คมคิด
ในคอลัมน์ใหม่นี้ เราเชิญผู้รู้มาพูดคุยถึงประเด็นต่างๆซึ่งผู้คนให้ความสนใจ โดยขอเริ่มด้วยเรื่องที่ว่า “ประชาธิปไตยเหมาะกับเอเชียและไทยหรือไม่”
โดย พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
เมื่อถามว่า “ประชาธิปไตยเหมาะกับเอเชียและไทยหรือไม่” เราสามารถพิจารณาความสลับซับซ้อนของเรื่องออกเป็นสักสามประการ เริ่มจาก 1) ความเหมาะสมของประชาธิปไตยกับเอเชียและไทยโดยพิจารณา ด้วยหลักการสากล 2) ความเหมาะสมของประชาธิปไตยกับเอเชียและไทยโดยอิงกับลักษณะของสังคมเอเชียและไทย และ 3) เราจะพิจารณาเรื่องความเหมาะสมของประชาธิปไตยในฐานะเป็นคำถามที่ผูกพันกับเรื่องของการต่อสู้ในเรื่องการครอบงำระหว่างกันของผู้คนที่หลากหลายในสังคม
ในประการแรก เมื่อเราตั้งคำถามว่าประชาธิปไตยเหมาะกับเอเชียและไทยหรือไม่ ด้วยหลักการสากล เราจะมองไม่เห็นว่านี่คือคำถาม เพราะเราเชื่อว่าประชาธิปไตยเป็นส่วนหนึ่งของ “อารยธรรม” โลกที่มีลักษณะสากลและโลกที่พัฒนาขึ้นไปเรื่อยๆ
แนวคิดนี้ยังเชื่อว่าประชาธิปไตยดูจะเป็นกฎกติกาที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวาง และมีหลักประกันบางประการที่สังคมนานาชาติยอมรับร่วมกัน ซึ่งนัยยะสำคัญของเรื่องนี้คือประเทศหรือสังคมการเมืองต่างๆนั้นย่อมจะต้องพัวพันสมาคมกับประเทศอื่นๆ ดังนั้น เราจะบอกว่าเรามีตัวตนได้ก็ต่อเมื่อคนอื่นยอมรับเรา หรือยอมรับเราเป็นประเทศ หรือเป็นสมาชิกของชุมชนนานาชาติ หรือสังคมโลก และเงื่อนไขสำคัญในการได้รับการยอมรับก็คือการเป็นประเทศประชาธิปไตยนั่นเอง
อะไรในประชาธิปไตยล่ะที่เป็นรากฐานที่สังคมสากลยอมรับ หลักการสำคัญข้อแรกคือการยอมรับความเท่าเทียมกันของมนุษย์ สิทธิเสรีภาพของมนุษย์ อาทิกฎบัตรสิทธิมนุษยชน หรืออาจกล่าวได้ว่าการที่ประเทศใดไม่ยอมรับหลักการเหล่านี้อาจกลายเป็นสาเหตุให้เกิดการแทรกแซงประเทศเหล่านั้นโดยประเทศอื่นหรือองค์กรระดับนานาชาติ
หลักการอื่นๆของประชาธิปไตยที่สำคัญในฐานะที่เป็นหลักการสากล โดยเฉพาะประชาธิปไตยสมัยใหม่คือหลักการที่ว่าด้วยเรื่องการที่ประชาชนสามารถมีระบบตัวแทนผ่านการเลือกตั้งโดยที่การเลือกตั้งจะต้องเสรีบริสุทธิ์ ยุติธรรมและสม่ำเสมอ และมีความหมาย การมีระบบการเลือกตั้งนั้นในที่นี้หมายถึงการเปลี่ยน แปลงผู้ปกครองได้ด้วยการต่อรองกันระหว่างประชาชนกับตัวแทนของเขาอย่างสม่ำเสมอซึ่งจะเอื้อให้เกิดการตรวจสอบตัวแทนของเขาซึ่งมีหน้าที่บริหารประเทศและออกกฎหมายตามเจตจำนงของเรา
