Sorry, the site may not show properly on your browser. Please upgrade your internet browser to a more updated version (minimal IE7) for a better experience.
ลงทะเบียนเพื่อรับโปรโมชั่นพิเศษ   |  ลูกค้าสัมพันธ์
สมัครสมาชิก
หน้าแรก
หน้าแรก » บทความ » ระทึกใจ/ผจญภัย » ท่านลอร์ด จอมลวงโลก

ท่านลอร์ด จอมลวงโลก

เขามียศศักดิ์ มีคฤหาสน์ และรถโรลส์รอยซ์สีขาว แต่ฮิวจ์ ร็อดลีย์ไม่ได้เป็นเหมือนภาพลักษณ์ภายนอก

By ทิม บูเกต์
Share แบ่งปัน
ขนาดตัวอักษร AA AA | พิมพ์ | อีเมล

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

  • คดีเด็ด
  • ง่วงแล้วขับ ชีวิตอาจดับสิ้น
  • แม่ลูกหัวใจแกร่ง

เวลา 1.00 อันเงียบสงัดของคืนวันเสาร์ที่ 2 ตุลาคม 2547 ใจกลางกรุงลอนดอน ชายสองคนมาถึงประตูที่ปิดสนิทของสำนักงานใหญ่ในยุโรปของธนาคารซูมิโตโม คนหนึ่งถือโน้ตบุ๊ก อีกคนรวบผม ยาว แล้วยังมีชายที่อยู่ด้านในซึ่งปล่อยให้ทั้งสองเข้าไปในธนา คารโดยปรับเปลี่ยนสัญญาณบันทึกภาพในกล้องวงจรปิดเพื่อไม่ให้มีภาพปรากฏเป็นหลักฐาน

ช่วงเดือนกันยายน ชายที่อยู่ข้างในคนเดียวกันช่วยเจ้าโน้ตบุ๊กและเจ้าผมยาวติดตั้งโปรแกรมล็อกที่สำคัญในเครื่องคอมพิวเตอร์ของธนาคาร มีทั้งการบันทึกรหัสผ่านและรายละเอียดบัญชีของลูกค้าธนาคารซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญที่พวกเขากลับมาเก็บเกี่ยวครั้งนี้

พวกเขามุ่งไปที่เว็บไซต์ของสมาคมโทร คมนาคมทางการเงินระหว่างธนาคารทั่วโลก หรือสวิฟต์ที่องค์กรกว่า 8,000 แห่งใช้ในการโอนเงินทั่วโลก และด้วยรหัสผ่านที่ขโมยมา พวกเขาสามารถเข้าถึงบัญชีบริษัท โตชิบา อินเตอร์เนชันแนล โนมูระ แอสเซต แมเนจเมนต์ และบริษัทใหญ่ๆอีกหลายแห่ง แล้วยักยอกเงินจากบัญชีเหล่านั้นอย่างเป็นระบบ เงินกองทุนต่างๆถูกจัดสรรไปที่ธนา คารอื่นโดยมีบัญชีเปิดรอในนามบริษัทปลอมที่จดทะเบียนไว้เพื่อการค้าสินค้าทุกประเภท

เงินก้อนแรก 13 ล้านปอนด์ถูกกำหนดให้โอนไปที่บัญชีหนึ่งในลิกเตนสไตน์ ตามด้วยเงิน 19 ล้านปอนด์โอนไปธนาคารหลายแห่งในสเปน อีก 57 ล้านปอนด์โอนเข้าหลายบัญชีในดูไบ รวมถึงอีกสิบล้านปอนด์ให้โอนไปที่บริษัทเสื้อผ้าลักษมีเทวี เทรดดิง การโอนเงินส่วนที่เหลือสั่งให้โอนไปที่ฮ่อง กง ตุรกี อิสราเอล และสิงคโปร์

เมื่อเสร็จสิ้นการตั้งคำสั่งโอนเงินจำนวน 229 ล้านปอนด์ออกจากธนาคารซูมิโตโม ชายเหล่านี้ตรวจสอบแบบฟอร์มการโอนเงินอีกครั้ง พร้อมกดปุ่ม “ส่ง” ทันที จากนั้น พวกเขาออกจากธนาคารและต่างแสดงความยินดีสำหรับความสำเร็จในการปล้นธนา คารครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของอังกฤษ

ท่านลอร์ด

ลอร์ดฮิวจ์ ร็อดลีย์ วัย 57 ก้าวออกจากรถโรลส์ รอยซ์สีขาวซึ่งจอดอยู่ด้านหน้าคฤหาสน์มูลค่าสองล้านปอนด์ในกลอสเตอร์เชียร์ สวมหมวกโบเลอร์และผูกหูกระ ต่ายอันเป็นเอกลักษณ์ เลดีพาเมลา ภรรยามาทักทาย คฤหาสน์แห่งนี้ซึ่งบางครั้งใช้จัดงานเลี้ยงหรูหรามีเนื้อที่กว่าสิบไร่ ประกอบไปด้วยทุ่งหญ้าเขียวขจีและคอกม้าที่เขาเก็บม้าพันธุ์มอร์แกนที่ลูกสาวใช้ขี่แข่งขันซึ่งคว้ารางวัลมามากมายทั่วอังกฤษ

แต่ชายร่างใหญ่ไว้หนวดเฟิ้มผู้มีภาพลักษณ์เลิศหรูกลับมีเบื้องหลัง เมื่อสามีภรร ยาคู่หนึ่งวัย 60 จากไอร์แลนด์เหนือลงทุน 40,000 ปอนด์ในบริษัทแห่งหนึ่งของเขาที่จำหน่ายบัตรโทรศัพท์ระหว่างประเทศในรูปแบบแฟรนไชส์ ทั้งสองจ้างนักสืบเอกชนจนทราบว่า “ท่านลอร์ด” ตั้งบริษัทไม่น้อยกว่า 30 แห่ง ซึ่งทั้งหมดดำเนินธุรกิจแบบเคลือบ แคลง ฝ่ายสามีเขียนจดหมายถึงเขา อ้อน วอนขอเงินออมที่สะสมมาทั้งชีวิตคืน แต่ได้รับคำตอบกลับมาว่า “ผมนี่แหละจะเปิดโปงให้คุณกลายเป็นพวกสิบแปดมงกุฎ”

ความผิดพลาดครั้งแรก

หลังกลับ เข้าทำงานในวันจันทร์ที่ 4 ตุลาคม เพียงไม่ กี่นาที พนักงานของซูมิโตโม พบว่าคอมพิวเตอร์ของพวกเขาจอมืดและสายเคเบิลเชื่อมโยงเครือข่ายถูกตัดหรือไม่ก็ถอดทิ้ง เจ้าโน้ตบุ๊กและเจ้าผมยาววางหมากไว้ว่าต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงกว่าระบบจะกลับมาใช้งานได้ และเงินจำนวน 229 ล้านปอนด์ยังคงปลอดภัยในธนาคารปลายทางก่อนจะถูกแบ่งกระจายไปบัญชีที่สองเพื่อฟอกเงินต่อไป

ช่วงสาย เจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศแก้ไขระบบจนทำงานได้ ข้อความนับร้อยที่อัดอั้นกันอยู่ในช่วงสุดสัปดาห์ไหลพรั่งพรูขึ้นบนหน้าจอ ข้อความหนึ่งที่มาจาก สวิฟต์อ้างถึงเงินจำนวน 229 ล้านปอนด์ “มี การตั้งรหัสผิดพลาด ช่วยยืนยันอนุมัติการโอนเงินด้วย”

ทีมนักปล้นกรอกแบบฟอร์มพลาดไปนิดเดียวทำให้เงินที่จะโอนยังคงปลอดภัยในบัญชีลูกค้าของซูมิโตโม ตอนนี้ธนาคารต้องตัดสินใจครั้งสำคัญว่าจะเก็บเรื่องเงียบไว้เพื่อรักษาชื่อเสียงของธนาคารหรือนำเรื่องนี้ไปสู่การบังคับใช้กฎหมายเพื่อหยุดยั้งทีมโจรกรรมไม่ให้ใช้กลเม็ดอย่างเดียวกันในที่อื่นๆ

