Sorry, the site may not show properly on your browser. Please upgrade your internet browser to a more updated version (minimal IE7) for a better experience.
ลงทะเบียนเพื่อรับโปรโมชั่นพิเศษ   |  ลูกค้าสัมพันธ์
สมัครสมาชิก
หน้าแรก
หน้าแรก » บทความ » แรงบันดาลใจ » ความหวังคือพลังใจ

ความหวังคือพลังใจ

หลังสูญเสียสามีกับลูกสาวและตัวเธอเป็นโรคมะเร็ง ลินด์เซย์ นิโคลสัน มีคำแนะนำในการรับมือกับเรื่องร้ายในชีวิต

Share แบ่งปัน
ขนาดตัวอักษร AA AA | พิมพ์ | อีเมล

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

  • สู้ไม่ถอย
  • อาชาบำบัด
  • พลังแห่งแรงบันดาลใจ

คืนก่อนขณะเดินทางกลับบ้านจากที่ทำงาน จู่ๆฉันเกิดกลัวขึ้นมาจับใจว่าต้องมีเรื่องบางอย่างเกิดกับลูก สาววัยรุ่นของฉัน ตอนเช้า ลูกบ่นว่าเป็นหวัดนิดหน่อย หลังจากนั้นอีกหลายชั่วโมงขณะนั่งอยู่ในรถไฟใต้ดิน ทันใดนั้น ความคิดอย่างหนึ่งก็ผุดขึ้นในหัวฉัน ไม่ใช่หวัดหรอก แต่เป็นโรคที่ร้ายกาจกว่าและอาจถึงชีวิต

เหงื่อเย็นเฉียบพรั่งพรูออกมา ฉันเริ่มตัวสั่น อยากออกจากรถแล้ววิ่งกลับบ้านใจแทบขาด แต่สามัญสำ นึกบอกว่าอยู่บนรถจะเร็วกว่า ในที่สุด พอถึงสถานีที่ฉันลง ฉันก็ขึ้นบันไดเลื่อนด้วยอาการวิ่ง แล้วจ้ำพรวดต่ออีกไม่กี่เมตร ถึงบ้านภายในเวลาที่เร็วกว่าเดิมสองเท่า

ขณะเสียบกุญแจไขประตู ใจฉันเต้นรัว แต่ภาพที่ทักทายฉันกลับสงบเงียบและเป็นปกติอย่างน่าโล่งอก โทรทัศน์เปิดอยู่ ลูกสาวเงยหน้าขึ้นจากการบ้านตอนฉันเดินเข้าไป “แม่เป็นอะไรหรือเปล่า ท่าทางเหมือนเจอผี” ลูกดูปกติดีทุกอย่าง อาการเจ็บคอและปวดหัวเมื่อเช้าไม่มีให้เห็นแม้แต่น้อย

ลูกพูดถูก ฉันเจอผี ผีที่แอบสะกดรอยตามฉันตอนช่วงเวลาปกติธรรมดาที่สุดและหลอกหลอนฉันในยามหลับ ทำให้ฉันนอนพลิกไปมาและฝันร้าย หลายครั้งในชีวิตฉัน ความกลัวแบบจับจิตว่าจะเกิดเรื่องเลวร้ายอย่างนี้ปรากฏเป็นจริงขึ้น ฉันต้องเผชิญกับสิ่งที่ไม่คาดคิดและต้องเตือนตัวเองไว้เสมอว่าอย่าคิดว่าทุกอย่างจะออกมาดีที่สุด

ลูกสาวฉันชื่อโฮปที่แปลว่าความหวัง ฉันตั้งชื่อลูกอย่างนั้นด้วยเหตุผลที่ว่า ทุกวันก่อนที่ลูกจะเกิด ฉันต้องสู้รบเพื่อตั้งตารอความหวังโดยไม่ยอมพ่ายแพ้แก่ความกลัว

ย้อนกลับ ไปตอนช่วงทศวรรษ 1990 ฉันมีทุกอย่างหรือไม่ก็เกือบทุกอย่าง ฉันเป็นคุณ แม่ผู้โชคดี แต่งงานกับหนุ่มหล่อซึ่งนอก จากจะมีเสน่ห์แล้วยังเป็นผู้สื่อข่าวแนวสืบสวนคนเก่งของหนังสือพิมพ์ ดิ ออบเซิฟเวอร์ เรามีลูกสาวน่ารักหนึ่งคนและอยากมีลูกอีก แต่แล้วจอห์น สามีฉันเริ่มบ่นว่าเหนื่อยและหายใจไม่ออก ผลตรวจพบว่าเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว แล้วเขาก็เริ่มเข้ารับการรักษาด้วยวิธีเคมีบำบัดอันสุดทรมาน

