Sorry, the site may not show properly on your browser. Please upgrade your internet browser to a more updated version (minimal IE7) for a better experience.
ลงทะเบียนเพื่อรับโปรโมชั่นพิเศษ   |  ลูกค้าสัมพันธ์
สมัครสมาชิก
หน้าแรก
หน้าแรก » บทความ » แรงบันดาลใจ » ทำไมหนอแม่จึงเคี่ยวเข็ญเราให้นั่งเจ้ายานพาหนะน่าเกลียดเพียงเพื่อจะไปโรงเรียน

ทำไมหนอแม่จึงเคี่ยวเข็ญเราให้นั่งเจ้ายานพาหนะน่าเกลียดเพียงเพื่อจะไปโรงเรียน

จักรยานเก่าแก่คันนั้น
ทำไมหนอแม่จึงเคี่ยวเข็ญเราให้นั่งเจ้ายานพาหนะน่าเกลียดเพียงเพื่อจะไปโรงเรียน By โดย นอร์ลิซา บาฮารอม
Share แบ่งปัน
ขนาดตัวอักษร AA AA | พิมพ์ | อีเมล

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

  • อาชาบำบัด
  • พลังแห่งแรงบันดาลใจ
  • บันทึกคนสู้ชีวิต

หมู่บ้านแห่งหนึ่งในรัฐสลังงอร์ ประเทศมาเลเซีย ซึ่งฉันเติบโตขึ้นมา บ้านเรือนไม้ปลูกอยู่ใต้ร่มเงาต้นมะพร้าว พวกพ่อๆทำนาหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน พวกแม่ๆอยู่บ้าน ส่วนพวกลูกวิ่งเล่นเท้าเปล่า

เมื่อฉันอายุสิบขวบและอายู น้องสาวอายุเจ็ดขวบ ครอบครัวของเราประสบกับความยากแค้น พ่อหาเงินได้ไม่มากพอจากการทำงานที่ไร่โกโก้กับที่โรงสี ในที่สุด พ่อก็ตัดสินใจว่าสามารถทำรายได้ดีกว่าจากการไปเก็บหวายในป่าลึกเอามาขายให้แก่โรงงานทำเครื่องเรือนที่อยู่ใกล้ๆ

แม่กลัวเหลือเกินว่าเสือจะมากินพ่อ แต่พ่อบอกว่าเสี่ยงให้ถูกเสือกินก็ยังดีกว่านั่งอยู่ที่บ้านแล้วไม่ได้กินอะไรเลย ดังนั้น เช้าตรู่วันหนึ่ง พ่อจึงขี่จักรยานยนต์ออกไปหาหวาย ทันใดนั้น ฉันกับอายูก็ไม่มีทางที่จะไปโรงเรียนซึ่งอยู่ไกลจากบ้านได้ ฉันนึกในใจว่า วันนี้คงได้ขาดโรงเรียนแล้วเล่นกับน้อง ขณะเรายืนโบกมือให้พ่อที่ประตูหน้าบ้าน ฉันกระซิบบอกอายูว่าเราจะไปช้อนลูกอ๊อดจากบ่อหลังบ้านมาใส่โถแก้วเลี้ยงไว้ แล้วเราก็ยิ้มกันว่าวันนี้คงสนุกแน่

เรากระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ได้ไม่นาน ทันใดนั้น แม่ก็มาปรากฏตัวข้างหลังเรา แม่ยืนเท้าสะเอวบอกว่า "ลูกสองคนมาทำอะไรกันอยู่ที่นี่ สายแล้วนะ ไปแต่งตัวได้แล้ว"

"แต่งตัวไปทำไมล่ะแม่"

แม่ทำตาถลน "อ๋อ ไม่ใช่ไปงานแต่งงานของเธอหรอก ไปโรงเรียนอย่างไรล่ะ"

ฉันอ้าปากค้าง "พ่อไปแล้ว และเราก็เดินไปโรงเรียนไม่ไหว แม่จะให้หนูเดินไปหรือ"