ทางธนาคารตัดสินใจแจ้งตำรวจ

การไล่ล่าเริ่มต้น

หน่วยงานอาชญา กรรมองค์กรร้ายแรงของอังกฤษ (โซกา) เป็นหน่วยงานนอกเครื่องแบบทั่วโลกที่ปราบปรามการฉ้อโกงระหว่างประเทศ การค้ายา การค้ามนุษย์และ การกรรโชกทรัพย์ เมื่อโทรศัพท์ดังขึ้นก่อนมื้อเที่ยงของวันที่ 4 ตุลาคม หัวหน้าหน่วยสืบสวนอาชญากรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งตอนนี้ระบุได้เพียงว่าชื่อพอล ได้รับแจ้งข่าวและจัดทีมนักสืบไปที่ซูมิโตโมทันที

กว่า 50 ชั่วโมงในกล้องวงจรปิดช่วงสุดสัปดาห์ หากไม่ว่างเปล่าก็ถูกลบออกไปบางส่วน แต่แล้วทีมสืบสวนก็โชคดี เพราะกล้องวงจรปิดด้านนอกอาคารไม่ได้ถูกปิด ในภาพปรากฏชายสองคน คนหนึ่งมีคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก อีกคนไว้ผมรวบยาว เข้าไปในอาคาร โดยผู้จัดการด้านความปลอดภัยของธนาคารชื่อเควิน โอ’โดโนฮิวอำนวยความสะดวกให้

โอ’โดโนฮิววัย 33 เพิ่งทำงานในธนาคารเมื่อเดือนมีนาคม ตอนแรกที่ถูกสอบสวนในสถานีตำรวจ เขาปฏิเสธว่าไม่ได้อยู่ในธนาคารเวลาที่ขโมยปรากฏตัว แต่เมื่อเผชิญกับหลักฐานทางวิดีโอ เขาก็เปลี่ยนเรื่อง “ผมอยู่ในผับตอนชายคนนี้เข้ามาแล้วให้ดูภาพแม่ น้องชาย และภรรยาผม แล้วพูดว่า ถ้าผมไม่ช่วยพวกเขาปล้นธนา คาร ครอบครัวของผมจะถูกปลิดชีวิตแน่นอน”

แต่ทีมสืบสวนพบกล้องอีกตัวที่โอ’โด โนฮิวไม่ได้ตัดต่อ ภาพฟ้องว่าเขาและทีม โจรหัวเราะด้วยกันขณะเขาป้อนข้อมูล

โอ’โดโนฮิวปฏิเสธที่จะระบุว่าทีมโจรเป็นใคร เมื่อถูกเค้นหนักเข้า เขาเผลอหลุดคำพูดออกมา “ผมว่าพวกเขาเป็นชาวเบลเยียม” และแค่นั้นเขาก็ปิดปากสนิท

บันทึกโทรศัพท์ของโอ’โดโนฮิวเผยว่าเขาโทรฯไปที่เบลเยียมหลายเลขหมาย กว่าจะตรวจสอบเบอร์ได้ต้องใช้เวลา 18 เดือน พอลกังวลว่าทีมโจรจะพยายามปล้นธนาคารอื่นอีก แต่ขณะเดียวกัน หน่วยปราบอาชญากรรมไฮเทคเตือนตำรวจและธนาคารทั่วโลกให้รับรู้เรื่องที่เกิดกับธนาคารซูมิโตโมแล้วเฝ้ารอด้วยความหวัง

ความผิดพลาดครั้งที่สอง

ในวันที่ 12 ตุลาคม 2547 ทีมสืบสวนได้รับโทรศัพท์จากธนาคารเอมิเรตส์ อินเตอร์เนชันแนล พีเจเอสซีในดูไบ ชายสองคนพยายามโอนเงินเกือบ 11 ล้านปอนด์จาก บัญชีบริษัทค้าเสื้อผ้าแห่งหนึ่งไปอีกบัญชี พวกเขายื่นจดหมายทางโทรสารของเจ้าหน้าที่ ธนาคารซูมิโตโม แต่ธนาคารเอมิเรตส์เกิดความสงสัยเพราะไม่ใช่วิธีปกติสำหรับการโอนเงินจำนวนมากขนาดนี้ บริษัทลักษมีเทวี เทรดดิงและบัญชีเงิน 11 ล้านปอนด์ไม่ได้อยู่ในรายการของธนาคาร

