและตอบว่า "ลูกไม่ต้องเดินหรอก วันนี้แม่จะพาลูกไปโรงเรียนเอง นั่นไง จักรยานของพ่อ"
เมื่อเรามองไปที่สนามหญ้าก็เห็นจักรยานเก่าคร่ำคร่าคันหนึ่งตั้งพิงต้นฝรั่งอยู่ คันจับบิดเบี้ยวหงิกงอ และคันถีบด้านขวาเหลือแต่เพียงก้านเหล็ก ไม่มีใครใช้จักรยานคันนี้มานานพอดู และฉันก็สงสัยว่ามันจะยังใช้งานได้อยู่หรือ
ฉันบอกแม่ว่าจักรยานคันนั้นคงจะแล่น ได้ช้ามากจนเราคงจะแก่เสียก่อนกว่าจะถึงโรงเรียน แม่บอกว่าอย่ามาอวดฉลาด มิฉะนั้น แม่จะบิดหูฉัน
ฉันมองอายูเพื่อหาตัวช่วย น้องบอกว่าจะต้องอับอายไปชั่วชีวิตถ้าต้องไปโรงเรียนด้วยจักรยานคันนั้น แม่ตอกกลับมาว่าจำไม่ได้ว่าเอาลูกนายกรัฐมนตรีมาเลี้ยงไว้ตั้งแต่เมื่อใด
"เพราะฉะนั้น วันนี้เธอจะต้องนั่งจักรยานคันนั้นไปโรงเรียน" แม่ตัดบท
เราสวมเครื่องแบบนักเรียนด้วยใบหน้าบูดบึ้ง หัวใจหนักอึ้งราวกับแบกบ้านไว้ทั้งหลัง อายูเดินลงส้นไปมาเป็นการประท้วงอำนาจเผด็จการที่ครอบงำพวกเราอยู่
แม่ไม่พูดอะไรกับอายู แต่กลับกระซิบกับฉันว่า "ถ้าอายูไม่หยุด บ้านก็คงจะพัง แล้วเราก็จะต้องอยู่ใต้ต้นกล้วยกันไปตลอดชีวิต" ฉันรู้ว่าแม่กำลังพยายามยั่วให้หัวเราะ ฉันพยายามทำหน้าตายเพื่อแสดงให้แม่เห็นว่าฉันยังไม่สบายใจ แต่ก็ทำไม่สำเร็จ
เมื่อเราสวมรองเท้าเสร็จ แม่ก็ยืนคอยอยู่ที่ข้างประตูหน้าบ้านกับจักรยานเก่าคร่ำคร่าคันนั้นแล้ว "ขึ้นมาเร็วและนั่งให้สบาย" แม่พูดอย่างร่าเริง
เราปีนขึ้นไปบนที่นั่งท้ายรถ มันเล็กไป ก้นฉันครึ่งหนึ่งล้นออกมาโดยไม่มีอะไรรองรับ
เราออกเดินทาง จักรยานทำเสียงโกร่งกร่างและทุกคนที่เราผ่านไปต่างก็หันมามองหาว่าเสียงมาจากไหน ฉันกับอายูเอา มือปิดหน้าด้วยความอับอาย
ยางรถทั้งสองข้างเกือบจะแฟบ ซึ่งหมายความว่ารถจะกระดอนอย่างแรงทุกครั้งที่มันเจอก้อนหินหรือหลุมบนถนน ฉันบอกแม่ว่าเราอาจลงเอยด้วยอาการท้องผูก "แม่อาจถูกส่งเข้าคุกโทษฐานทำลายระบบย่อยอาหารของเรา" อายูพูดเสริมด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ
แม่หัวเราะหึๆและบอกว่าไม่เคยได้ยินเรื่องอย่างนี้มาก่อน ยิ่งไปกว่านั้น การที่ท้องผูกก็ไม่เลวร้ายเท่าใดนักเมื่อเปรียบเทียบกับโรคอื่นๆทั้งหลายทั้งปวงในโลกนี้
ยี่สิบห้านาทีต่อมา เราก็มาถึงประตูรั้วโรงเรียน นักเรียนเริ่มเรียนกันแล้ว เรากระโดดลงจากรถจักรยาน ถูหลังที่ปวดและก้นที่ระบม เราบอกแม่ว่าจะไม่ยอมขึ้นจักรยานคันนั้นอีก ในอนาคต เรายินดีจะเดินมาโรงเรียน
แม่ถูหลังให้เราและบอกว่า "แม่เสียใจที่ลูกต้องลำบาก แต่แม่ไม่อยากให้ลูกของแม่ขาดเรียน และไม่อยากให้ลูกของแม่ลงเอยแบบแม่ คือแทบจะไม่มีการศึกษา ฉะนั้น ลูกเข้าไปกันเถอะและเรียนให้เก่งๆแทนแม่นะลูก"
แม่ให้เงินเราเป็นค่าอาหารกลางวัน และเราก็จูบมือขวาของแม่เป็นการแสดงความเคารพอย่างที่เราทำกันอยู่เสมอที่บ้านก่อนพ่อจะพาเรามาส่งโรงเรียน อย่างไรก็ตาม เมื่อฉันประทับริมฝีปากลงบนมือของแม่ ฉันก็รู้สึกถึงรสเค็ม มือแม่เปียกเหงื่อ เมื่อฉันเพ่งมองก็เห็นว่าหน้าของแม่แดง เหงื่อท่วม และเสื้อแบบพื้นเมืองสีขาวลายดอกไม้จุ๋มจิ๋มสีฟ้าของแม่ก็เปียกชุ่ม จมูกแม่บานด้วยความเหนื่อย และหน้าอกก็กระเพื่อมแรง
แล้วฉันก็ได้คิด ขณะฉันกับอายูสาละวนบ่นกันเรื่องการนั่งตัวบิดงออยู่บนจักรยานพิฆาตคันนั้น แม่ต้องออกแรงอย่างหนักเพื่อให้จักรยานแล่นไปได้
ฉันรู้สึกราวกับว่ามีเชือกมารัดหัวใจ ฉันไม่อาจเข้าใจได้ว่าทำไมแม่จึงเลือกวิธีที่ยากเข็ญนี้แทนที่จะอยู่บ้านสบายๆ
ขณะฉันเดินด้วยเท้าที่หนักอึ้งไปยังประตูโรงเรียนในวันนั้น คำที่แม่เคยกล่าวกับเราบ่อยๆก็สะท้อนไปมาอยู่ในใจ "เหตุผลของแม่หนักแน่นกว่าของลูก และอย่ากังวลไปเลย แม่รู้ เพราะแม่เป็นแม่ของลูก"
|
| ||||||
แสดงความคิดเห็น
| ชื่อ* | |
| อีเมล* | |
| ความคิดเห็น* | |

เรื่องยอดนิยม
เรื่องยอดนิยม
เรื่องขำขันทั้งหมด
เรื่องขำขันทั้งหมด
ขอตอบด้วยคน
เรื่องเด่นประจำสัปดาห์
![]() อาหาร | ![]() ผู้มีชื่อเสียง | ![]() แรงบันดาลใจ | ![]() อาหาร | เทคโนโลยี | ![]() ท่องเที่ยว |
เรื่องขำขันของคุณมีค่า 1,000 บาท
หากมีเรื่องตลกเฮฮาที่เกิดขึ้นจริง เรามีรางวัล 1,000 บาท สำหรับเรื่องที่ผ่านการคัดเลือกและได้รับการตีพิมพ์ ส่งหาเรา!

แบ่งปัน










