Sorry, the site may not show properly on your browser. Please upgrade your internet browser to a more updated version (minimal IE7) for a better experience.
ลงทะเบียนเพื่อรับโปรโมชั่นพิเศษ   |  ลูกค้าสัมพันธ์
สมัครสมาชิก
หน้าแรก
หน้าแรก » คำแนะนำ & เคล็ดลับ » เงินทอง » ฝึกนิสัยให้เป็นนักออม

ฝึกนิสัยให้เป็นนักออม

ช่วงเศรษฐกิจผันผวนเช่นนี้ การจูงใจตัวเองให้รู้จักเก็บเงินมากขึ้นยิ่งมีความสำคัญ By โดย สาธิต บวรสันติสุทธิ์
Share แบ่งปัน
ขนาดตัวอักษร AA AA | พิมพ์ | อีเมล

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

  • วิธีใหม่ๆเพิ่มเงินในกระเป๋า
  • ก้าวสู่อิสรภาพทางการเงิน
  • เศรษฐกิจไทยขยายตัวกว่า 10% ตามที่รัฐบาลประกาศไว้จริงหรือ

�ทุกวันนี้ ฉันแทบไม่มีเงินเหลือเก็บ� มักเป็นคำพูดที่เราได้ยินอยู่เสมอโดยเฉพาะภาวะที่ค่าครองชีพสูงขึ้นมากในปัจจุบัน และหากพิจารณาภาระหนี้สินต่อเดือนจะพบว่าครัวเรือนของไทยที่มีรายได้น้อยมีภาระหนี้สินที่ต้องจ่ายทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยสูงถึงร้อยละ 35 ของรายได้ในแต่ ละเดือน ซึ่งค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับภาระหนี้สินต่อเดือนที่สามารถจัดการได้คือไม่เกินร้อยละ 30 ถึง 40 ของรายได้ต่อเดือน ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้เงินออมของครัวเรือนมีแนวโน้มลดลง และครัวเรือนผู้มีรายได้น้อยมีรายได้เฉลี่ยต่ำกว่ารายจ่าย ทำให้เงินออมยิ่งน้อยและเสี่ยงต่อภาระหนี้เพิ่มขึ้น

คำถามที่เกิดขึ้นคือ �ทำไมคนไทยจึงให้ความสำคัญกับการออมเงินในระดับที่ต่ำ� เราต่างรู้กันดีอยู่แล้วว่า การออมเงินมีความสำคัญต่อความมั่นคงของตนเองเช่นเดียวกับที่การกินผักและผลไม้มีความสำคัญต่อร่างกาย หากเทียบกับการดูแลรักษาสุขภาพในปัจจุบันจะเห็นว่าได้รับความสนใจมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเล่นโยคะ น้ำผลไม้ ผักหรือผลไม้ปลอดสารพิษ ฯลฯ แต่เมื่อพูดถึงการออมเงิน คนส่วนใหญ่กลับเห็นความสำคัญน้อย เหตุผลสามข้อที่อธิบายเรื่องนี้ได้คือ

ข้อแรก การออมเงินในทุกวันนี้เป็นเรื่องที่ทำได้ยาก �แม้เมื่อเปรียบเทียบรายได้และค่าใช้จ่ายต่อครัวเรือนช่วงปี 2545 ถึง 2550 พบว่ารายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.32 ต่อปี สูงกว่าค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.90 ต่อปี แต่ในปี 2551 รายได้ของคนทำงานโดยเฉพาะมนุษย์เงินเดือนหรือผู้มีรายได้ระดับกลางมีการเติบโตช้าเมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายโดยเฉพาะค่าอาหารและพลังงาน� กิตติพัฒน์ แสนทวีสุข อาจารย์สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ คณะวิทยาการจัดการและสารสนเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวรและวิทยากรด้านการวางแผนการเงินบุคคล สถาบันพัฒนาความรู้ตลาดทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าว �ข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระบุว่าในปี 2549 คนไทยมีการบริโภคอาหารและพลังงานสูงถึงประมาณครึ่งของการบริโภคทั้งหมด ราคาอาหารและพลังงานที่แพงขึ้นมากอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนในปีนี้จะทำให้การออมเงินเป็นเรื่องที่ยากยิ่งขึ้น�

