Sorry, the site may not show properly on your browser. Please upgrade your internet browser to a more updated version (minimal IE7) for a better experience.
ลงทะเบียนเพื่อรับโปรโมชั่นพิเศษ   |  ลูกค้าสัมพันธ์
สมัครสมาชิก
หน้าแรก
หน้าแรก » บทความ » แรงบันดาลใจ » ผมเพิ่งตระหนักว่าละเลยความต้องการของลูกมานานแค่ไหน

ผมเพิ่งตระหนักว่าละเลยความต้องการของลูกมานานแค่ไหน

เครื่องบินทำให้พ่อร้องไห้
ผมเพิ่งตระหนักว่าละเลยความต้องการของลูกมานานแค่ไหน By โดย เอดมุนโด เฟอร์นันเดซ
Share แบ่งปัน
ขนาดตัวอักษร AA AA | พิมพ์ | อีเมล

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

  • อาชาบำบัด
  • พลังแห่งแรงบันดาลใจ
  • บันทึกคนสู้ชีวิต

เย็นวันหนึ่งในปี 2538 อีเจ ลูกชายวัยห้าขวบของผมกลับจากโรงเรียนมาถึงบ้านในกรุงมะนิลา หน้าตาหม่นหมอง ไหล่ตก ไม่เหลือเค้าของเด็กร่าเริงคนเดิมเลย พอผมถามว่าเกิดอะไรขึ้น ลูกตอบเสียงอ่อยๆว่าไม่อยากไปโรงเรียนอีกแล้ว

จากประสบการณ์เลี้ยงลูกมาห้าคน ผมรู้ทันทีว่าควรปล่อยให้ลูกอารมณ์เย็นก่อนค่อยซักถามดีกว่าไปคาดคั้นลูกเดี๋ยวนั้นตรงนั้นให้รู้เรื่อง

ตอนกินมื้อเย็น อีเจยังคงเงียบขรึม จากนั้น ผมก็เห็นลูกพยายามเปิดสารานุกรมซึ่งมีฝุ่นจับหนาเตอะ ท่าทางเหมือนค้นหาหน้าใดหน้าหนึ่งเป็นพิเศษ ซูซาน ภรรยาผมเริ่มวิตก �ลูกโตขึ้นตามวัยเท่านั้น� ผมปลอบ �เดี๋ยวผมจัดการเอง�

คืนนั้น ผมเดินขึ้นไปห้องนอนของอีเจ เห็นเขานอนคลุมโปงอยู่ใต้ผ้าห่ม จึงคิดเอาเองว่าลูกหลับ นึกในใจว่าโชคดีที่ไม่ได้ทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่เมื่อหัวค่ำตอนเห็นลูกอารมณ์ไม่ดี พรุ่งนี้ ลูกชายคงกลับมาสดใสร่าเริงเหมือนเดิม

แต่ขณะผมจะปิดประตู ก็เห็นลูกขยุกขยิกอยู่ใต้ผ้าห่ม จึงเดินกลับไปที่เตียงแล้วค่อยๆเลิกผ้าห่มที่ปิดหน้าอีเจออก เห็นลูกกำลังร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่เงียบๆ

พอถามว่าร้องไห้ทำไม อีเจตอบปนสะอื้นว่า ตอนบอกพ่อว่าไม่อยากไปโรงเรียนนั้น ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ไปจริงๆ �ผมยังอยากไปโรงเรียนอยู่ครับ แต่จะเล่นกับลินดาคนเดียว ไม่เล่นกับเบนและเจอรีแล้ว�

ผมประหลาดใจเพราะเบนกับเจอรีซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องกันเป็นเพื่อนสนิทของอีเจ �ทะเลาะกับเพื่อนๆหรือ� ผมถาม

ลูกปล่อยให้น้ำตาไหลรินจากดวงตาคู่งามอย่างไม่ขาดสาย

ในที่สุดก็ตอบว่า �เมื่อตอนบ่าย เจอรีกับเบนคุยกันเรื่องที่เพิ่งไปเที่ยว สถานที่ที่พวกเขาไปมีมังกรเต้นระบำด้วย พอผมพยายามเข้าไปคุยด้วย พวกเขาก็บอกให้ผมหยุดพูด เพราะดินแดนที่ว่านี้ไกลมาก ต้องนั่งเครื่องบินไป สองคนนั้นรู้ว่าผมไม่เคยขึ้นเครื่องบินแน่นอน�

เล่าถึงตรงนี้อีเจก็สะอื้นเป็นวรรคเป็นเวรอีกครั้ง

ผมจำได้ว่า เมื่อก่อน อีเจเคยอยากให้ว่าวลอยทะลุก้อนเมฆขึ้นไป ลูกหลงใหลเมฆบนท้องฟ้ามาก

�แล้วลูกเปิดหาอะไรในสารานุกรม�

�ผมมองหาสถานที่ชื่อว่าฮ่องกง นั่นเป็นสถานที่ที่เบนกับเจอรีบอกว่ามีมังกรเต้นระบำ บางทีผมอาจมีเรื่องไปเล่าแลกเปลี่ยนกับเขาบ้างว่าผมก็รู้จักฮ่องกงเหมือนกัน เราจะได้เป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม�

เด็กสองคนนั้นคงพูดถึงเทศกาลมังกรที่ฮ่องกงแน่ๆ

เสียงสะอื้นของอีเจค่อยๆเงียบกระทั่งหลับไปในที่สุด

ขณะเดินออกจากห้องลูก ผมรู้สึกว่าอยากขอโทษอีเจ ขณะเดียวกันก็รู้สึกโกรธเพื่อนทั้งสองของลูก แต่พอทบทวนด้วยเหตุผลแล้ว ผมก็ต้องยอมรับว่าไม่ใช่ความผิดของเด็กสองคนนั้นหรอก เพราะทั้งคู่เพิ่งห้าขวบเท่านั้น

ความจริงแล้ว ทั้งหมดเป็นความผิดของผมเอง ด้วยความที่มุ่งมั่นทำงานเพื่อสร้างฐานะอย่างเดียว ทำให้ผมไม่ได้พาครอบครัวไปเที่ยวพักผ่อนมานานหลายปีแล้ว นี่คือเหตุผลว่าทำไมอีเจจึงไม่เคยขึ้นเครื่องบิน

ผ มคงจะต้องเริ่มเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างแล้ว ผมจัดการสะสางงานและจองตั๋วเครื่องบิน ภายในไม่กี่วัน เราสองคนพ่อลูกก็ขึ้นไปนั่งอยู่บนเครื่องบินที่กำลังจะทะยานสู่ฟากฟ้ามุ่งหน้าสู่สิงคโปร์

อีเจมีคำถามร้อยแปด เขากระซิบถามผมที่ข้างหูด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นว่า �พ่อครับ พ่อแน่ใจหรือเปล่าว่าเราจะบินขึ้นไปถึงก้อนเมฆบนฟ้า�

�ไปถึงสิลูก อีกไม่กี่อึดใจเราก็จะไปถึง�

�พ่อบอกให้คนขับพาเราไปเดี๋ยวนี้เลยนะ�

�ไม่ใช่คนขับหรอกลูก เขาเรียกว่ากัปตัน�

ขณะเครื่องบินเชิดหัวขึ้น อีเจก็แนบหน้ากับหน้าต่าง มองขึ้นมองลงสลับซ้ายขวา �ข้างนอกนั่นควันอะไรครับพ่อ� ลูกถาม

�เมฆไงลูก�

�ไม่จริงหรอก เมฆต้องเหมือนสำลีก้อนใหญ่ๆสิครับ�

�นี่แหละเมฆจริงๆ ดูเมฆกลุ่มนั้นสิ� ผมอธิบายพร้อมกับชี้ไปที่หมู่เมฆเบื้องล่าง

�พ่อพูดถูก เมฆจริงๆด้วย สวยจังเลย�

ผมดีใจมากที่เห็นลูกตื่นเต้นและมีความสุขแบบนี้ ทุกอย่างต่างกันลิบลับกับคืนที่ผมเห็นลูกนอนสะอื้นไห้ บัดนี้ ความฝันของลูกที่จะได้เห็นเมฆเต็มตากลายเป็นความจริงแล้ว เป็นวินาทีที่มีความสุขที่สุดสำหรับคนเป็นพ่ออย่างผม

