
English in 20 Minutes Interactive
THB4,888.00


Mood Music for Listening and Relaxation
THB1,990.00


Salute to the King Set
THB1,590.00


Managing Your Manager
THB32.00


เมื่อธรรมชาติแผลงฤทธิ์
THB1,690.00

ฝึกนิสัยให้เป็นนักออม

�ทุกวันนี้ ฉันแทบไม่มีเงินเหลือเก็บ� มักเป็นคำพูดที่เราได้ยินอยู่เสมอโดยเฉพาะภาวะที่ค่าครองชีพสูงขึ้นมากในปัจจุบัน และหากพิจารณาภาระหนี้สินต่อเดือนจะพบว่าครัวเรือนของไทยที่มีรายได้น้อยมีภาระหนี้สินที่ต้องจ่ายทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยสูงถึงร้อยละ 35 ของรายได้ในแต่ ละเดือน ซึ่งค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับภาระหนี้สินต่อเดือนที่สามารถจัดการได้คือไม่เกินร้อยละ 30 ถึง 40 ของรายได้ต่อเดือน ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้เงินออมของครัวเรือนมีแนวโน้มลดลง และครัวเรือนผู้มีรายได้น้อยมีรายได้เฉลี่ยต่ำกว่ารายจ่าย ทำให้เงินออมยิ่งน้อยและเสี่ยงต่อภาระหนี้เพิ่มขึ้น
คำถามที่เกิดขึ้นคือ �ทำไมคนไทยจึงให้ความสำคัญกับการออมเงินในระดับที่ต่ำ� เราต่างรู้กันดีอยู่แล้วว่า การออมเงินมีความสำคัญต่อความมั่นคงของตนเองเช่นเดียวกับที่การกินผักและผลไม้มีความสำคัญต่อร่างกาย หากเทียบกับการดูแลรักษาสุขภาพในปัจจุบันจะเห็นว่าได้รับความสนใจมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเล่นโยคะ น้ำผลไม้ ผักหรือผลไม้ปลอดสารพิษ ฯลฯ แต่เมื่อพูดถึงการออมเงิน คนส่วนใหญ่กลับเห็นความสำคัญน้อย เหตุผลสามข้อที่อธิบายเรื่องนี้ได้คือ
ข้อแรก การออมเงินในทุกวันนี้เป็นเรื่องที่ทำได้ยาก �แม้เมื่อเปรียบเทียบรายได้และค่าใช้จ่ายต่อครัวเรือนช่วงปี 2545 ถึง 2550 พบว่ารายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.32 ต่อปี สูงกว่าค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.90 ต่อปี แต่ในปี 2551 รายได้ของคนทำงานโดยเฉพาะมนุษย์เงินเดือนหรือผู้มีรายได้ระดับกลางมีการเติบโตช้าเมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายโดยเฉพาะค่าอาหารและพลังงาน� กิตติพัฒน์ แสนทวีสุข อาจารย์สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ คณะวิทยาการจัดการและสารสนเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวรและวิทยากรด้านการวางแผนการเงินบุคคล สถาบันพัฒนาความรู้ตลาดทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าว �ข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระบุว่าในปี 2549 คนไทยมีการบริโภคอาหารและพลังงานสูงถึงประมาณครึ่งของการบริโภคทั้งหมด ราคาอาหารและพลังงานที่แพงขึ้นมากอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนในปีนี้จะทำให้การออมเงินเป็นเรื่องที่ยากยิ่งขึ้น�
ข้อสอง การขอกู้เงินจากสถาบันการเงินทำได้ง่ายโดยเฉพาะการขอเครดิตสินเชื่อส่วนบุคคล แม้ธนาคารพาณิชย์จะกำหนดวงเงินสำหรับการขอสินเชื่อไม่เกินห้าเท่าของรายได้ในแต่ละเดือนและกำหนดภาระหนี้ในแต่ละเดือนไม่เกินร้อยละ 40 ของรายได้ รวมถึงการกำหนดรายได้ขั้นต่ำสำหรับการสมัครบัตรเครดิตของธนาคารพาณิชย์อยู่ที่ 15,000 บาท แต่การขอสินเชื่อส่วนบุคคลอยู่ที่ 7,000 ถึง 8,000 บาทธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่า ยอดคงค้างสินเชื่อส่วนบุคคลเพิ่มจาก 137,635 ล้านบาทในเดือนมิถุนายน 2548 เป็น 209,172 ล้านบาทในเดือนเมษายน 2551 เมื่อประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินในการจับจ่ายใช้สอยได้ง่าย แรงจูงใจที่จะออมเงินเพิ่มก็ลดลง
ข้อสาม �การออมเงินเป็นเรื่องไม่สนุก� ดำรงศักดิ์ โรจนะนาค ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ธนาคารเกียรตินาคิน กล่าว �การออมเงินคือการเลือกที่จะไม่สนองความต้องการของตนเองในปัจจุบัน แต่เพื่อความต้องการในอนาคต� สิ่งไหนให้ความสุขแก่คุณมากกว่ากัน คิดดูง่ายๆ เช่น หากให้เลือกระหว่างซื้อเสื้อผ้าสวยเก๋กับเก็บเงินไว้ใช้วัยเกษียณในอีก 20 ปี มีความเป็นไปได้สูงที่เราจะเลือกการซื้อเสื้อผ้า เพราะความสุขที่เราได้จากการสนองความต้องการในปัจจุบันมีมากกว่าความสุขในสิ่งที่คาดว่าจะได้รับในอนาคตแม้สิ่งนั้นจะสำคัญกว่ามากก็ตาม
สิ่งที่คุณชื่นชอบและอยากเป็นเจ้าของไม่ได้มีแค่เสื้อผ้าหรือรองเท้าแต่อาจเป็นเครื่องใช้ไฮเทคราคาแพง และไม่เฉพาะคุณที่รับรู้ถึงความรู้สึกรุนแรงนี้ นักวิทยาศาสตร์ด้านประสาทวิทยาสังเกตเห็นเช่นกัน เมื่อไม่นานมานี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์และประสาทวิทยาทดลองใช้การตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเพื่อดูการทำงานของสมองขณะตัดสินใจเรื่องเงิน เมื่อเห็นสิ่งที่เราต้องการ สมองส่วนที่เป็นศูนย์ความสุขจะได้รับการกระตุ้นและมีการหลั่งโดพามีนหรือสารสุข ทำนองเดียวกับการได้รับเงินจำนวนเล็กน้อยในปัจจุบันจะกระตุ้นให้เกิดความสุขมากกว่าการได้รับเงินก้อนใหญ่กว่าในวันพรุ่งนี้ และหากต้องรอนานขึ้นเช่นเป็นเดือนหรือปี จำนวนเงินจะต้องมากกว่ามากๆจึงจะมีผลต่อสมองได้เท่ากัน สิ่งที่ทำเพื่ออนาคตอย่างเช่นการออมเงินเพื่อใช้ในวัยเกษียณไม่กระตุ้นศูนย์แห่งความสุขของสมองเท่าใดนัก