ข้อสอง การขอกู้เงินจากสถาบันการเงินทำได้ง่ายโดยเฉพาะการขอเครดิตสินเชื่อส่วนบุคคล แม้ธนาคารพาณิชย์จะกำหนดวงเงินสำหรับการขอสินเชื่อไม่เกินห้าเท่าของรายได้ในแต่ละเดือนและกำหนดภาระหนี้ในแต่ละเดือนไม่เกินร้อยละ 40 ของรายได้ รวมถึงการกำหนดรายได้ขั้นต่ำสำหรับการสมัครบัตรเครดิตของธนาคารพาณิชย์อยู่ที่ 15,000 บาท แต่การขอสินเชื่อส่วนบุคคลอยู่ที่ 7,000 ถึง 8,000 บาทธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่า ยอดคงค้างสินเชื่อส่วนบุคคลเพิ่มจาก 137,635 ล้านบาทในเดือนมิถุนายน 2548 เป็น 209,172 ล้านบาทในเดือนเมษายน 2551 เมื่อประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินในการจับจ่ายใช้สอยได้ง่าย แรงจูงใจที่จะออมเงินเพิ่มก็ลดลง

ข้อสาม �การออมเงินเป็นเรื่องไม่สนุก� ดำรงศักดิ์ โรจนะนาค ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ธนาคารเกียรตินาคิน กล่าว �การออมเงินคือการเลือกที่จะไม่สนองความต้องการของตนเองในปัจจุบัน แต่เพื่อความต้องการในอนาคต� สิ่งไหนให้ความสุขแก่คุณมากกว่ากัน คิดดูง่ายๆ เช่น หากให้เลือกระหว่างซื้อเสื้อผ้าสวยเก๋กับเก็บเงินไว้ใช้วัยเกษียณในอีก 20 ปี มีความเป็นไปได้สูงที่เราจะเลือกการซื้อเสื้อผ้า เพราะความสุขที่เราได้จากการสนองความต้องการในปัจจุบันมีมากกว่าความสุขในสิ่งที่คาดว่าจะได้รับในอนาคตแม้สิ่งนั้นจะสำคัญกว่ามากก็ตาม

สิ่งที่คุณชื่นชอบและอยากเป็นเจ้าของไม่ได้มีแค่เสื้อผ้าหรือรองเท้าแต่อาจเป็นเครื่องใช้ไฮเทคราคาแพง และไม่เฉพาะคุณที่รับรู้ถึงความรู้สึกรุนแรงนี้ นักวิทยาศาสตร์ด้านประสาทวิทยาสังเกตเห็นเช่นกัน เมื่อไม่นานมานี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์และประสาทวิทยาทดลองใช้การตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเพื่อดูการทำงานของสมองขณะตัดสินใจเรื่องเงิน เมื่อเห็นสิ่งที่เราต้องการ สมองส่วนที่เป็นศูนย์ความสุขจะได้รับการกระตุ้นและมีการหลั่งโดพามีนหรือสารสุข ทำนองเดียวกับการได้รับเงินจำนวนเล็กน้อยในปัจจุบันจะกระตุ้นให้เกิดความสุขมากกว่าการได้รับเงินก้อนใหญ่กว่าในวันพรุ่งนี้ และหากต้องรอนานขึ้นเช่นเป็นเดือนหรือปี จำนวนเงินจะต้องมากกว่ามากๆจึงจะมีผลต่อสมองได้เท่ากัน สิ่งที่ทำเพื่ออนาคตอย่างเช่นการออมเงินเพื่อใช้ในวัยเกษียณไม่กระตุ้นศูนย์แห่งความสุขของสมองเท่าใดนัก