พอลร้องขอสำเนาเอกสารโทรสารชุดนั้นและตรวจสอบทันที หมายเลขเดิมที่ปรากฏด้านบนระบุว่าส่งไปดูไบวันเสาร์ที่ 3 ตุลาคม หนึ่งวันหลังการโจรกรรมและส่งจากร้านถ่ายรูปย่านการค้าในกลอสเตอร์เชียร์

หญิงสาวที่ทำงานในร้านช่วยตำรวจสร้างภาพเหมือนจริงของชายทั้งสอง คนหนึ่งเป็นชายตัวใหญ่วัยกลางคน ไว้หนวด และสวมหมวกโบเลอร์ ส่วนอีกคนตัวเตี้ยร่างกำยำ ผมเกรียน และไว้เคราแพะ

ธนาคารหลายแห่งเปิดประตูต้อนรับหน่วยโซกา มีอีกบัญชีที่มุ่งรับประโยชน์จากธนาคารซูมิโตโมคือบังโก ซันทันเดอร์ในกราน คานาเรีย ซึ่งเปิดไว้ในชื่อบริษัทเฟอร์เซฟีลด์ และจะต้องได้รับเงินกว่า 26 ล้านปอนด์ แต่ปรากฏว่าบริษัทไม่ได้ทำธุรกิจใดๆนอกจากรับและกระจายเม็ดเงิน หนึ่งในผู้อำนวยการของบริษัทคือเดวิด แนช ชื่อนี้ปรากฏในบัญชีธนาคารหลายแห่ง

หน่วยโซกาเริ่มดำเนินการสืบสวนทางลับกับทุกคนที่มีชื่อนี้ในอังกฤษ กระทั่งพบชายคนหนึ่งวัย 42 ซึ่งเปิดร้านขายอุปกรณ์เซ็กซ์ย่านโซโห เขายังใช้อีกชื่อคือเดวิด คอยน์ ซึ่งเป็นชื่อในบัญชีผู้รับผลประโยชน์จากความพยายามปล้นธนาคารซูมิโตโม เขาเคยได้รับโทษก่อนหน้านี้มาแล้วในคดีปล้น ขโมย ค้าประเวณี ค้ายาเสพติด และฉ้อโกง หลักฐานแสดงให้เห็นว่าเขาไปกรานคานาเรียกลางปี 2547 ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่มีการเปิดบัญชีเฟอร์เซฟีลด์ และวันที่ 4 ตุลาคม เขาไป ที่ธนาคารในสเปนพร้อมชายสองคน และ พยายามจะเข้าถึงบัญชีผู้รับประโยชน์ของธนาคารซูมิโตโม

ท้ายที่สุด ในเดือนมีนาคม 2549 เจ้าหน้าที่ของโซกาสามารถจับกุมตัวแนชได้ที่ไมอามี เขาเป็นชายเตี้ยล่ำ ผมเกรียน และไว้เคราแพะ และดูถอดใจเมื่อถูกจับกุม เมื่อถามแนชเกี่ยวกับเฟอร์เซฟีลด์ เขาตอบว่าถูกหลอกมาให้ออกหน้า “พวกเขาสัญญาจะให้เงินถ้าผมปลอมเป็นผู้อำนวยการของบริ ษัทแห่งนี้และอีกหลายๆบริษัท แต่ผมไม่เคยได้เงินสักแดง” แนชยอมรับว่ารู้ว่าการรับสม อ้างนี้เป็นหนึ่งในการวางแผนครั้งใหญ่ แต่ยังยืนยันว่า “ผมไม่ใช่คนบริสุทธิ์ผุดผ่อง แต่ที่นี่ถือเป็นแดนสวรรค์ ลองคิดดู แค่เดินเข้า ไปในสถาบันการเงินก็คว้าเงินออกมาได้แล้ว”