สารภาพตามตรงว่าตอนนั้นเราไม่นึกกลัว การรักษาเป็นเรื่องทารุณสำหรับจอห์น อย่างเห็นได้ชัด ศีรษะเขาล้านเกือบจะทันที และผลข้างเคียงรุนแรงมาก เราอดทนเพราะคิดว่าเดี๋ยวก็หาย แต่กลับไม่เป็นเช่นนั้น จอห์นเสียชีวิตด้วยวัย 35 เพียงไม่กี่สัปดาห์หลังเราเพิ่งรู้ว่าฉันตั้งครรภ์ลูกอีกคน

ฉันจึงกลายเป็นม่ายลูกติด อายุสามขวบ และกำลังตั้งท้องไปด้วยประการฉะนี้ เป็นคุณจะทำอย่างไรในเมื่อมีลูกหนึ่งคนที่ต้องเลี้ยงและอีกหนึ่งอยู่ในท้อง อย่างเดียวที่ต้องทำคืองาน ฉันมีงานทำในตำแหน่งค่อนข้างเล็กอยู่ที่นิตยสารแห่งหนึ่งในตอนนั้นซึ่งค่าจ้างน้อยจนน่าตกใจ แต่เมื่อบวกกับเงินสวัสดิ การเลี้ยงชีพ ฉันก็พอจะเลี้ยงดูลูกไปได้ เราต้องกระเหม็ดกระแหม่ แต่โชคดีได้พี่เลี้ยงเด็กที่ยอดเยี่ยมและยังมีบ้านคุ้มศีรษะ จึงผ่านช่วงนั้นมาได้

เดือนมกราคม 2536 ลูกที่ไม่มีโอกาสเห็นหน้าพ่อรีบร้อนออกมาดูโลกจนฉันแทบไปโรงพยาบาลไม่ทัน ลูกผมสีทองเหมือนพ่อกับพี่สาวไม่ร้องไห้ แต่จ้องเป๋งไปรอบๆอย่างอยากรู้ ฉันตั้งชื่อลูกว่าโฮป เป็นชื่อที่ฉันกับจอห์นตกลงกันไว้ก่อนเขาจากไป

การเป็นแม่ซึ่งเลี้ยงลูกตามลำพังไม่มีวันเป็นเรื่องง่าย แต่ได้ความช่วยเหลือจากเพื่อนๆและครอบครัว ฉันได้เลื่อนตำแหน่งและปัญหาเรื่องเงินค่อยผ่อนคลายลง ขณะคร่ำครวญถึงจอห์นและแค้นเคืองที่เขาอายุสั้น ฉันไม่กังวลถึงเคราะห์กรรมที่มากกว่านั้น การเป็นม่ายทั้งที่ตั้งครรภ์ย่อมโชคร้ายมากพอแล้วสำหรับชีวิตผู้หญิงคนหนึ่ง

แต่โชคชะตากลับเล่นตลก ไม่นานก่อนเอลลี ลูกสาวคนโตของฉันจะอายุครบเก้าขวบ ลูกป่วยเป็นหวัดไม่เลิกและฉันแทบจะทำใจไม่ได้กับผลการตรวจของโรงพยาบาล เอลลีเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวด้วยเหมือนกัน แม้ความเป็นไปได้ที่ทั้งพ่อและลูกจะเป็นโรคนี้เท่ากับล้านต่อหนึ่ง แต่จะต่างอะไรเล่าในเมื่อครอบครัวคุณคือหนึ่งคนนั้น การต่อสู้เพื่อชีวิตของเอลลีเป็นเรื่องชวนให้ใจสลาย และเอลลีพ่ายแพ้การต่อสู้ในเดือนมิถุนายน 2541