แม่สั่นศีรษะและตอบว่า "ลูกไม่ต้องเดินหรอก วันนี้แม่จะพาลูกไปโรงเรียนเอง นั่นไง จักรยานของพ่อ"

เมื่อเรามองไปที่สนามหญ้าก็เห็นจักรยานเก่าคร่ำคร่าคันหนึ่งตั้งพิงต้นฝรั่งอยู่ คันจับบิดเบี้ยวหงิกงอ และคันถีบด้านขวาเหลือแต่เพียงก้านเหล็ก ไม่มีใครใช้จักรยานคันนี้มานานพอดู และฉันก็สงสัยว่ามันจะยังใช้งานได้อยู่หรือ

ฉันบอกแม่ว่าจักรยานคันนั้นคงจะแล่น ได้ช้ามากจนเราคงจะแก่เสียก่อนกว่าจะถึงโรงเรียน แม่บอกว่าอย่ามาอวดฉลาด มิฉะนั้น แม่จะบิดหูฉัน

ฉันมองอายูเพื่อหาตัวช่วย น้องบอกว่าจะต้องอับอายไปชั่วชีวิตถ้าต้องไปโรงเรียนด้วยจักรยานคันนั้น แม่ตอกกลับมาว่าจำไม่ได้ว่าเอาลูกนายกรัฐมนตรีมาเลี้ยงไว้ตั้งแต่เมื่อใด

"เพราะฉะนั้น วันนี้เธอจะต้องนั่งจักรยานคันนั้นไปโรงเรียน" แม่ตัดบท

เราสวมเครื่องแบบนักเรียนด้วยใบหน้าบูดบึ้ง หัวใจหนักอึ้งราวกับแบกบ้านไว้ทั้งหลัง อายูเดินลงส้นไปมาเป็นการประท้วงอำนาจเผด็จการที่ครอบงำพวกเราอยู่

แม่ไม่พูดอะไรกับอายู แต่กลับกระซิบกับฉันว่า "ถ้าอายูไม่หยุด บ้านก็คงจะพัง แล้วเราก็จะต้องอยู่ใต้ต้นกล้วยกันไปตลอดชีวิต" ฉันรู้ว่าแม่กำลังพยายามยั่วให้หัวเราะ ฉันพยายามทำหน้าตายเพื่อแสดงให้แม่เห็นว่าฉันยังไม่สบายใจ แต่ก็ทำไม่สำเร็จ

เมื่อเราสวมรองเท้าเสร็จ แม่ก็ยืนคอยอยู่ที่ข้างประตูหน้าบ้านกับจักรยานเก่าคร่ำคร่าคันนั้นแล้ว "ขึ้นมาเร็วและนั่งให้สบาย" แม่พูดอย่างร่าเริง

เราปีนขึ้นไปบนที่นั่งท้ายรถ มันเล็กไป ก้นฉันครึ่งหนึ่งล้นออกมาโดยไม่มีอะไรรองรับ

เราออกเดินทาง จักรยานทำเสียงโกร่งกร่างและทุกคนที่เราผ่านไปต่างก็หันมามองหาว่าเสียงมาจากไหน ฉันกับอายูเอา มือปิดหน้าด้วยความอับอาย

ยางรถทั้งสองข้างเกือบจะแฟบ ซึ่งหมายความว่ารถจะกระดอนอย่างแรงทุกครั้งที่มันเจอก้อนหินหรือหลุมบนถนน ฉันบอกแม่ว่าเราอาจลงเอยด้วยอาการท้องผูก "แม่อาจถูกส่งเข้าคุกโทษฐานทำลายระบบย่อยอาหารของเรา" อายูพูดเสริมด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ

แม่หัวเราะหึๆและบอกว่าไม่เคยได้ยินเรื่องอย่างนี้มาก่อน ยิ่งไปกว่านั้น การที่ท้องผูกก็ไม่เลวร้ายเท่าใดนักเมื่อเปรียบเทียบกับโรคอื่นๆทั้งหลายทั้งปวงในโลกนี้