�มนุษย์มีสัญชาตญาณเช่นเดียวกับสิ่งมีชีวิตทั่วไป คือต้องการความสุขในปัจจุบันมากกว่าความสุขที่จะได้รับในอนาคต เช่น หากให้เราเลือกระหว่างเงิน 100 บาทในวันนี้กับ 110 บาทในวันพรุ่งนี้ เราอาจเลือกเงิน 100 บาทในวันนี้� ดำรงศักดิ์กล่าว แม้จำนวนเงินที่ได้ในอนาคตจะสูงกว่ามากเมื่อเทียบกับปัจจุบัน ผลต่อสมองที่ได้อาจไม่ต่างกัน ตัวอย่างที่เราคุ้นเคยกันดีคือนักวางแผนการเงินมักใช้วิธี �ถ้า�คุณจะ�� ในการกระตุ้นให้คนออมเงิน เช่น หากคุณวัย 20 ออมเดือนละ 1,000 บาทที่ผลตอบแทนร้อยละสี่ต่อปี คุณจะมีเงิน 1,180,000 บาทเมื่อเกษียณอายุ 60 ปี แต่จะมีเงินเพียง 690,000 บาทเมื่อเกษียณหากคุณรอที่จะเริ่มออมเงินตอนวัย 30 แน่นอนผลที่ได้น่าสนใจมากเพราะระยะเวลาออมน้อยลงหนึ่งในสาม แต่จำนวนเงินที่ได้ต่างกันเกือบครึ่ง ทว่า ดำรงศักดิ์มองว่าวิธีการนำเสนอแบบนี้ไม่ได้ผล �เงินที่ได้มากขึ้นในอนาคตไม่มีผลด้านอารมณ์เพราะเข้าใจยาก แม้มีคนบอกว่าคุณจะได้เงินหลายล้านบาทในอีก 30 ปี สมองคุณจะไม่ตอบสนองเป็นพิเศษ�
แน่นอนว่าเรื่องนี้สามารถให้เหตุผลได้ไม่ยาก �อนาคตเป็นสิ่งไม่แน่นอน ทุกสิ่งสามารถเปลี่ยนแปลง อะไรก็เกิดขึ้นได้ เช่นการออมเงินเพื่อวัยเกษียณ ผลตอบแทนที่คุณจะได้รับไม่แน่นอน เป้าหมายของคุณเองก็อาจเปลี่ยนไป� ดำรงศักดิ์กล่าว �ขณะความสุขในปัจจุบันคือสิ่งที่คุณจับต้องได้จริงๆ�
อย่างไรก็ตาม เราต้องอยู่เหนือสัญชาตญาณนี้ให้ได้เพราะปัจจุบันการออมเป็นสิ่งจำเป็นมากกว่าในอดีต ไม่ว่าด้วยเหตุผลของอายุขัยที่ยาวขึ้น ค่าครองชีพสูงขึ้น ทำให้คุณต้องการเงินมากขึ้น ขณะที่เงินกองทุนประกันสังคมหรือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมีแนวโน้มว่าอาจไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต �การเริ่มออมตั้งแต่ตอนนี้จึงดีกว่าเพื่อความจำเป็นในวันข้างหน้า� จีระภา ก้อนใส เจ้าหน้าที่อาวุโสด้านพัฒนาความรู้ผู้ลงทุน สถาบันพัฒนาความรู้ตลาดทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าว
ดังนั้น คำถามคือในเมื่อเรารู้เกี่ยวกับเงินและกลไกตอบสนองของสมอง เราจะควบคุมจิตใจเพื่อให้ออมเงินเพิ่มขึ้นได้อย่างไร
ตั้งเป้าหมายให้เป็นรูปธรรม �สมมุติว่าตอนนี้คุณวัย 30 และตั้งใจจะเกษียณอย่างมีความสุขในอีก 30 ปีข้างหน้า เคล็ดลับคือนึกภาพชีวิตหลังเกษียณที่คุณอยากได้ให้ชัดเจน� ดำรงศักดิ์กล่าว �คุณอาจกำหนดให้วันเกิดของคุณในปี 2581 เป็นวันเกษียณ แล้วตอนนั้นคุณต้องการอะไร อยู่บ้านแบบไหนและที่ใด เช่น คุณอาจต้องการบ้านพักหลังเล็กๆที่เชียงใหม่ เมื่อคุณรู้วันที่จะเกษียณและมีเป้าหมาย คุณอาจตั้งชื่อความฝันว่า �วิมานเวียงพิงค์� เปิดเพลงคำเมือง ติดภาพเมืองเชียงใหม่ หรือใช้รูปทิวทัศน์ของเชียงใหม่เป็นภาพพักหน้าจอ หรือสิ่งใดก็ได้ที่จะเตือนความทรงจำเกี่ยวกับความฝันของคุณ�
อาจฟังดูตลก แต่สิ่งที่คุณทำคือสร้างสิ่งแวดล้อมทางอารมณ์ที่จะกระตุ้นให้คุณตระหนักถึงเป้าหมายอยู่ตลอดเวลา �และเมื่อมีสิ่งยั่วยวนใจให้จับจ่าย� ดำรงศักดิ์กล่าว �คุณจะรู้สึกง่ายขึ้นกับการตัดสินใจใช้จ่ายในวันนี้กับการออมเพื่อเป้าหมายในอนาคต�
ทำงานเป็นทีม ให้เพื่อน ครอบครัว และคนรอบข้างมีส่วนร่วมในความสำเร็จของคุณ บอกพวกเขาเกี่ยวกับเป้าหมายของคุณ และขอให้ช่วยเตือนเมื่อคุณจะใช้เงินในสิ่งไม่จำเป็น (อย่าลืมบอกพวกเขาว่าคุณจะไม่ถือโทษโกรธใครและจะขอบคุณอีกต่างหาก) หรือคุณอาจให้อินเทอร์เน็ตช่วย ดีน คาร์แลนและเอียน ไอร์สจากเยล จัดทำเว็บไซต์ stickK.com ซึ่งให้คุณสามารถบอกเป้าหมายของคุณ แจ้งให้เพื่อนทราบ รวมถึงตั้งบทลงโทษหากคุณล้มเหลว เว็บไซต์นี้ช่วยให้เจ้าของเว็บสามารถบรรลุเป้าหมายในการลดน้ำหนักได้โดยจะต้องเสียค่าปรับจำนวนมากหากลดน้ำหนักไม่ได้ คุณอาจใช้เว็บนี้สร้างวินัยในการออมได้
เริ่มทีละนิด เหตุผลหนึ่งที่หลายคนไม่ออมเงิน เพราะไม่เชื่อว่าตนจะมีเงินที่จะออมได้จำนวนมากตามที่ตั้งเป้าไว้ ตามจริง การเริ่มออมทีละนิดให้ผลที่ดีกว่า �ฟังดูอาจไม่น่าเชื่อ แต่โครงการอย่างเช่น K-Saving Plan ของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด ที่ให้ผู้ลงทุนสามารถลงทุนในกองทุนรวมได้ง่ายๆโดยหักเงินจากบัญชีเงินฝากอัตโนมัติตามช่วงเวลาที่ผู้ลงทุนกำหนด ทำให้หลายคนตระหนักว่าการออมเงินไม่ใช่เรื่องยาก และเงินก้อนเล็กๆก็โตเป็นเงินก้อนใหญ่ได้โดยไม่ต้องรอให้เงินก้อนใหญ่ก่อนถึงจะออม� เอื้อพันธ์ เพ็ชราภรณ์ ผู้บริหารฝ่ายบริการผู้ลงทุนและทะเบียน บลจ. กสิกรไทย กล่าว
และในที่สุด เมื่อคุณสร้างนิสัยการออมให้เกิดขึ้นได้ คุณจะรู้สึกดีขึ้น ชีวิตมีความหมาย เป็นคู่ครองและพ่อแม่ที่ดีขึ้น เพราะรู้ว่าคุณเตรียมพร้อมสำหรับอนาคตแล้ว เอื้อพันธ์กล่าวย้ำในตอนท้ายว่า �คุณอาจรู้สึกลำบากบ้างก็เพียงในช่วงแรก แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือความสุขความมั่นคงในระยะยาว�
|
| ||||||
แสดงความคิดเห็น
| ชื่อ* | |
| อีเมล* | |
| ความคิดเห็น* | |

เรื่องยอดนิยม
เรื่องยอดนิยม
เรื่องขำขันทั้งหมด
เรื่องขำขันทั้งหมด
ขอตอบด้วยคน
เรื่องเด่นประจำสัปดาห์
![]() อาหาร | ![]() ผู้มีชื่อเสียง | ![]() แรงบันดาลใจ | ![]() อาหาร | เทคโนโลยี | ![]() ท่องเที่ยว |
เรื่องขำขันของคุณมีค่า 1,000 บาท
หากมีเรื่องตลกเฮฮาที่เกิดขึ้นจริง เรามีรางวัล 1,000 บาท สำหรับเรื่องที่ผ่านการคัดเลือกและได้รับการตีพิมพ์ ส่งหาเรา!

แบ่งปัน