“มีอะไรจะบอกเราอีกไหม” ทีมสืบสวนคนหนึ่งถาม แต่แนชยักไหล่

“ในวันที่ 4 ตุลาคม 2547” นักสืบรีบรุกต่อ “คุณไปที่ธนาคารในสเปนกับชายสองคน คุณจะไปถอนเงินหลายล้านปอนด์แต่คว้าน้ำ เหลว เงินจากธนาคารซูมิโตโม สุดท้ายก็มาไม่ถึงใช่ไหม”

“ผมเป็นแค่คนขับรถ” แนชพูดขึ้น “ทำ งานเท่าที่จำเป็นต้องรู้เท่านั้น”

“ผู้ชายอีกสองคนเป็นใคร”

“ฮิวจ์ ร็อดลีย์กับหุ้นส่วนชื่อเบอร์นาร์ด เดวีส์ ร็อดลีย์เป็นคนวางแผนทั้งหมด”

คำซัดทอดของแนชยังไม่เพียงพอจะเอา ผิดกับร็อดลีย์ ดังนั้น หน่วยโซกาจึงเก็บเรื่อง นี้เงียบไว้ก่อน แล้วค่อยๆแกะรอยร็อดลีย์กับคนชื่อเดวีส์

ลอร์ดร็อดลีย์ตัดสินใจว่าลูกสาวทั้งสองต้องมีชุดใหม่ใส่ถ้าอยากจะดูดีที่สุดในการแข่งม้าที่จะมาถึง ในแผนกเครื่องกีฬา เขาเดินมุ่งหน้าไปหมวดสินค้าพวกอานม้า หมวก กางเกงขี่ม้า และรองเท้าบูต

“คุณจะจ่ายด้วยอะไรคะ” พนักงานขายถาม

“บัตร” ร็อดลีย์ตอบ แล้วเปิดกระเป๋าสตางค์ดึงบัตรที่ใช้เป็นประจำออกมาใบหนึ่ง

“ขอบคุณคะ คุณแนช” พนักงานขายเอ่ยขอบคุณ

ร็อดลีย์ใช้บัตรเครดิตและเก็บใบเสร็จมูลค่า 27,000 ปอนด์โดยใช้บัตรในชื่อแนช

จบเกม

เดือนกรกฎาคม 2549 พอลได้รับโทรศัพท์จากนักสืบในสำนักงานตำรวจส่วนกลางของเบลเยียมในกรุงบรัสเซลส์ เขาพิจารณาภาพนิ่งของกล้องวงจรปิดจากธนาคารซูมิโตโม

“ผู้ชายผมยาวคือจิลเลส โพลวูร์เด อายุ 29 ปี อาศัยอยู่ระหว่างเมืองลิลล์และอันท์เวิร์บ เขาอ้างตัวเป็นนักธุรกิจ แต่อยู่ในฐานข้อมูลของเราเกี่ยวกับการฉ้อโกงปลอมแปลงบัตรประชาชน”

บันทึกการใช้โทรศัพท์ของโอ’โดโนฮิวชี้ให้เห็นว่ามีหลายครั้งที่เขาโทรฯหาโพลวูร์เดซึ่งเดินทางไปมาอังกฤษและเกี่ยวข้องกับการไปปรากฏตัวที่ธนาคารซูมิโตโม ภาพนี้มาจากกล้องวงจรปิดย้อนไปวันที่ 16 กันยายน 2547 เพื่อนอีกคนที่เดินทางไปด้วยกันซึ่งเบอร์โทรศัพท์ปรากฏบนมือถือของโอ’โดโนฮิว บ่อยครั้งคือยาน ฟาน ออสเซเลียร์ อายุ 27 ปี เป็นช่างเทคนิคคอมพิวเตอร์ เขาคือผู้ชายที่ถือโน้ตบุ๊ก