ว่ากันว่าเราไม่มีวันทำใจลืมความตายของลูกได้ เรื่องนี้ฉันรู้ว่าจริง วันเวลาอันมืดหม่นครอบคลุมฉันกับโฮปมาอีกหลายปี จวบจนวันหนึ่ง ฉันตัดสินใจย้ายบ้านไปอยู่ในถิ่นที่มีโรงเรียนดีกว่า แล้วนายหน้าขายบ้านคนหนึ่งก็ผ่านเข้ามา ฉันเปิดประตูรับเขา ก็เท่านั้นเอง ฉันตกหลุมรักเขาหมดใจ โฮปเองก็ยอมรับเขาในทันที ฉันกับมาร์กแต่งงานกันในอีก 18 เดือนต่อมา

งานแต่งงานของเรา เมื่อปี 2547 เราเดินเข้าพิธีโดยมีเพลง เฮียร์ คัมส์ เดอะ ซัน ของเดอะบีตเทิลส์เปิดคลอ และให้ความรู้สึก ราวกับดวงอาทิตย์ฉายแสงหลังคืนวันอันมืดมิด คงไม่มีโชคร้ายอีกเป็นแน่ แต่แน่หรือ

เราผ่านชีวิตสมรสที่เป็นสุขมาได้สองปีครึ่งก่อนฉันจะพบก้อนเนื้อที่หน้าอกข้างขวาซึ่งปรากฏว่าคือมะเร็ง

แต่ไหนแต่ไรมา ฉันไม่ใช่คนจำพวกที่พูดว่า “ทำไมต้องเป็นฉัน” ทั้งที่เจอเรื่องร้ายๆ ฉันมักจะคิดว่า “ทำไมจะไม่เป็นฉันล่ะ”

แต่มะเร็งเล่นงานฉันหนัก ไม่ใช่แค่เพราะฉันเองก็ต้องรักษาด้วยเคมีบำบัด แต่นี่คือการย้ำเตือนอันปวดร้าวถึงความทรมานที่จอห์นและเอลลีเคยประสบ ช่วงต้นปีถึงกลางปี 2550 ฉันไปเยี่ยมหลุมฝังศพของพวกเขาทั้งที่ผมร่วงหมดศีรษะและคลื่นไส้ แทบรับไม่ได้กับการนึกว่าทั้งสองคนผ่านอะไรมาบ้าง และจะว่าไป ฉันกลัวตายด้วยเหมือนกัน ฉันรู้สึกละอายที่ตัวเองอยากใช้ชีวิตอยู่กับสามีและลูกที่ยังมีชีวิตอยู่ มากกว่าจะไปอยู่กับสามีและลูกที่ฉันสูญเสียไป

แล้วฉันก็หายป่วย เหตุการณ์กลับคืนเป็นปกติ ถ้าคุณเจอฉันเป็นครั้งแรกในตอนนี้และไม่รู้เรื่องของฉัน คุณอาจเรียกฉันว่าเป็นคนโชคดีด้วยซ้ำ โฮปโตขึ้นเป็นวัยรุ่นที่น่ารักและขยันเรียน ฉันกับมาร์กร่วมกันรับมือผลกระทบอันรุนแรงของโรคมะเร็งที่เกิดขึ้นในระยะแรกที่เราอยู่ด้วยกัน ชีวิตคู่ของเราจึงแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และเป็นเพราะฉันไม่หยุดทำงานตลอดช่วงเวลาที่ป่วยและสร้างอาชีพให้มั่นคง ตอนนี้ ฉันจึงมีงานที่รักให้ทำโดยเป็นบรรณาธิการให้นิตยสารกูดเฮาส์ คีปปิง ฉันตระหนักเป็นอย่างดีว่า ในช่วงเวลาอย่างนี้และวัยขนาดนี้ คุณไม่อาจมองข้ามความสำคัญไปได้สักสิ่ง

บางคนที่พยายามปลอบใจฉันบอกว่าเรื่องร้ายจะมาสามหน และตอนนี้ โชคร้ายของฉันผ่านไปหมดแล้ว แต่น่าเสียดายที่ฉัน ไม่คิดว่าธรรมชาติจะเป็นแบบนั้น ดูเหมือนสวรรค์ไม่มีคนจดบัญชีที่คอยรวมด้านบวกและลบของชีวิตฉันและคิดว่า “ลินด์เซย์เจอโชคร้ายหนักๆมาพอแล้ว เรามาชดเชยด้วยการให้เธอถูกลอตเตอรีเถอะ”