�มนุษย์มีสัญชาตญาณเช่นเดียวกับสิ่งมีชีวิตทั่วไป คือต้องการความสุขในปัจจุบันมากกว่าความสุขที่จะได้รับในอนาคต เช่น หากให้เราเลือกระหว่างเงิน 100 บาทในวันนี้กับ 110 บาทในวันพรุ่งนี้ เราอาจเลือกเงิน 100 บาทในวันนี้� ดำรงศักดิ์กล่าว แม้จำนวนเงินที่ได้ในอนาคตจะสูงกว่ามากเมื่อเทียบกับปัจจุบัน ผลต่อสมองที่ได้อาจไม่ต่างกัน ตัวอย่างที่เราคุ้นเคยกันดีคือนักวางแผนการเงินมักใช้วิธี �ถ้า�คุณจะ�� ในการกระตุ้นให้คนออมเงิน เช่น หากคุณวัย 20 ออมเดือนละ 1,000 บาทที่ผลตอบแทนร้อยละสี่ต่อปี คุณจะมีเงิน 1,180,000 บาทเมื่อเกษียณอายุ 60 ปี แต่จะมีเงินเพียง 690,000 บาทเมื่อเกษียณหากคุณรอที่จะเริ่มออมเงินตอนวัย 30 แน่นอนผลที่ได้น่าสนใจมากเพราะระยะเวลาออมน้อยลงหนึ่งในสาม แต่จำนวนเงินที่ได้ต่างกันเกือบครึ่ง ทว่า ดำรงศักดิ์มองว่าวิธีการนำเสนอแบบนี้ไม่ได้ผล �เงินที่ได้มากขึ้นในอนาคตไม่มีผลด้านอารมณ์เพราะเข้าใจยาก แม้มีคนบอกว่าคุณจะได้เงินหลายล้านบาทในอีก 30 ปี สมองคุณจะไม่ตอบสนองเป็นพิเศษ�

แน่นอนว่าเรื่องนี้สามารถให้เหตุผลได้ไม่ยาก �อนาคตเป็นสิ่งไม่แน่นอน ทุกสิ่งสามารถเปลี่ยนแปลง อะไรก็เกิดขึ้นได้ เช่นการออมเงินเพื่อวัยเกษียณ ผลตอบแทนที่คุณจะได้รับไม่แน่นอน เป้าหมายของคุณเองก็อาจเปลี่ยนไป� ดำรงศักดิ์กล่าว �ขณะความสุขในปัจจุบันคือสิ่งที่คุณจับต้องได้จริงๆ�

อย่างไรก็ตาม เราต้องอยู่เหนือสัญชาตญาณนี้ให้ได้เพราะปัจจุบันการออมเป็นสิ่งจำเป็นมากกว่าในอดีต ไม่ว่าด้วยเหตุผลของอายุขัยที่ยาวขึ้น ค่าครองชีพสูงขึ้น ทำให้คุณต้องการเงินมากขึ้น ขณะที่เงินกองทุนประกันสังคมหรือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมีแนวโน้มว่าอาจไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต �การเริ่มออมตั้งแต่ตอนนี้จึงดีกว่าเพื่อความจำเป็นในวันข้างหน้า� จีระภา ก้อนใส เจ้าหน้าที่อาวุโสด้านพัฒนาความรู้ผู้ลงทุน สถาบันพัฒนาความรู้ตลาดทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าว

ดังนั้น คำถามคือในเมื่อเรารู้เกี่ยวกับเงินและกลไกตอบสนองของสมอง เราจะควบคุมจิตใจเพื่อให้ออมเงินเพิ่มขึ้นได้อย่างไร

ตั้งเป้าหมายให้เป็นรูปธรรม �สมมุติว่าตอนนี้คุณวัย 30 และตั้งใจจะเกษียณอย่างมีความสุขในอีก 30 ปีข้างหน้า เคล็ดลับคือนึกภาพชีวิตหลังเกษียณที่คุณอยากได้ให้ชัดเจน� ดำรงศักดิ์กล่าว �คุณอาจกำหนดให้วันเกิดของคุณในปี 2581 เป็นวันเกษียณ แล้วตอนนั้นคุณต้องการอะไร อยู่บ้านแบบไหนและที่ใด เช่น คุณอาจต้องการบ้านพักหลังเล็กๆที่เชียงใหม่ เมื่อคุณรู้วันที่จะเกษียณและมีเป้าหมาย คุณอาจตั้งชื่อความฝันว่า �วิมานเวียงพิงค์� เปิดเพลงคำเมือง ติดภาพเมืองเชียงใหม่ หรือใช้รูปทิวทัศน์ของเชียงใหม่เป็นภาพพักหน้าจอ หรือสิ่งใดก็ได้ที่จะเตือนความทรงจำเกี่ยวกับความฝันของคุณ�

อาจฟังดูตลก แต่สิ่งที่คุณทำคือสร้างสิ่งแวดล้อมทางอารมณ์ที่จะกระตุ้นให้คุณตระหนักถึงเป้าหมายอยู่ตลอดเวลา �และเมื่อมีสิ่งยั่วยวนใจให้จับจ่าย� ดำรงศักดิ์กล่าว �คุณจะรู้สึกง่ายขึ้นกับการตัดสินใจใช้จ่ายในวันนี้กับการออมเพื่อเป้าหมายในอนาคต�

ทำงานเป็นทีม ให้เพื่อน ครอบครัว และคนรอบข้างมีส่วนร่วมในความสำเร็จของคุณ บอกพวกเขาเกี่ยวกับเป้าหมายของคุณ และขอให้ช่วยเตือนเมื่อคุณจะใช้เงินในสิ่งไม่จำเป็น (อย่าลืมบอกพวกเขาว่าคุณจะไม่ถือโทษโกรธใครและจะขอบคุณอีกต่างหาก) หรือคุณอาจให้อินเทอร์เน็ตช่วย ดีน คาร์แลนและเอียน ไอร์สจากเยล จัดทำเว็บไซต์ stickK.com ซึ่งให้คุณสามารถบอกเป้าหมายของคุณ แจ้งให้เพื่อนทราบ รวมถึงตั้งบทลงโทษหากคุณล้มเหลว เว็บไซต์นี้ช่วยให้เจ้าของเว็บสามารถบรรลุเป้าหมายในการลดน้ำหนักได้โดยจะต้องเสียค่าปรับจำนวนมากหากลดน้ำหนักไม่ได้ คุณอาจใช้เว็บนี้สร้างวินัยในการออมได้

เริ่มทีละนิด เหตุผลหนึ่งที่หลายคนไม่ออมเงิน เพราะไม่เชื่อว่าตนจะมีเงินที่จะออมได้จำนวนมากตามที่ตั้งเป้าไว้ ตามจริง การเริ่มออมทีละนิดให้ผลที่ดีกว่า �ฟังดูอาจไม่น่าเชื่อ แต่โครงการอย่างเช่น K-Saving Plan ของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด ที่ให้ผู้ลงทุนสามารถลงทุนในกองทุนรวมได้ง่ายๆโดยหักเงินจากบัญชีเงินฝากอัตโนมัติตามช่วงเวลาที่ผู้ลงทุนกำหนด ทำให้หลายคนตระหนักว่าการออมเงินไม่ใช่เรื่องยาก และเงินก้อนเล็กๆก็โตเป็นเงินก้อนใหญ่ได้โดยไม่ต้องรอให้เงินก้อนใหญ่ก่อนถึงจะออม� เอื้อพันธ์ เพ็ชราภรณ์ ผู้บริหารฝ่ายบริการผู้ลงทุนและทะเบียน บลจ. กสิกรไทย กล่าว

และในที่สุด เมื่อคุณสร้างนิสัยการออมให้เกิดขึ้นได้ คุณจะรู้สึกดีขึ้น ชีวิตมีความหมาย เป็นคู่ครองและพ่อแม่ที่ดีขึ้น เพราะรู้ว่าคุณเตรียมพร้อมสำหรับอนาคตแล้ว เอื้อพันธ์กล่าวย้ำในตอนท้ายว่า �คุณอาจรู้สึกลำบากบ้างก็เพียงในช่วงแรก แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือความสุขความมั่นคงในระยะยาว�

19
คุณชอบบทความนี้ไหม?เชิญให้คะแนน

Q&A Interview:Getting Ahead with James Dyson

Share แบ่งปัน
พิมพ์ | อีเมล

เรื่องยอดนิยม ...

  1. เริ่มปีใหม่ เริ่มวางแผนภาษีได้แล้ว
  2. เคล็ดลับการซื้อประกันชีวิต
  3. ลงทุนใน RMF และ LTF อย่างมืออาชีพ

ประเภทของ คำแนะนำ & เคล็ดลับ

  • อาหาร
  • รักษ์สุขภาพ
  • เทคโนโลยี
  • ความสัมพันธ์
  • เดินทาง
  • ใช้เวลาว่าง
  • เงินทอง
  • สัตว์เลี้ยง

แสดงความคิดเห็น

ชื่อ*
อีเมล*
ความคิดเห็น*
Disclaimer : Reader's Digest reserves the right and authority to display your postings or not, and modify your posts to remove offensive material, remove vulgar comments, remove insults or delete any other content deemed inappropriate, at our discretion.
ท่านต้องการอ่านทุกเดือนไหม
สมัครสมาชิกนิตยสาร รีดเดอร์ส ไดเจสท์ สรรสาระ เพียง 996 บาทต่อปี
Shop Online
1 | 2 | 3 | 4 | 5
  • E20i
    English in 20 Minutes Interactive