นักสืบขุดคุ้ยประวัติและกิจกรรมของ ร็อดลีย์ให้ลึกขึ้น แม้ชื่อเขาจะไม่ปรากฏในรายชื่อของบริษัทปลอม ร็อดลีย์เป็นนักเดินทางที่ไปทุกเมืองที่มีการเปิดบัญชีธนาคารบ่อยครั้ง การเคลื่อนไหวของเขาทุกครั้งถูกจับตา มีผู้เห็นว่าร็อดลีย์พบชายชื่อทอมมี อดัมส์ สมาชิกมาเฟียที่มีชื่อเสียงและร่ำรวยจากการค้ายาเสพติดและการฉ้อโกง

วันที่ 14 พฤศจิกายน 2549 เจ้าหน้าที่โซกาไปที่คฤหาสน์และเข้าจับกุมลอร์ดร็อดลีย์ หลายชั่วโมงที่ซักไซ้ไล่เรียง เขายังคงนิ่งเงียบ ยืนกรานว่าธุรกิจของตนถูกต้องตามกฎหมายและปฏิเสธไม่รู้เรื่องบัญชีผู้รับประโยชน์ที่เจ้าหน้าที่กำลังสอบสวน

“บอกพวกเรามาดีๆเกี่ยวกับการพบปะกับทอมมี อดัมส์ที่โรงแรมฮอลิเดย์อินน์ ฟินช์ลีย์ เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2547”

“เป็นเรื่องธุรกิจการค้าเพชรที่ถูกกฎหมาย” ท่านลอร์ดตอบ

แต่พอลรู้มาว่าโพลวูร์เดพบปะกับทอมมี อดัมส์ แม้ทอมมีจะไม่ได้พัวพันในคดีธนา คารซูมิโตโม แต่หน่วยโซกาพบความเชื่อมโยงระหว่างร็อดลีย์กับโพลวูร์เด

การเข้าค้นคฤหาสน์ตลอดสามวันพบหลักฐานที่เผยความจริงมากขึ้น รวมถึงจด หมายโต้ตอบของบริษัทภายใต้หัวจดหมายบริษัทเฟอร์เซฟีลด์ “ผมแค่พิมพ์เอกสารบางอย่างให้แนช” ร็อดลีย์อ้าง แต่ไม่สามารถอธิ บายได้ว่าทำไมเขาจึงเข้าไปเกี่ยวข้องกับจด หมายลับต่างๆของบริษัท เอกสารอื่นๆยิ่งผูก มัดเขาแน่นขึ้นโดยมีข้อสงสัยการดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับทรัพย์สินและรถยนต์ที่ตั้งขึ้นเพื่อรับเงินสดจากธนาคารซูมิโตโมผ่านบัญชีผู้รับประโยชน์

ที่น่าประหลาดใจที่สุดคือการวิเคราะห์ลายนิ้วมือของท่านลอร์ด ซึ่งที่จริงแล้ว เขาไม่ได้มีเชื้อสายขุนนาง ร็อดลีย์ถือกำเนิดมาด้วยชื่อฮิวจ์ เจมส์ แม็กกอจในไอร์แลนด์ เมื่อปี 2490 และภายใต้ชื่อนั้น เขาติดคุก 15 เดือนในปี 2523 ด้วยข้อหาปลอมแปลงเอกสารและจงใจแอบอ้างเป็นตัวแทนรับสินค้า ในปี 2530 เขาถูกตัดสินลงโทษด้วยสามข้อ หาเกี่ยวกับการหลอกลวงผู้อื่นให้ได้มาซึ่งสินทรัพย์ เขาซื้อคฤหาสน์และตำแหน่งท่านลอร์ด (อย่างถูกกฎหมาย) ด้วยเงินก้อนที่สะสมมาทั้งชีวิตจากการเป็นจอมลวงโลกและผู้เชี่ยวชาญการฟอกเงิน

และแล้วก็มาถึงตอนขมวดปมครั้งสุดท้าย วันที่ 16 มกราคม 2552 เบอร์นาร์ด เดวีส์ วัย 74 ตัดสินใจฆ่าตัวตาย สองวันก่อนเขาจะถูกตัดสินชั้นศาลร่วมกับร็อดลีย์และแนช จดหมายที่เขาเขียนก่อนตายระบุว่า “เมื่อเพื่อนคนหนึ่งทำให้คุณแปดเปื้อนเรื่องสกปรก คุณก็จับเขาโยนลงไปในกองเพลิง” เขาไม่ได้ลงลึกในรายละเอียด แต่เปิดเผยถึงวันที่เอาชีวิตเข้าไปพัวพันกับร็อดลีย์ซึ่งพบพร้อมกับแนชในผับแห่งหนึ่ง และขอให้พวกเขาเป็นพยานเท็จ “ถ้าคุณให้ผมเข้าไปในร้านส่งโทรสารไปดูไบ ถ้าเป็นอย่างนั้น ผมก็ผิด”