แต่ความจริงคือ ฉันยังคงกลัวเหลือเกินว่าชีวิตจะโยนอะไรใส่ฉันอีก และยังเห็นอัน ตรายอยู่ทุกทางโค้ง เหมือนอย่างที่อาการประสาทเสียโจมตีฉันตอนอยู่ในรถใต้ดิน

ฉันจะใช้ชีวิตอย่างปกติสุขต่อไปได้อย่างไร ฉันถูกบีบให้ต้องคิดหาปรัชญาชีวิตที่จะช่วยให้รับมือกับเรื่องเลวร้ายและความทรงจำอันเจ็บปวด ซึ่งอาจไม่สมบูรณ์แบบ และฉันก็ไม่เสแสร้งว่ามีคำตอบให้ทุกอย่าง แต่ถึงจะน้อยค่า ฉันขอฝากไว้ เผื่อจะช่วยคนที่กำลังสู้กับวิกฤตของชีวิต

  1. อย่ากลัวการไม่ทำอะไรเลย เมื่อข่าวร้ายเข้ามา ปฏิกิริยาแรกๆของคุณจะถูกบดบังด้วยความตกใจสุดขีดและการไม่ยอมรับ นี่ไม่ ใช่พื้นฐานที่ดีสำหรับการตัดสินใจเรื่องสำคัญ เช่น การย้ายบ้าน หรือลาออกจากงาน ถ้าเป็นไปได้ พยายามผ่านปีแรกไปให้ได้โดยไม่ตัดสินใจเรื่องใหญ่ๆ
  2. ทำความเข้าใจขั้นตอนของความเศร้า เมื่อความตกใจและการไม่ยอมรับผ่านไป ความโกรธและการต่อรองจะตามมา แล้วจึงเป็นความหดหู่ เหล่านี้เป็นปฏิกิริยาปกติและไม่ได้เกิดกับการสูญเสียผู้เป็นที่รักอย่างเดียว การสูญเสียทุกรูปแบบ เช่น การ หย่า ถูกออกจากงาน หรือวินิจฉัยว่าป่วยหนัก ซึ่งส่งผลให้สูญเสียสิ่งที่ฝันไว้ในอนาคต ล้วนเป็นชนวนให้เกิดความรู้สึกเหล่านี้
  3. ขอความช่วยเหลือ ฉันไม่รู้ว่าทำไมคนเราจึงคิดว่าตัวเองสามารถผ่านพ้นเหตุการณ์เลวร้ายในชีวิตไปได้โดยไม่ต้องพึ่งพากำลังใจจากผู้ช่วยเหลือที่มีจิตใจเอื้ออารี ฉันเข้ารับการปรึกษาและบำบัดอารมณ์หลายครั้งมาก และพูดได้เต็มปากว่าถ้าไม่ทำคงมาอยู่ตรงนี้ไม่ได้ ถ้าไม่อยากเสียเงินมาก คุณอาจใช้บริ การจากหน่วยงานของรัฐ หน่วยงานอาสาสมัคร หรืออาจหาเพื่อนปรับทุกข์ซึ่งเป็นคนที่เข้าใจสถานการณ์ แต่ควรเป็นคนที่อยู่นอกแวดวงใกล้ชิด ครอบครัวและเพื่อนๆอาจไม่มีความอด ทนพอจะรับมือถ้าคุณชวนทะเลาะหรือเอาแต่เศร้าซึม
  4. อย่าลืมสิ่งที่เคยใช้ ได้ผลมานานนับศตวรรษ หากคุณคิดว่าการหาที่ปรึก ษาบำบัดอารมณ์เป็นของสมัยใหม่ที่รับไม่ได้ ลองนึก ถึงสถานที่ซึ่งคุณพบเห็น อยู่ในทุกเมืองและหมู่บ้าน สถานที่ซึ่งตั้งใจสร้างขึ้นเพื่อช่วยให้ผู้คนทำใจยอม รับความทุกข์อันโหดร้าย อาจเป็นโบสถ์ ศาสนสถาน และวัดซึ่งช่วยให้คนคลายทุกข์มาตั้งแต่ครั้งโบราณ ถ้าคุณเติบโตมาในครอบครัวที่นับถือศาสนา คุณอาจลองหวนกลับไปพึ่งศาสนานั้นๆ หรือถึงคุณจะไม่นับถือศาสนาใด แค่ลองหาวัดสักแห่งแล้วเข้าไปนั่งในนั้น จะช่วยให้ใจสงบขึ้นได้
  5. อย่าฝืนตัวเอง วันครบรอบต่างๆเป็นช่วงเวลาที่อ่อนไหวเป็นพิเศษ หลังผ่านเหตุ การณ์เฉียดตายมาสองสามครั้งฉันไม่อนุญาตให้ตัวเองขับรถในวันเหล่านั้นอีก
  6. รอความเป็นปกติครั้งใหม่ คุณไม่อาจ นำชีวิตเก่ากลับคืนมา และถ้าสูญเสียผู้เป็นที่รัก คุณคงไม่อยากได้ชีวิตเก่าที่ปราศจากพวกเขาเช่นกัน คุณเพียงลืมไม่ได้ แต่ไม่ว่าความเจ็บปวดจะมากสักเพียงใด สุดท้ายแล้วสถานการณ์จะกลับมาเป็นปกติ และคุณจะยอมรับสิ่งที่เป็นอยู่มากกว่าจะหวนหาสิ่งที่เคยมี แต่คุณต้องให้เวลาเป็นปี ไม่ ใช่สัปดาห์หรือเดือน ที่ปรึกษาหลายคนกล่าวว่า หลังประสบกับการเสียชีวิตตามอายุขัย ความเศร้าจะกินเวลานานราวสี่ปี สำหรับการเสียชีวิตที่น่าเศร้าหรือไม่ปกติ ให้คาดว่าอาจใช้เวลาเจ็ดปีหรือนานกว่า นั้น
  7. อยู่ด้วยความหวังเสมอ อะไรๆก็ดีขึ้นได้ เหตุการณ์อาจไม่ออกมาแบบที่คุณอยากให้เป็น แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีความสุขและความพึงพอใจที่เราไม่คาดคิดมาก่อน ชื่อที่ฉันตั้งให้ลูกผู้กำพร้าพ่อเป็นการมองการณ์ไกลเกินกว่าที่ฉันจะตระหนักในยามนั้น เพราะที่สุดแล้ว ความหวังคือสิ่งที่ทำให้เราผ่านความทุกข์มาได้ ความหวังทำให้ฤดูแห่งการผลิบานคงอยู่ตลอดกาลอย่างแท้จริง ระหว่างช่วงเวลาอันมืดมนอย่างที่สุดนั้น ฉันต้องพูดชื่อโฮปวันละหลายครั้ง และถึงไม่ได้ตั้ง ใจ แต่ผลที่ได้รับก็เหมือนกัน คือเตือนให้ฉันนึกเสมอว่าโอกาสที่จะเกิดเรื่องดีมีเท่ากับเรื่อง ร้าย มีความสว่างมากพอๆกับความมืด มีชีวิตเท่าๆกับที่มีความตาย สุดท้ายแล้วความ หวังคือสิ่งที่เราทุกคนมีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นคนโชคดีหรือคนโชคร้าย