    THB4,888.00
    buy
  • Mood Music
    Mood Music for Listening and Relaxation

    THB1,990.00
    buy
  • Salute to the King Set
    Salute to the King Set

    THB1,590.00
    buy
  • Manage Your Boss
    Managing Your Manager

    THB32.00
    buy
  • เมื่อธรรมชาติแผลงฤทธิ์
    เมื่อธรรมชาติแผลงฤทธิ์

    THB1,690.00
    buy
ดูผลิตภัณฑ์อื่นๆ

เรื่องยอดนิยม

  • ตลอดกาล
  • สัปดาห์นี้
  • This month
1โตโน่ จาก Reality สู่ชีวิตจริงของดาวรุ่ง
25 วิธีจับโกหก
3ติ๊ก เจษฎาภรณ์ สุภาพบุรุษโลกสีเขียว
4วาทศิลป์แห่งปัญญาของในหลวง
541 ความในใจที่หมอขอบอก
629 เคล็ดลับทางการเงิน
7“ผมภูมิใจในตัวพ่อ นักสู้แห่งเทือกเขาบูโด”
8โพแทสเซียม
9ชีวิตที่นับหนึ่งใหม่
10พลิกความเครียดให้เป็นประโยชน์

เรื่องขำขันทั้งหมด

หัวเราะคือยาวิเศษ

ช่วงวันหยุด แม่เลี้ยงขอฉันโทรศัพท์ไปที่ร้านคาเฟ่เพื่อจองที่นั่งเวลา 19.00 น... 100% ร่วมลงคะแนน

หัวเราะคือยาวิเศษ

ชายคนหนึ่งบอกหมอว่า "หมอครับ ช่วยผมด้วย ผมติดทวิตเตอร์อย่างหนัก" หมอตอบว่า ... 100% ร่วมลงคะแนน

หัวเราะคือยาวิเศษ

ตอนเด็กๆ ครอบครัวผมจนมากไม่มีปัญญาซื้อรองเท้าผ้าใบสวยๆ ให้ผม ตอนที่ผมบอกให้... 100% ร่วมลงคะแนน
See All Jokes

ขอตอบด้วยคน

วิธีทำโทษเด็กแบบไหนดีที่สุด
142 Votes

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์

อาหาร

เต้าหู้ผัดเต้าซี่

ผู้มีชื่อเสียง

วาทศิลป์แห่งปัญญาของในหลวง

แรงบันดาลใจ

บุคคลแห่งปีของเอเชีย

อาหาร

สลัดผักร็อกเก็ตและชีส

เทคโนโลยี

พญาอินทรีแห่งฝูงปักษา

ท่องเที่ยว

อิสตันบูล

ธันวาคม 2554

วาทศิลป์แห่งปัญญาของในหลวง
  • ฉบับนี้
  • สมัครสมาชิก
  • รับฟรี E-Newsletter
ติดต่อเรา
  • ส่งเรื่องขำขัน
  • ส่งบทความ
  • ส่งภาพ
  • แสดงความคิดเห็น
  • ติดต่อเรา
  • คำแนะนำ
  • อีเมลถึงบรรณาธิการ
  • ลูกค้าสัมพันธ์

เรื่องขำขันของคุณมีค่า 1,000 บาท

หากมีเรื่องตลกเฮฮาที่เกิดขึ้นจริง เรามีรางวัล 1,000 บาท สำหรับเรื่องที่ผ่านการคัดเลือกและได้รับการตีพิมพ์ ส่งหาเรา!

ผู้โชคดีได้รับรางวัลประจำปี 2555

รายการ “ลุ้นรวยรับรางวัลรวม 7 ล้าน”

ติดตามผลรายชื่อผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลจากเราได้ที่นี่

 

ติดต่อเรา | เว็บไซต์รีดเดอร์ส ไดเจสท์ เอเชีย | แบรนด์ที่คุณเชื่อมั่นที่สุด | ติดต่อโฆษณา | นโยบายบริษัท | ข้อกำหนดในการใช้งาน | แผนผังเว็บ © 2012 The Reader's Digest Association, Inc