ในศาล แนชยืนยันว่าเขาและร็อดลีย์ส่งโทรสารไปดูไบจริง ขณะนี้ ร็อดลีย์ วัย 61 ปฏิเสธจะให้หลักฐานต่อสู้เพิ่มเติมซึ่งทำให้เกมของเขาจบลง

ฟาน ออสเซเลียร์ กับโพลวูร์เด (ขณะนี้ติดคุกในเบลเยียมด้วยข้อหาฉ้อโกงอีกคดี) และโอ’โดโนฮิวสารภาพผิด พวกเขาถูกตัดสินลงโทษจำคุกคนละระหว่างสามปีครึ่งและสี่ปีครึ่ง แนชถูกตัดสินจำคุกสามปีในข้อหาสมรู้ร่วมคิดในการถ่ายโอนทรัพย์สินอาชญากรรม ร็อดลีย์ได้รับโทษจำคุกแปดปีสำหรับการสม รู้ร่วมคิดฉ้อโกง จอมลวงโลกรายนี้ยักยอกนำคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กและเจ้าผมยาวเข้าไปในธนาคารญี่ปุ่น เป็นผู้บงการสร้างเว็บลวงระดับ โลกในชื่อบริษัทปลอม และเปิดบัญชีธนาคารเพื่อรับเงินล้านจากธนาคารซูมิโตโม ผู้พิพาก ษาตั้งฉายาให้เขาว่า “หัวหน้าทีมผู้บริหาร” ของกลโกง “ซึ่งขาดความซื่อสัตย์ในขอบเขตมหาศาล”

หน่วยโซกาใช้คำสั่งระงับสินทรัพย์มูลค่า 1,700 ล้านปอนด์และรอการยึดทรัพย์ในขั้นต่อไป เมื่อพ้น 15 ปีหลังออกจากคุก ร็อดลีย์ สามารถยื่นขอแบ่งส่วนทรัพย์สินออกมาเป็นส่วนย่อยๆและรายได้ทุกหกเดือน หากเงินก้อนใดไม่สามารถชี้แจงที่มาที่ถูกกฎหมายได้จะถูกยึด

4
คุณชอบบทความนี้ไหม?เชิญให้คะแนน

Q&A Interview:Getting Ahead with James Dyson

Share แบ่งปัน
พิมพ์ | อีเมล

เรื่องยอดนิยม ...

  1. มหันตภัยดินโคลนถล่ม
  2. “อย่าปล่อยให้ผมตาย!”
  3. เงาสะท้อนของชีวิตที่อยู่อย่างสมศักดิ์ศรี

ประเภทของ บทความ

  • แรงบันดาลใจ
  • ผู้มีชื่อเสียง
  • ท่องเที่ยว
  • ระทึกใจ/ผจญภัย
  • สิ่งประดิษฐ์ & เทคโนโลยี
  • รุปแบบการใช้ชีวิต
  • เหตุการณ์ปัจจุบัน & ประวัติศาสตร์
  • สุขภาพ-การแพทย์

แสดงความคิดเห็น

ชื่อ*
อีเมล*
ความคิดเห็น*
Disclaimer : Reader's Digest reserves the right and authority to display your postings or not, and modify your posts to remove offensive material, remove vulgar comments, remove insults or delete any other content deemed inappropriate, at our discretion.
ท่านต้องการอ่านทุกเดือนไหม
สมัครสมาชิกนิตยสาร รีดเดอร์ส ไดเจสท์ สรรสาระ เพียง 996 บาทต่อปี
Shop Online
1 | 2 | 3 | 4 | 5
  • E20i
    English in 20 Minutes Interactive