ยี่สิบห้านาทีต่อมา เราก็มาถึงประตูรั้วโรงเรียน นักเรียนเริ่มเรียนกันแล้ว เรากระโดดลงจากรถจักรยาน ถูหลังที่ปวดและก้นที่ระบม เราบอกแม่ว่าจะไม่ยอมขึ้นจักรยานคันนั้นอีก ในอนาคต เรายินดีจะเดินมาโรงเรียน

แม่ถูหลังให้เราและบอกว่า "แม่เสียใจที่ลูกต้องลำบาก แต่แม่ไม่อยากให้ลูกของแม่ขาดเรียน และไม่อยากให้ลูกของแม่ลงเอยแบบแม่ คือแทบจะไม่มีการศึกษา ฉะนั้น ลูกเข้าไปกันเถอะและเรียนให้เก่งๆแทนแม่นะลูก"

แม่ให้เงินเราเป็นค่าอาหารกลางวัน และเราก็จูบมือขวาของแม่เป็นการแสดงความเคารพอย่างที่เราทำกันอยู่เสมอที่บ้านก่อนพ่อจะพาเรามาส่งโรงเรียน อย่างไรก็ตาม เมื่อฉันประทับริมฝีปากลงบนมือของแม่ ฉันก็รู้สึกถึงรสเค็ม มือแม่เปียกเหงื่อ เมื่อฉันเพ่งมองก็เห็นว่าหน้าของแม่แดง เหงื่อท่วม และเสื้อแบบพื้นเมืองสีขาวลายดอกไม้จุ๋มจิ๋มสีฟ้าของแม่ก็เปียกชุ่ม จมูกแม่บานด้วยความเหนื่อย และหน้าอกก็กระเพื่อมแรง

แล้วฉันก็ได้คิด ขณะฉันกับอายูสาละวนบ่นกันเรื่องการนั่งตัวบิดงออยู่บนจักรยานพิฆาตคันนั้น แม่ต้องออกแรงอย่างหนักเพื่อให้จักรยานแล่นไปได้

ฉันรู้สึกราวกับว่ามีเชือกมารัดหัวใจ ฉันไม่อาจเข้าใจได้ว่าทำไมแม่จึงเลือกวิธีที่ยากเข็ญนี้แทนที่จะอยู่บ้านสบายๆ

ขณะฉันเดินด้วยเท้าที่หนักอึ้งไปยังประตูโรงเรียนในวันนั้น คำที่แม่เคยกล่าวกับเราบ่อยๆก็สะท้อนไปมาอยู่ในใจ "เหตุผลของแม่หนักแน่นกว่าของลูก และอย่ากังวลไปเลย แม่รู้ เพราะแม่เป็นแม่ของลูก"

ให้คะแนน
คุณชอบบทความนี้ไหม?เชิญให้คะแนน

Q&A Interview:Getting Ahead with James Dyson

Share แบ่งปัน
พิมพ์ | อีเมล

เรื่องยอดนิยม ...

  1. บุคคลแห่งปีของเอเชีย
  2. เดินกลับไปสู่อนาคต
  3. เรื่องราวในรูปเงา

ประเภทของ บทความ

  • แรงบันดาลใจ
  • ผู้มีชื่อเสียง
  • ท่องเที่ยว
  • ระทึกใจ/ผจญภัย
  • สิ่งประดิษฐ์ & เทคโนโลยี
  • รุปแบบการใช้ชีวิต
  • เหตุการณ์ปัจจุบัน & ประวัติศาสตร์
  • สุขภาพ-การแพทย์

แสดงความคิดเห็น

ชื่อ*
อีเมล*
ความคิดเห็น*
Disclaimer : Reader's Digest reserves the right and authority to display your postings or not, and modify your posts to remove offensive material, remove vulgar comments, remove insults or delete any other content deemed inappropriate, at our discretion.
ท่านต้องการอ่านทุกเดือนไหม
สมัครสมาชิกนิตยสาร รีดเดอร์ส ไดเจสท์ สรรสาระ เพียง 996 บาทต่อปี
Shop Online
1 | 2 | 3 | 4 | 5
  • E20i
    English in 20 Minutes Interactive