กล่าวโดยสรุป ความคิดนี้เชื่อว่าประชาธิปไตยนั้นเป็นระบอบที่ทุกที่ในโลกย่อมจะต้องไปถึงให้ได้ เพราะทุกที่ในโลกนั้นมีลักษณะสากล การไม่มีประชาธิปไตยจึงเป็นเสมือนความล้าหลังของสังคม
ในประการที่สอง เมื่อพูดถึงประชาธิปไตยว่าเหมาะสมกับเอเชียและไทยแค่ไหน เราอาจเคยพบทัศนะที่ว่าประชาธิปไตยไม่เหมาะกับเอเชียและบ้านเราเพราะประชาธิปไตยเป็นระบอบที่ถูกนำเข้ามาจากต่างประเทศ ไม่ได้งอกจากดินในสังคมของเราเอง
ประเด็นสำคัญในเรื่องนี้คือเมื่อพิจารณาถึงสภาวะของสังคมประชาธิปไตยอาจไม่เหมาะกับสังคมเอเชียและไทยในแง่ที่ว่าวัฒนธรรมบางอย่างของสังคมเอเชียและไทยอาจไม่เอื้อให้เกิดความเท่าเทียมกันได้ อาทิหลักอาวุโส และ/หรือหลักความเชื่อเรื่องบุญกรรม แนวคิดนี้กลับรองรับการเมืองการปกครองแบบเผด็จการมากกว่า โดยเฉพาะการไม่ให้ความสำคัญกับความเสมอภาคเท่าเทียม
เรื่องนี้สำคัญตรงที่วัฒนธรรมที่ไม่เป็นประชาธิปไตยอาจสามารถสร้างเผด็จการที่ดีหรือสร้างเผด็จการที่ไม่มีคุณธรรมก็ได้ ในกรณีที่เราใช้วัฒนธรรมในการสร้างเผด็จการที่ดี สิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ก็คือความเชื่อว่า ประชาธิปไตยอาจทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างผู้คนเกินความจำเป็น และประชาธิปไตยอาจไม่ส่งเสริมการปราบปรามระบบทุจริตคอรัปชั่นได้ ดังนั้นจำเป็นต้องใช้วัฒนธรรมเฉพาะของสังคมมาออกแบบการเมืองการปกครองให้สามารถปราบคอรัปชั่นได้ และ/หรือทำให้ประชาชนได้ประโยชน์จากการปกครองมากที่สุด
หลายประเทศในเอเชียหรือไทยในบางยุค เราพบว่าระบบเศรษฐกิจนั้นพัฒนาด้วยระบอบการเมืองที่ไม่ใช่ประชาธิปไตย แต่สิ่ง ที่เราจะต้องระลึกก็คือระบอบที่ไม่ใช่ประชาธิปไตยอาจผลักดันให้เกิดการพัฒนาประเทศอย่างรวดเร็วและมั่งคั่ง แต่ระบอบการเมืองและระบบเศรษฐกิจที่ไม่สามารถทำให้ประชา ชนตรวจสอบได้นั้นไม่ได้ทำให้การพัฒนานั้น ยั่งยืนได้ รวมทั้งขาดการตั้งคำถามและการชดเชยว่าทำไมบางกลุ่มได้ประโยชน์ บางกลุ่มเสียประโยชน์ เช่น การทำลายธรรมชาติ การทำให้ตัวแทนกรรมกรอ่อนแอ หรือตกอยู่ในความหวาดกลัว
