แสงแห่งความหวัง
ธานินทร์ พันธ์ประภากิจ ก่อตั้งบริษัททาสของแผ่นดินเมื่อปี 2549 เพื่อดำเนินงานการตรวจรักษาโรคตาและผ่าตัด ต้อเนื้อต้อกระจกให้แก่ผู้ด้อยโอกาสในสังคม หลังดำเนินงานเพียงสี่ปี บริษัทของเขาสามารถคืนแสงสว่างแก่ประชาชนในถิ่นทุรกันดารเกือบทั่วประเทศไปแล้วกว่า 60,000 ราย และขณะนี้ขะมักเขม้นกับการช่วยเหลือพี่น้องชาวไทยในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้
โดย คุณานันท์ แสงอาทิตย์
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ลุงเลาะแม จะสิติ วัย 69 ชาวอำเภอรามัน จังหวัดยะลา เริ่มมีปัญหาการมองเห็น เพราะต้อกระจกตั้งแต่เข้าวัย 60 และสายตาเสื่อมลงเรื่อยๆจนอ่านบทสวดมนต์ในคัมภีร์อัลกุรอานตอนกลางคืนไม่ได้ หลายครั้งเขาคิดว่าตนเป็นภาระของคนในครอบครัว และท้อแท้ว่าชาตินี้คงหมดหวังจะกลับมามองเห็นเป็นปกติอีก
แต่แล้วชีวิตลุงเลาะแมก็พลิกผันหลังได้รับการผ่าตัดรักษาต้อกระจกครั้งแรกเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2552 ที่โรงพยาบาลรามัน และครั้งที่สองในวันที่ 5 ธันวาคมปีเดียวกัน ที่โรงพยาบาลบันนังสตา จังหวัดยะลา “ผมไม่เจ็บเลย หมอผ่าตัดแค่สิบกว่านาทีก็เสร็จแล้วชีวิตดีขึ้น มองเห็นตัวหนังสือชัด” ลุงเลาะแมบอกเพื่อนๆที่แวะมาถามเกี่ยวกับอาการหลังผ่าตัด
เพียงหนึ่งเดือนหลังการผ่าตัดครั้งที่สอง ลุงเลาะแมสามารถอ่านคัมภีร์สวดมนต์ตอนกลางคืนได้อีกครั้งซึ่งเป็นความสุขอย่างที่สุดในชีวิตบั้นปลาย และยังขับขี่มอเตอร์ไซค์ไปทุกแห่งตามต้องการได้
ลุงเลาะแมโชคดีมาก เพราะได้พบกับเวาะ ปายอแง ชาวสวนยางวัย 48 โดยบัง เอิญเมื่อกลางปี 2552 เวาะเป็นอาสาสมัครล่ามภาษายาวีของ ‘โครงการแสงแห่งความหวัง’ ซึ่งดำเนินการผ่าตัดต้อกระจกฟรีให้ประชาชนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ แก่ ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส
ผู้ริเริ่มโครงการนี้คือพันโท เอกธวุฒิ คงคาเขตร รองผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 41 ซึ่งทราบข่าวว่าบริษัททาสของแผ่นดิน ดำเนินงานการตรวจรักษาโรคตาและผ่าตัดต้อเนื้อต้อกระจกให้แก่ผู้ด้อยโอกาสในสังคม เขาจึงเดินทางไปที่สำนักงานบริษัทในกรุงเทพฯเพื่อขอพบกับธานินทร์ พันธ์ประภากิจ ประธานบริษัทฯ เมื่อเดือนมิถุนายน 2552 และเสนอความร่วมมือเพื่อดำเนินโครงการดังกล่าว
ธานินทร์รับปากในทันที โดยบริษัททาสของแผ่นดินจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดนำรถห้องผ่าตัดเคลื่อนที่ รวมทั้งทีมงานและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่ ส่วนกรมทหารพรานที่ 41 จะจัดทำทะเบียนผู้สูงอายุในทุกหมู่บ้าน และร่วมกับหน่วยเฉพาะกิจจังหวัดยะลา 12 ซึ่งรับภาระจัดการเรื่องพาหนะและรักษาความปลอดภัยให้ชาวบ้านเดินทางเข้า ไปที่โรงพยาบาลโดยสวัสดิภาพ หลังจากนั้น สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 12 สงขลา จะเข้ามาร่วมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายบางส่วน
ปัญหาสำคัญคือการทำความเข้าใจกับชาวบ้านที่ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุชาวอิสลาม อยู่บ้านตามลำพังและลำบากในการเดินทาง บางคนขาดการรับรู้ข่าวสารกลัวว่าการผ่าตัดไม่ปลอดภัยและอาจทำให้ตาบอดหรือเสียชีวิตได้ ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายจึงต้องอธิบายให้ชาวบ้านเข้าใจอย่างถูกต้อง และอำนวยความสะดวกในการเดินทางด้วย
การประสานความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐกับบริษัททาสของแผ่นดิน ทำให้ประชาชนที่เดือดร้อนและอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยสามารถเข้าถึงบริการผ่าตัดต้อกระ จกฟรีได้ง่ายขึ้น “ยิ่งไปกว่านั้น ความร่วมมือดังกล่าวยังช่วยสร้างความสามัคคีระหว่างกลุ่มคนไทยต่างศาสนาอีกด้วย” พันโท เอกธวุฒิกล่าว
แรงบันดาลใจ ที่ทำให้ธานินทร์ตัดสินใจทุ่มเทแรงกายแรงใจให้โครงการคืนแสงสว่างแก่ผู้ยากไร้เกิดจากเหตุการณ์เฉียดตายในชีวิตเขาเมื่อห้าปีก่อน ขณะนั้น ธานินทร์วัย 47 ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างสูงจากธุรกิจนำ เข้าและส่งออกสินค้าประเภทเครื่องหนังและรถยนต์มือสองจากต่างประเทศ ถูกลอบยิงที่ศีรษะด้วยเหตุผลที่ไม่ขอกล่าวถึง ธานินทร์ต้องรับการผ่าตัดถึงหกครั้ง ระหว่างนอนพักในห้องผู้ป่วยเวชวิกฤตนาน 45 วัน เขาเห็นผู้ป่วยหลายคนเสียชีวิต
หลังการผ่าตัดเสร็จเรียบร้อย ธานินทร์ได้ ยินเสียงหมอพูดว่า “คุณรอดแล้ว และจะหาย เป็นปกติในที่สุด หมอช่วยชีวิตหนึ่งให้รอดเพื่อให้ไปช่วยเหลืออีกหลายชีวิตที่เดือดร้อน”
การรอดตายอย่างปาฏิหาริย์ทำให้ธานินทร์ตระหนักถึงคุณค่าของชีวิตมนุษย์ และตั้งปณิธานว่าจะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ทำงานเพื่อเพื่อนมนุษย์ที่ด้อยโอกาสเป็นการตอบ แทนบุญคุณแผ่นดินเกิด
“ตอนแรก ผมเปิดศูนย์บริการล้างไตฟรีเพราะเห็นว่าเป็นโรคเรื้อรังที่สร้างภาระการเงินแก่ผู้มีรายได้น้อย แต่ต่อมาได้อ่านหนังสือธรรมะ ‘พระพุทธเจ้ายังอยู่ พระอรหันต์ยังไม่ตาย’ ซึ่งตอนหนึ่งกล่าวถึงการถวายดวงตาทั้งสองข้างแด่พระอรหันต์ และมีคำสอนเกี่ยว กับธรรมทานนี้ว่า การเปิดดวงตาให้เห็นธรรมนั้นเป็นกุศลยิ่งใหญ่” นักธุรกิจผิวคล้ำวัย 50 กว่ากล่าวด้วยใบหน้ายิ้มละไม
แนวคิดในการเปิดศูนย์ผ่าตัดต้อกระจกเป็นจริงขึ้นมาเมื่อเขาสั่งซื้ออุปกรณ์ผ่าตัดดวงตาจากต่างประเทศและรถห้องผ่าตัดเคลื่อนที่ เขาจัดหาทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่ครั้งแรกในปี 2549 ที่อำเภอฝาง จังหวัดเชียง ใหม่ และช่วยคนจนกว่า 200 คนให้มองเห็นโลกชัดอีกครั้ง หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ทาสของแผ่นดินลงพื้นที่กันดารในหลายจังหวัดเพื่อตรวจรักษาดวงตาผู้ยากไร้ และพบว่ามีทั่วประเทศมีประชาชนกว่า 100,000 คนรอการผ่าตัดต้อกระจก
ปัจจุบัน ธานินทร์วางเป้าหมายเร่งด่วนในการตรวจรักษาผ่าตัดดวงตาให้ประชาชนในสามจังหวัดภาคใต้ซึ่งเป็นพื้นที่อันตรายจากกลุ่มก่อความไม่สงบ แต่ธานินทร์ไม่กลัวตายเพราะถือว่าชีวิตที่เหลืออยู่คือกำไร ถ้าต้องเสียชีวิตก็ไม่มีอะไรต้องเสียดายแล้ว
“ชีวิตนี้คุ้มเหลือหลายที่ได้เกิดมาเป็นทาสของแผ่นดินไทย ผมจะเสียสละอุทิศตนช่วยคนยากไร้ให้ได้รับแสงสว่างกลับคืนมาอีกครั้ง จะช่วยไปจนกว่าจะถึงวันนั้น วันที่ผมจากโลกนี้ไป” ธานินทร์กล่าว
ผ่าตัดต้อกระจก ต้อเนื้อ ฟอกไตและ รักษาฟันฟรีที่บริษัททาสของแผ่นดิน จำกัด อาคารพระมหากรุณาธิคุณ ซอยสุขุมวิท 24 ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ เวลา 8.00-17.00 น. สอบถามรายละเอียดที่โทรฯ 0 2262 9454 ถึง 5 และ 0 2261 8213 ถึง 7
|
| ||||||
แสดงความคิดเห็น
| ชื่อ* | |
| อีเมล | |
| ความคิดเห็น* | |


แบ่งปัน