    THB4,888.00
    buy
  • Mood Music
    Mood Music for Listening and Relaxation

    THB1,990.00
    buy
  • Salute to the King Set
    Salute to the King Set

    THB1,590.00
    buy
  • Manage Your Boss
    Managing Your Manager

    THB32.00
    buy
  • เมื่อธรรมชาติแผลงฤทธิ์
    เมื่อธรรมชาติแผลงฤทธิ์

    THB1,690.00
    buy
ดูผลิตภัณฑ์อื่นๆ

เรื่องยอดนิยม

  • ตลอดกาล
  • สัปดาห์นี้
  • This month
1โตโน่ จาก Reality สู่ชีวิตจริงของดาวรุ่ง
25 วิธีจับโกหก
3ติ๊ก เจษฎาภรณ์ สุภาพบุรุษโลกสีเขียว
4วาทศิลป์แห่งปัญญาของในหลวง
541 ความในใจที่หมอขอบอก
629 เคล็ดลับทางการเงิน
7“ผมภูมิใจในตัวพ่อ นักสู้แห่งเทือกเขาบูโด”
8โพแทสเซียม
9ชีวิตที่นับหนึ่งใหม่
10พลิกความเครียดให้เป็นประโยชน์

เรื่องขำขันทั้งหมด

หัวเราะคือยาวิเศษ

ช่วงวันหยุด แม่เลี้ยงขอฉันโทรศัพท์ไปที่ร้านคาเฟ่เพื่อจองที่นั่งเวลา 19.00 น... 100% ร่วมลงคะแนน

หัวเราะคือยาวิเศษ

ชายคนหนึ่งบอกหมอว่า "หมอครับ ช่วยผมด้วย ผมติดทวิตเตอร์อย่างหนัก" หมอตอบว่า ... 100% ร่วมลงคะแนน

หัวเราะคือยาวิเศษ

ตอนเด็กๆ ครอบครัวผมจนมากไม่มีปัญญาซื้อรองเท้าผ้าใบสวยๆ ให้ผม ตอนที่ผมบอกให้... 100% ร่วมลงคะแนน
See All Jokes

ขอตอบด้วยคน

วิธีทำโทษเด็กแบบไหนดีที่สุด
142 Votes

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์

อาหาร

เต้าหู้ผัดเต้าซี่

ผู้มีชื่อเสียง

วาทศิลป์แห่งปัญญาของในหลวง

แรงบันดาลใจ

บุคคลแห่งปีของเอเชีย

อาหาร

สลัดผักร็อกเก็ตและชีส

เทคโนโลยี

พญาอินทรีแห่งฝูงปักษา

ท่องเที่ยว

อิสตันบูล

ธันวาคม 2554

วาทศิลป์แห่งปัญญาของในหลวง
  • ฉบับนี้
  • สมัครสมาชิก
  • รับฟรี E-Newsletter
ติดต่อเรา
  • ส่งเรื่องขำขัน
  • ส่งบทความ
  • ส่งภาพ
  • แสดงความคิดเห็น
  • ติดต่อเรา
  • คำแนะนำ
  • อีเมลถึงบรรณาธิการ
  • ลูกค้าสัมพันธ์

เรื่องขำขันของคุณมีค่า 1,000 บาท

หากมีเรื่องตลกเฮฮาที่เกิดขึ้นจริง เรามีรางวัล 1,000 บาท สำหรับเรื่องที่ผ่านการคัดเลือกและได้รับการตีพิมพ์ ส่งหาเรา!

ผู้โชคดีได้รับรางวัลประจำปี 2555

รายการ “ลุ้นรวยรับรางวัลรวม 7 ล้าน”

ติดตามผลรายชื่อผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลจากเราได้ที่นี่

 

ติดต่อเรา | เว็บไซต์รีดเดอร์ส ไดเจสท์ เอเชีย | แบรนด์ที่คุณเชื่อมั่นที่สุด | ติดต่อโฆษณา | นโยบายบริษัท | ข้อกำหนดในการใช้งาน | แผนผังเว็บ © 2012 The Reader's Digest Association, Inc