 

2
คุณชอบบทความนี้ไหม?เชิญให้คะแนน

Q&A Interview:Getting Ahead with James Dyson

Share แบ่งปัน
พิมพ์ | อีเมล

เรื่องยอดนิยม ...

  1. บุคคลแห่งปีของเอเชีย
  2. เดินกลับไปสู่อนาคต
  3. เรื่องราวในรูปเงา

ประเภทของ บทความ

  • แรงบันดาลใจ
  • ผู้มีชื่อเสียง
  • ท่องเที่ยว
  • ระทึกใจ/ผจญภัย
  • สิ่งประดิษฐ์ & เทคโนโลยี
  • รุปแบบการใช้ชีวิต
  • เหตุการณ์ปัจจุบัน & ประวัติศาสตร์
  • สุขภาพ-การแพทย์

แสดงความคิดเห็น

ชื่อ*
อีเมล*
ความคิดเห็น*
Disclaimer : Reader's Digest reserves the right and authority to display your postings or not, and modify your posts to remove offensive material, remove vulgar comments, remove insults or delete any other content deemed inappropriate, at our discretion.
ท่านต้องการอ่านทุกเดือนไหม
สมัครสมาชิกนิตยสาร รีดเดอร์ส ไดเจสท์ สรรสาระ เพียง 996 บาทต่อปี
Shop Online
1 | 2 | 3 | 4 | 5
  • E20i
    English in 20 Minutes Interactive