    THB4,888.00
    buy
  • Mood Music
    Mood Music for Listening and Relaxation

    THB1,990.00
    buy
  • Salute to the King Set
    Salute to the King Set

    THB1,590.00
    buy
  • Manage Your Boss
    Managing Your Manager

    THB32.00
    buy
  • เมื่อธรรมชาติแผลงฤทธิ์
    เมื่อธรรมชาติแผลงฤทธิ์

    THB1,690.00
    buy
ดูผลิตภัณฑ์อื่นๆ

เรื่องยอดนิยม

  • ตลอดกาล
  • สัปดาห์นี้
  • This month
1โตโน่ จาก Reality สู่ชีวิตจริงของดาวรุ่ง
25 วิธีจับโกหก
3ติ๊ก เจษฎาภรณ์ สุภาพบุรุษโลกสีเขียว
4วาทศิลป์แห่งปัญญาของในหลวง
541 ความในใจที่หมอขอบอก
629 เคล็ดลับทางการเงิน
7“ผมภูมิใจในตัวพ่อ นักสู้แห่งเทือกเขาบูโด”
8โพแทสเซียม
9ชีวิตที่นับหนึ่งใหม่
10พลิกความเครียดให้เป็นประโยชน์

เรื่องขำขันทั้งหมด

หัวเราะคือยาวิเศษ

ช่วงวันหยุด แม่เลี้ยงขอฉันโทรศัพท์ไปที่ร้านคาเฟ่เพื่อจองที่นั่งเวลา 19.00 น... 100% ร่วมลงคะแนน

หัวเราะคือยาวิเศษ

ชายคนหนึ่งบอกหมอว่า "หมอครับ ช่วยผมด้วย ผมติดทวิตเตอร์อย่างหนัก" หมอตอบว่า ... 100% ร่วมลงคะแนน

หัวเราะคือยาวิเศษ

ตอนเด็กๆ ครอบครัวผมจนมากไม่มีปัญญาซื้อรองเท้าผ้าใบสวยๆ ให้ผม ตอนที่ผมบอกให้... 100% ร่วมลงคะแนน
See All Jokes

ขอตอบด้วยคน

วิธีทำโทษเด็กแบบไหนดีที่สุด
142 Votes

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์

อาหาร

เต้าหู้ผัดเต้าซี่

ผู้มีชื่อเสียง

วาทศิลป์แห่งปัญญาของในหลวง

แรงบันดาลใจ

บุคคลแห่งปีของเอเชีย

อาหาร

สลัดผักร็อกเก็ตและชีส

เทคโนโลยี

พญาอินทรีแห่งฝูงปักษา

ท่องเที่ยว

อิสตันบูล

ธันวาคม 2554

วาทศิลป์แห่งปัญญาของในหลวง
  • ฉบับนี้
  • สมัครสมาชิก
  • รับฟรี E-Newsletter
ติดต่อเรา
  • ส่งเรื่องขำขัน
  • ส่งบทความ
  • ส่งภาพ
  • แสดงความคิดเห็น
  • ติดต่อเรา
  • คำแนะนำ
  • อีเมลถึงบรรณาธิการ
  • ลูกค้าสัมพันธ์

เรื่องขำขันของคุณมีค่า 1,000 บาท

หากมีเรื่องตลกเฮฮาที่เกิดขึ้นจริง เรามีรางวัล 1,000 บาท สำหรับเรื่องที่ผ่านการคัดเลือกและได้รับการตีพิมพ์ ส่งหาเรา!

ผู้โชคดีได้รับรางวัลประจำปี 2555

รายการ “ลุ้นรวยรับรางวัลรวม 7 ล้าน”

ติดตามผลรายชื่อผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลจากเราได้ที่นี่

 

ติดต่อเรา | เว็บไซต์รีดเดอร์ส ไดเจสท์ เอเชีย | แบรนด์ที่คุณเชื่อมั่นที่สุด | ติดต่อโฆษณา | นโยบายบริษัท | ข้อกำหนดในการใช้งาน | แผนผังเว็บ © 2012 The Reader's Digest Association, Inc