น้ำใจไร้พรมแดน
เบื้องหลังการระดมเงินบริจาค 170 ล้านบาทจากคนไทยเพื่อช่วยผู้ประสบธรณีพิบัติภัยที่เฮติผ่านรายการเล่าข่าวทางโทรทัศน์โดยพิธีกรชื่อดังชาวไทย ซึ่งโครงการอาหารโลกแห่งสหประชาชาติยกย่องว่าเป็นจำนวนเงินสูงสุดในประวัติ ศาสตร์การบริจาคของประชาชนสู่ประชาชนอีกประเทศที่มอบผ่านโครงการฯ
เช้าวันที่ 13 มกราคม 2553 สรยุทธ สุทัศนะจินดา ทำหน้าที่เล่าข่าวในรายการ “เรื่องเล่าเช้านี้” ทางสถานีโทรทัศน์สีช่อง 3 เหมือนเช่นทุกวัน แต่วันนี้เหตุการณ์แผ่นดินไหวร้ายแรงที่ประเทศเฮติเมื่อวันที่ 12 มกราคมที่ผ่านมาสร้างความสะเทือนใจแก่ผู้คนทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่พิธีกรที่ผ่านการอ่านข่าวดีข่าวร้ายมาสารพัดรูปแบบอย่างเขา
แผ่นดินไหวครั้งนี้สร้างความเสียหายเหลือคณานับแก่อาคารบ้านเรือน ระบบคมนาคม สาธารณูปโภค และการบาดเจ็บ การสูญหาย ตลอดจนคร่าชีวิตผู้คนกว่า 200,000 คน ขณะที่คนไทยส่วนใหญ่ไม่รู้จักคุ้นเคยกับเฮติ ซึ่งเป็นประเทศเล็กๆอยู่ห่างไกลในอเมริกากลาง แม้สรยุทธเองยังต้องเปิดดูแผนที่ให้แน่ใจว่าประเทศนี้อยู่ที่ไหน
แต่ที่แน่ๆคือสรยุทธและอีกหลายคนคิดเช่นเดียวกันว่าจะแสดงน้ำใจช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ในยามยากเช่นนี้ได้อย่างไร
และแล้วความคิดในการระดมทุนช่วยชาวเฮติอย่างจริงจังก็เริ่มเป็นรูปร่างในคืนวันศุกร์ที่ 15 มกราคม เมื่อสรยุทธได้รับโทรศัพท์จากหม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล ผู้กำกับภาพยนตร์ชั้นนำของไทยที่เขานับถือ แสดงความห่วงใยต่อเหตุการณ์ในเฮติและคิดว่าในฐานะสื่อโทรทัศน์เขาอาจช่วยได้ เช้าวันรุ่งขึ้น สรยุทธจึงปรึกษาประวิทย์ มาลีนนท์ ผู้บริหารของสถานีวิทยุโทรทัศน์ช่อง 3 และได้รับการอนุมัติให้เปิดรับบริจาคผ่านรายการ “เรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์” ในวันนั้น การดำเนินการต้องรวดเร็วแข่งกับเวลาเพื่อให้ทันต่อความเดือดร้อนที่เพิ่มขึ้นทุกนาทีจากผลของแผ่นดินไหวที่เฮติซึ่งเผยแพร่ผ่านสื่อต่างๆ การลงมือทำไม่ง่ายเหมือนการคิด แต่โชคดีที่ทุกฝ่ายซึ่งเข้ามามีส่วนร่วมเข้าใจและร่วมมือกัน
“เราโทรศัพท์ประสานกับผู้บริหารธนา คารไทยพาณิชย์ซึ่งรีบดำเนินการให้สาขาคาร์ฟู พระรามสี่ ซึ่งใกล้กับสถานีโทรทัศน์ฯเปิดบัญชีออมทรัพย์ให้ประชาชนที่สนใจร่วมบริจาค เอกสารต่างๆยังไม่ได้เซ็นด้วยซ้ำ หลังผมประ กาศได้ชั่วโมงเดียว ธนาคารโทรฯมาขอให้เปิดบัญชีกระแสรายวันเพิ่มอีกหนึ่งบัญชีเพราะคนโอนเงินเข้าเกินกว่าที่บัญชีออมทรัพย์จะทำรายการได้ จากปกติทำได้ไม่เกินวันละ 200 รายการ” สรยุทธกล่าว โดยทีมงานของเขามีหน้าที่เพิ่มคือนับเงินสดที่คนนำมาบริจาคที่รายการโดยตรง แล้วหิ้วไปฝากธนาคารวันละห้าถึงหกครั้งทุกวัน
จากยอดเงินบริจาคกว่าสิบล้านบาทในสองวันแรก พอถึงวันจันทร์ ยอดเงินเพิ่มขึ้นอีกกว่า 20 ล้านบาท และทวีขึ้นในแต่ ละวันที่ผ่านไปจนถึงคืนวันสุดท้ายวันที่ 26 มกราคมที่ปิดรับบริจาค “คนจำนวนมากยังต้องการบริจาคผ่านเรา แต่เราต้องนึกถึงคนที่ให้บาทแรกซึ่งต้องการให้ไปถึงผู้เดือดร้อนที่เฮติให้เร็วที่สุด ถ้าเราเปิดรับต่อไป ยอดเงินจะมากกว่า 170 ล้านบาทที่ได้รับบริจาคทั้งหมดแน่นอน” สรยุทธกล่าว