ผมอยากหัวเราะไปกับลูกด้วย แต่ความรู้สึกหลายอย่างผสมผสานกันจนกลั่นออกมาเป็นน้ำตาแห่งความปีติระคนกับสำนึกผิดที่ปล่อยปละละเลยลูกมานานหลายปี อีเจหันมามองหน้าผมในสภาพน้ำตาอาบแก้ม เขาค่อยๆโน้มตัวมาเช็ดน้ำตาให้ผม จากนั้นก็ทำท่าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วหันไปชื่นชมกับมวลเมฆนอกหน้าต่างต่อไป

ระหว่างอยู่ที่สิงคโปร์ อีเจมีคำถามไม่ได้หยุด �ทำไมทุกอย่างดูสะอาดอย่างนี้� �ทำไมคนที่นี่พูดไม่เหมือนกัน�

ผมยังจดจำวินาทีอันมีค่าเหล่านั้นได้อย่างแม่นยำ หลังเราเที่ยวตะลอนๆจนเหนื่อยอ่อน ระหว่างนั่งแท็กซี่กลับโรงแรม อีเจจะซบหลับอยู่ในอ้อมแขนผมตลอดทาง

ตอนนี้ อีเจอายุ 18 ปีแล้ว กำลังเรียนมหาวิทยาลัย ตัวสูงถึง 178 เซนติเมตร (สูงกว่าพ่อ 12 เซนติเมตร) แถมยังเล่นกล้ามด้วย เราสองคนพ่อลูกชอบใช้เวลาร่วมกันและยังเป็นเหมือนเพื่อนสนิท เมื่อลองย้อนดู ผมคิดว่าสัมพันธภาพอันแน่นแฟ้นของเราเป็นผลจากการใช้เวลาอยู่ด้วยกันสามวันในต่างแดน หลังเขาได้ขึ้นเครื่องบินเป็นครั้งแรกในชีวิต

หลังกลับจากสิงคโปร์ได้สองสัปดาห์ เราจัดงานปาร์ตี้ที่บ้าน ครูปังกานิบานของอีเจก็มาด้วย เธอตรงเข้ามาหาผมและถามว่าช่วยไขข้อข้องใจบางอย่างได้ไหม

�อีเจเล่าให้เพื่อนๆฟังว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างระหว่างนั่งเครื่องบิน พอเล่าเสร็จ เพื่อนๆก็ช่วยกันตั้งคำถาม อีเจตอบได้ฉับไวพร้อมกับออกท่าทางสนุกสนาน เพื่อนทุกคนสนุกและประทับใจมาก�

เมื่อนักเรียนทุกคนเงียบ ครูปังกานิบานก็เลยถามว่า �อีเจ ไหนลองเล่าอีกสิว่า มีอะไรเกิดขึ้นบ้างตอนขึ้นเครื่องบินครั้งแรก�

ลูกชายผมตอบโดยไม่ต้องคิดเลยว่า �ครูครับ เครื่องบินทำให้พ่อร้องไห้ครับ�

3
คุณชอบบทความนี้ไหม?เชิญให้คะแนน

Q&A Interview:Getting Ahead with James Dyson

Share แบ่งปัน
พิมพ์ | อีเมล

เรื่องยอดนิยม ...

  1. บุคคลแห่งปีของเอเชีย
  2. เดินกลับไปสู่อนาคต
  3. เรื่องราวในรูปเงา

ประเภทของ บทความ

  • แรงบันดาลใจ
  • ผู้มีชื่อเสียง
  • ท่องเที่ยว
  • ระทึกใจ/ผจญภัย
  • สิ่งประดิษฐ์ & เทคโนโลยี
  • รุปแบบการใช้ชีวิต
  • เหตุการณ์ปัจจุบัน & ประวัติศาสตร์
  • สุขภาพ-การแพทย์

แสดงความคิดเห็น

ชื่อ*
อีเมล*
ความคิดเห็น*
Disclaimer : Reader's Digest reserves the right and authority to display your postings or not, and modify your posts to remove offensive material, remove vulgar comments, remove insults or delete any other content deemed inappropriate, at our discretion.
ท่านต้องการอ่านทุกเดือนไหม
สมัครสมาชิกนิตยสาร รีดเดอร์ส ไดเจสท์ สรรสาระ เพียง 996 บาทต่อปี
Shop Online
1 | 2 | 3 | 4 | 5
  • E20i
    English in 20 Minutes Interactive