    THB4,888.00
    buy
  • Mood Music
    Mood Music for Listening and Relaxation

    THB1,990.00
    buy
  • Salute to the King Set
    Salute to the King Set

    THB1,590.00
    buy
  • Manage Your Boss
    Managing Your Manager

    THB32.00
    buy
  • เมื่อธรรมชาติแผลงฤทธิ์
    เมื่อธรรมชาติแผลงฤทธิ์

    THB1,690.00
    buy
ดูผลิตภัณฑ์อื่นๆ

เรื่องยอดนิยม

  • ตลอดกาล
  • สัปดาห์นี้
  • This month
1โตโน่ จาก Reality สู่ชีวิตจริงของดาวรุ่ง
25 วิธีจับโกหก
3ติ๊ก เจษฎาภรณ์ สุภาพบุรุษโลกสีเขียว
4วาทศิลป์แห่งปัญญาของในหลวง
541 ความในใจที่หมอขอบอก
629 เคล็ดลับทางการเงิน
7“ผมภูมิใจในตัวพ่อ นักสู้แห่งเทือกเขาบูโด”
8โพแทสเซียม
9ชีวิตที่นับหนึ่งใหม่
10พลิกความเครียดให้เป็นประโยชน์

เรื่องขำขันทั้งหมด

หัวเราะคือยาวิเศษ

ช่วงวันหยุด แม่เลี้ยงขอฉันโทรศัพท์ไปที่ร้านคาเฟ่เพื่อจองที่นั่งเวลา 19.00 น... 100% ร่วมลงคะแนน

หัวเราะคือยาวิเศษ

ชายคนหนึ่งบอกหมอว่า "หมอครับ ช่วยผมด้วย ผมติดทวิตเตอร์อย่างหนัก" หมอตอบว่า ... 100% ร่วมลงคะแนน

หัวเราะคือยาวิเศษ

ตอนเด็กๆ ครอบครัวผมจนมากไม่มีปัญญาซื้อรองเท้าผ้าใบสวยๆ ให้ผม ตอนที่ผมบอกให้... 100% ร่วมลงคะแนน
See All Jokes

ขอตอบด้วยคน

วิธีทำโทษเด็กแบบไหนดีที่สุด
142 Votes

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์

อาหาร

เต้าหู้ผัดเต้าซี่

ผู้มีชื่อเสียง

วาทศิลป์แห่งปัญญาของในหลวง

แรงบันดาลใจ

บุคคลแห่งปีของเอเชีย

อาหาร

สลัดผักร็อกเก็ตและชีส

เทคโนโลยี

พญาอินทรีแห่งฝูงปักษา

ท่องเที่ยว

อิสตันบูล

ธันวาคม 2554

วาทศิลป์แห่งปัญญาของในหลวง
  • ฉบับนี้
  • สมัครสมาชิก
  • รับฟรี E-Newsletter
ติดต่อเรา
  • ส่งเรื่องขำขัน
  • ส่งบทความ
  • ส่งภาพ
  • แสดงความคิดเห็น
  • ติดต่อเรา
  • คำแนะนำ
  • อีเมลถึงบรรณาธิการ
  • ลูกค้าสัมพันธ์

เรื่องขำขันของคุณมีค่า 1,000 บาท

หากมีเรื่องตลกเฮฮาที่เกิดขึ้นจริง เรามีรางวัล 1,000 บาท สำหรับเรื่องที่ผ่านการคัดเลือกและได้รับการตีพิมพ์ ส่งหาเรา!

ผู้โชคดีได้รับรางวัลประจำปี 2555

รายการ “ลุ้นรวยรับรางวัลรวม 7 ล้าน”

ติดตามผลรายชื่อผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลจากเราได้ที่นี่

 

ติดต่อเรา | เว็บไซต์รีดเดอร์ส ไดเจสท์ เอเชีย | แบรนด์ที่คุณเชื่อมั่นที่สุด | ติดต่อโฆษณา | นโยบายบริษัท | ข้อกำหนดในการใช้งาน | แผนผังเว็บ © 2012 The Reader's Digest Association, Inc