ตลอดสิบวันของการเปิดรับบริจาค ท่าม กลางความสะเทือนใจต่อหายนะที่เกิดกับเพื่อน มนุษย์อีกฟากหนึ่งของโลก เขาและทีมงานสัมผัสถึงจิตใจงดงามของเพื่อนร่วมชาติมาก ขึ้น และเห็นสิ่งที่ไม่คาดคิดจากผู้คนที่เดินทางมาบริจาคที่สถานีโทรทัศน์ฯและธนาคาร สาขาที่เขาเปิดบัญชีโดยตรง ซึ่งเงินบริจาคราว 150 ล้านบาทมาจากคนไทยนับแสนรายที่บริจาคเป็นรายบุคคล ส่วนที่เหลือบริจาคในนามบริษัทและหน่วยงานต่างๆ
“คนไทยที่บริจาคมีทุกเพศทุกวัย ทุกศาสนา หลากหลายสถานะ ทั้งเด็กนักเรียนอนุบาล ครู พระ พัสดีเรือนจำ นักโทษ อาสาสมัคร มีทั้งกลุ่มที่ปกติไม่ถูกกันแทบเดินถนนเดียวกันไม่ได้อย่างเช่นนักศึกษาช่าง กลต่างโรงเรียน หรืออาสาสมัครต่างองค์กรก็มาบริจาคพร้อมกันที่นี่ คนคงนึกภาพว่าต้องยืนคุมเชิงกันคนละฟาก (หัวเราะ) แต่ทุกคนมีจุดหมายเดียวกันคืออยากช่วยเพื่อนมนุษย์” เขาเล่ายิ้มๆ
“มีตายายไทยเชื้อสายจีนคู่หนึ่งอายุราว 80 ปี แต่งตัวธรรมดาง่ายๆ นำซองมาให้เรา โดยบอกว่าขอบริจาค 100,000 บาท เก็บเอาไว้แก่แล้วไม่รู้จะใช้อะไร แล้วก็ให้แค่ชื่อไว้ก่อนเดินจากไป ปรากฏว่าเรานับแล้วมีถึง 300,000 บาท ต้องรีบนำส่วนเกินไปคืน ทราบภายหลังว่าทั้งคู่ตั้งใจจะนำไปบริจาคช่วยคนที่โรงพยาบาลศิริราช” สรยุทธเล่า
“และยังมีผู้คุมสองคนขับรถมาพร้อมหอบเงินสดทั้งเหรียญและธนบัตร บอกว่านักโทษเรี่ยไรกันหลังทราบข่าวจากรายการเราและสงสารคนเฮติ ส่วนนักเรียนอนุบาลและประถมก็หิ้วกระปุกตัวเอียงมาให้ทุบกันที่นี่ทุกวัน ผมเข้าใจแล้วว่าทำไมธนาคารจึงต้องเก็บค่าบริการในการนับเหรียญสำหรับเงินฝาก” เขากล่าวพร้อมรอยยิ้ม
นอกจากนี้ยังมีเรื่องราวน่าประทับใจอื่นๆ รวมทั้งนักเรียนโรงเรียนไตรมิตรที่รวมกลุ่มเล่นดนตรีไทยเพี่อขอรับเงินบริจาค แล้วนำมาให้สรยุทธส่งไปช่วยเฮติ
สรยุทธเชื่อว่าหากย้อนไปสิบถึง 20 ปีก่อน เราอาจไม่เห็นปรากฏการณ์การรวมน้ำใจได้ขนาดนี้ แต่ปัจจุบันโลกแคบลงเนื่องจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยี การสื่อสารและข่าวสาร มีทั้งภาพและรายงานความเสียหาย ความช่วยเหลือและความคืบหน้าในการค้นหาผู้รอดชีวิตจากสำนักข่าวใหญ่ทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้ผู้คนรู้สึกใกล้ชิดกันมากขึ้น
“ประเด็นสำคัญคือจากเหตุการณ์ที่เฮติ บทบาทของเราเพียงช่วยทำให้ผู้ชมรายการรู้สึกเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ครั้งนี้ว่าอาจเกิดขึ้นกับเราก็ได้ และโยงถึงเมื่อครั้งที่เกิดสึนามิ ในไทย คนไทยรู้สึกถึงความสูญเสีย ความ เจ็บปวด เราเคยตกอยู่ในความเดือดร้อน ความเสียหาย เราได้รับความช่วยเหลือน้ำใจจากทั้งในและต่างประเทศที่ก่อนหน้านี้อาจไม่รู้ว่าประเทศไทยอยู่ที่ไหนของโลก ครั้งนี้ประชาชนที่เฮติกำลังเผชิญกับความเดือดร้อน ความสูญเสียคล้ายกัน คนไทยอยู่ห่างไกลแต่ ก็เข้าใจ และสงสารชาวเฮติ” สรยุทธกล่าว