    THB4,888.00
    buy
  • Mood Music
    Mood Music for Listening and Relaxation

    THB1,990.00
    buy
  • Salute to the King Set
    Salute to the King Set

    THB1,590.00
    buy
  • Manage Your Boss
    Managing Your Manager

    THB32.00
    buy
  • เมื่อธรรมชาติแผลงฤทธิ์
    เมื่อธรรมชาติแผลงฤทธิ์

    THB1,690.00
    buy
ดูผลิตภัณฑ์อื่นๆ

เรื่องยอดนิยม

  • ตลอดกาล
  • สัปดาห์นี้
  • This month
1โตโน่ จาก Reality สู่ชีวิตจริงของดาวรุ่ง
25 วิธีจับโกหก
3ติ๊ก เจษฎาภรณ์ สุภาพบุรุษโลกสีเขียว
4วาทศิลป์แห่งปัญญาของในหลวง
541 ความในใจที่หมอขอบอก
629 เคล็ดลับทางการเงิน
7“ผมภูมิใจในตัวพ่อ นักสู้แห่งเทือกเขาบูโด”
8โพแทสเซียม
9ชีวิตที่นับหนึ่งใหม่
10พลิกความเครียดให้เป็นประโยชน์

เรื่องขำขันทั้งหมด

หัวเราะคือยาวิเศษ

ช่วงวันหยุด แม่เลี้ยงขอฉันโทรศัพท์ไปที่ร้านคาเฟ่เพื่อจองที่นั่งเวลา 19.00 น... 100% ร่วมลงคะแนน

หัวเราะคือยาวิเศษ

ชายคนหนึ่งบอกหมอว่า "หมอครับ ช่วยผมด้วย ผมติดทวิตเตอร์อย่างหนัก" หมอตอบว่า ... 100% ร่วมลงคะแนน

หัวเราะคือยาวิเศษ

ตอนเด็กๆ ครอบครัวผมจนมากไม่มีปัญญาซื้อรองเท้าผ้าใบสวยๆ ให้ผม ตอนที่ผมบอกให้... 100% ร่วมลงคะแนน
See All Jokes

ขอตอบด้วยคน

วิธีทำโทษเด็กแบบไหนดีที่สุด
142 Votes

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์

อาหาร

เต้าหู้ผัดเต้าซี่

ผู้มีชื่อเสียง

วาทศิลป์แห่งปัญญาของในหลวง

แรงบันดาลใจ

บุคคลแห่งปีของเอเชีย

อาหาร

สลัดผักร็อกเก็ตและชีส

เทคโนโลยี

พญาอินทรีแห่งฝูงปักษา

ท่องเที่ยว

อิสตันบูล

ธันวาคม 2554

วาทศิลป์แห่งปัญญาของในหลวง
  • ฉบับนี้
  • สมัครสมาชิก
  • รับฟรี E-Newsletter
ติดต่อเรา
  • ส่งเรื่องขำขัน
  • ส่งบทความ
  • ส่งภาพ
  • แสดงความคิดเห็น
  • ติดต่อเรา
  • คำแนะนำ
  • อีเมลถึงบรรณาธิการ
  • ลูกค้าสัมพันธ์

เรื่องขำขันของคุณมีค่า 1,000 บาท

หากมีเรื่องตลกเฮฮาที่เกิดขึ้นจริง เรามีรางวัล 1,000 บาท สำหรับเรื่องที่ผ่านการคัดเลือกและได้รับการตีพิมพ์ ส่งหาเรา!

ผู้โชคดีได้รับรางวัลประจำปี 2555

รายการ “ลุ้นรวยรับรางวัลรวม 7 ล้าน”

ติดตามผลรายชื่อผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลจากเราได้ที่นี่

 

ติดต่อเรา | เว็บไซต์รีดเดอร์ส ไดเจสท์ เอเชีย | แบรนด์ที่คุณเชื่อมั่นที่สุด | ติดต่อโฆษณา | นโยบายบริษัท | ข้อกำหนดในการใช้งาน | แผนผังเว็บ © 2012 The Reader's Digest Association, Inc