นอกจากนี้ในหลายสังคม เราอาจพบประชาธิปไตยหน้าตาแปลกๆที่เป็นลูกผสม อาทิ ประชาธิปไตยแบบรวมศูนย์ ประชาธิปไตยแบบมีการนำ ประชาธิปไตยแบบครึ่งใบ ฯลฯ ที่ทำให้เรามีประชาธิปไตยที่มีลักษณะประนีประนอมกับการเมืองการปกครองแบบ อื่น ซึ่งถ้าใช้มาตรฐานสากลมาพิจารณา เรา อาจมองว่าประชาธิปไตยแนวนี้ไม่ใช่ประชา ธิปไตยของแท้ และอาจเอื้อประโยชน์กับคนบางกลุ่ม ในขณะที่บางกลุ่มอาจมองว่าประชา ธิปไตยเช่นนี้อาจเหมาะสมกับสภาวะทางสังคมในบางยุคบางสมัยเท่านั้น
ในประการสุดท้าย เรากำลังพูดถึงความเหมาะสมของประชาธิปไตยในสังคมเอเชียและไทยในแง่ของการเข้าใจว่าประชาธิปไตย นั้นไม่ใช่เพียงรูปแบบการปกครอง หรือวิถีชีวิตแบบหนึ่งเท่านั้น แต่สิ่งที่เราค้นพบก็คือ ประชาธิปไตยคือคำที่มีความหมาย หรืออุดมการณ์ของผู้คนที่มีการต่อสู้ช่วงชิงความ หมายระหว่างกลุ่มพลังต่างๆตลอดเวลา
เราจึงพบคำนิยามเรื่องความหมายของประชาธิปไตยมากมาย เช่น ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ประชาธิป ไตยแบบมีการชี้นำ ประชาธิปไตยแบบไทย ประชาธิปไตยกินได้ เป็นต้น ประเด็นนี้จึงไม่ได้อยู่ในเรื่องที่ว่าประชาธิปไตยมีลักษณะเฉพาะของแต่ละสังคม แต่อยู่ที่การพยายามเปิดโปงการครอบงำทางความคิดและปฏิบัติการที่จะทำให้ความต้องการ รวมทั้งผลประ โยชน์ และคำอธิบายเรื่องประชาธิปไตยของคนบางกลุ่มนั้นกลายเป็นคำอธิบายที่ฝ่ายของตนได้ประโยชน์เหนือกลุ่มอื่นๆ
คำถามว่าประชาธิปไตยเหมาะสมกับเอเชียและไทยหรือไม่ เมื่อพิจารณาด้วยหลักการที่สามนี้ จึงเป็นคำถามที่ไม่ได้มุ่งเน้นในเรื่องคำตอบที่มาจากคำถามนั้น แต่มุ่งเน้นในเรื่องว่าใครเป็นผู้ถาม ผู้ถามอยู่ในกลุ่มทางสังคมกลุ่มไหน แล้วผู้ถามต้องการอะไร เขาต้องการคำตอบ หรือเขาต้องการ “ปิดปาก” คนอื่นๆที่ต้องการเรียกร้องประชาธิปไตยกันแน่
กล่าวโดยสรุป ประชาธิปไตยนั้นเหมาะสมกับเอเชียและไทยหรือไม่ สำหรับผมนั้นเหมาะแน่นอน เพราะผมเชื่อในหลักการสากลของประชาธิปไตยและความก้าวหน้าของมนุษยชาติ และถ้าหลักการสากลแก้ปัญหาสังคมเราไม่ได้ เราก็ต้องนำวัฒนธรรม ต่างๆของบ้านเรามาส่งเสริมประชาธิปไตยให้มากขึ้น
รวมทั้งตั้งคำถามกับบรรดาประชาธิปไตยที่มีคำขยายมากมายหลายแบบที่มักลดทอน พลังประชาธิปไตยลงไปนั่นแหละครับ
พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ เป็นอาจารย์ประจำ ภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคอลัมนิสต์ ทางด้านสังคมการเมืองในหนังสือพิมพ์ นิตยสารและเว็บไซต์หลายฉบับ
|
| ||||||
แสดงความคิดเห็น
| ชื่อ* | |
| อีเมล | |
| ความคิดเห็น* | |


แบ่งปัน