กระบวนการรับบริจาคคงไม่จบอย่างสมบูรณ์หากไม่จัดสรรให้ถึงผู้ประ สบภัยอย่างมีประสิทธิภาพ ทั่วถึง และทันเหตุการณ์ สรยุทธยอมรับว่าก่อนการรับบริจาคไม่ได้วางแผนว่าจะมอบให้องค์กรใดกระทั่งปาริชาต บูรณธนิต ประจำสำนักงานภูมิภาคเอเชียจากโครงการอาหารโลกแห่งสหประชาชาติ ติดต่อขอเป็นองค์กรผู้ประ สานนำความช่วยเหลือไปจัดสรรให้
ปาริชาตโทรศัพท์เข้าไปยังรายการข่าวของพิธีกรคนดังในเช้าวันจันทร์หลังได้ยินว่า สรยุทธเริ่มรับบริจาคในวันเสาร์ เธอตัดสินใจอย่างฉับพลันเช่นกันเมื่อคิดว่า นี่เป็นโอกาสดีที่สุดที่จะช่วยสานน้ำใจคนไทยไปถึงผู้เดือดร้อนที่เฮติได้สมความตั้งใจ
“ตอนนั้น วันที่ 18 ดูรายการคุณสรยุทธ แล้วยังทึ่งว่าสามารถระดมเงินบริจาคได้หลาย ล้านบาทในช่วงเวลาแค่สองวัน แสดงว่าคนไทยอยากช่วยแน่ๆ โครงการอาหารโลกฯ มีปฏิบัติการที่เฮติอยู่ก่อนแล้ว จึงเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่นั่นตั้งแต่วันแรกที่เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว และเราทราบดีว่าปัญหาด้านอาหารเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วนในกระบวนการบรรเทาทุกข์ ดังนั้น ถ้าเราจับคู่ ความต้องการทั้งสองฟากได้จะเป็นเรื่องดีที่สุด” ปาริชาตกล่าว
“โครงการอาหารโลกฯมีหน้าที่บรรเทาทุกข์ในเหตุการณ์ภัยพิบัติทั่วโลกอยู่แล้ว แต่ ที่เฮติเป็นกรณีพิเศษเพราะเกิดที่ศูนย์กลางการบริหารของประเทศและทำลายระบบทุกอย่าง เรารู้ปัญหาและแนวทางการแก้ไขว่าต้องทำอะไรก่อน ที่แน่ๆคือปัญหาระบบคมนาคมขนส่งและการเข้าถึงเป็นจุดแรกที่ต้องจัดการพร้อมๆกับการให้ความช่วยเหลือ ด้านอาหาร” เธอกล่าว
เคนโร โอชิดาริ ผู้อำนวยการสำนักงานภูมิภาคเอเชียของโครงการอาหารฯ กล่าวชื่นชมว่า “จากประสบการณ์การทำงานในประเทศต่างๆกับโครงการอาหารโลกฯ ไม่เคยปรากฏมาก่อนว่ามีประชาชนในประ เทศใดที่จะสามารถรวบรวมน้ำใจและยื่นมือให้ความช่วยเหลือแก่เพื่อนมนุษย์ได้อย่างมากมายและทันท่วงทีได้เท่ากับสิ่งที่ได้เห็นจากน้ำใจของประชาชนคนไทยในวันนี้”
“ประเทศไทยและน้ำใจของคนไทยต่อเฮติได้รับการกล่าวยกย่องจากสำนักงานใหญ่ของโครงการอาหารฯที่กรุงโรม ในฐานะผู้บริจาคอันดับต้นๆถัดจากประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯและบางประเทศ ในยุโรปเท่านั้น เรารู้สึกภูมิใจมากในฐานะคนไทยคนหนึ่ง” ปาริชาตกล่าวด้วยรอยยิ้ม
สรยุทธกล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเกินความคาดหมายของทุกคนแม้กระทั่งตัวเขา “ผมภูมิใจในน้ำใจของคนไทย เราคงเทียบกับประเทศใหญ่ๆไม่ได้ในเรื่องจำนวนเงิน แต่ในฐานะประชาชนด้วยกัน การกระทำนี้แสดงให้เห็นน้ำใจไร้พรมแดนของคนไทย”
ผู้สนใจช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่เฮติ สอบ ถามได้ที่สภากาชาดไทย โทรฯ 1664
|
| |||||
แสดงความคิดเห็น
| ชื่อ* | |
| อีเมล* | |
| ความคิดเห็น* | |

เรื่องราว ที่น่าสนใจ
เรื่องราว ที่น่าสนใจ
|
แรงบันดาลใจ
|
สุขภาพ & การแพทย์
|
อาหาร & สูตรอาหาร
|
บ้าน & สวน
|
เรื่องเล่า & สัมภาษณ์
|
| บทความแรงบันดาลใจทั้งหมด | สุขภาพ & การแพทย์ทั้งหมด | อาหาร & สูตรอาหารทั้งหมด | บ้าน & สวนทั้งหมด | เรื่องเล่า & สัมภาษณ์ทั้งหมด |




