มิกกี เมาส์ ผู้มีบุคลิกสดชื่นรื่นเริงจ้ำอ้าวผ่านผมไป ส่วนเดซี ดั๊ก แฟนสาวผู้อดทนของโดนัลด์ ดั๊กเดินเตาะแตะไปตามทางเดินอยู่ข้างหน้า ไม่ว่าผมจะมองไปทางไหนก็เห็นแต่ตัวละครของดิสนีย์ที่แสนคุ้นตาตั้งแต่กูฟฟี พลูโต ไปถึงอลิซในแดนมหัศจรรย์ที่สวมวิกผมสีทอง

สายวันนั้น ผมกำลังสำรวจ “ยูทิลิดอร์” เครือข่ายอุโมงค์และพื้นที่ใช้สอยขนาด22.5 ไร่ ซึ่งซ่อนตัวอยู่ภายใต้เมจิก คิงดอม สวนสนุกที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกของวอลท์ ดิสนีย์เวิลด์ในเมืองออร์แลนโด รัฐฟลอริดา คนนอกน้อยคนนักที่เคยเข้ามาเห็น “ศูนย์ปฏิบัติการ” แห่งนี้ ซึ่งถือเป็นความลับสุดยอดและห้ามนักท่องเที่ยวเข้าอย่างเด็ดขาด

พนักงานสวนสนุกหรือที่เรียกว่า “นักแสดง” จะใช้เครือข่ายอุโมงค์สีเทา สูง 3.6 เมตร กว้าง 4.5 เมตรดังกล่าวเป็นทางผ่านเข้า-ออก หรือลอดใต้สวนสนุกเพื่อซ่อนตัวจากสายตานักท่องเที่ยว ไกด์ของผมอธิบายว่า “มนตร์ขลังของสวนสนุกโซนทูมอร์โรว์ แลนด์คงเสื่อมลงหากอยู่ดีๆก็มีนักแสดงสวมชุดคาวบอยเดินผ่านมา”

มนตร์วิเศษ เป็นคำที่ผมจะต้องได้ยินไปตลอดทั้งสัปดาห์ ขณะดิสนีย์ยอมเผยความลับ (บางส่วน) และอนุญาตให้ผมนำความลับที่เก็บงำมานานนั้นออกเผยแพร่ ระหว่างที่เราพูดคุยกัน ผมเฝ้าดูเดซี ดั๊กจัดชุดสีเหลืองกับสีน้ำเงินของเธอให้เรียบร้อยอีกครั้งก่อนปีนบันไดขึ้นไปสู่สวนสนุกด้านบน เมื่อขึ้นไปแล้ว เธอหยุดสำรวจตัวเองอีกครั้งหน้ากระจกเงาขนาดเต็มตัวที่มีคำขวัญกระตุ้นพนักงานว่า “ขึ้นสู่ความเหนือกว่า อย่าหยุดยั้ง” เมื่อพอใจกับภาพที่เห็นแล้ว เธอเปิดประตูลับ เดินเตาะแตะออกไปสู่ “เวทีการแสดง” ซึ่งก็คือ ถนนเมน สตรีท ยูเอสเอ ซึ่งคร่าคร่ำไปด้วยเด็กๆผู้มีความสุข

สำหรับเดซี ดั๊ก สิ่งนี้อาจเป็นแค่การเริ่มต้นวันทำงานอีกวัน แต่สำหรับผม นี่คือการเยือนสวนสนุกของดิสนีย์เป็นครั้งแรก บางคนอาจค่อนแคะดิสนีย์เวิลด์เอาง่ายๆว่าเป็นโลกที่ถูกสร้างขึ้น แต่นั่นแหละเป้าหมายของดิสนีย์ คือช่วยให้เรามีช่วงเวลาหนึ่งที่ได้หลบหนีจากชีวิตจริง นอกจากนั้น ใครจะปฏิเสธได้อย่างเต็มปากว่าไม่ชอบสถานที่ซึ่งมีสวนที่ได้รับการจัดแต่งอย่างสวยงาม ไม่มีขยะรกตาอย่างน่าพิศวง และพนักงานแทบจะยอมทำทุกอย่างเพื่อให้คุณมีช่วงเวลาสุดวิเศษ

ผมมีนัดกับอเล็กซ์ ไรต์ “จินตวิศวกร” ซึ่ง เป็นนักออกแบบอาวุโสมือเก๋า เวลา 7.00 น. หรือสองชั่วโมงก่อนถึงเวลาเปิดสวนสนุก ซึ่งตามภาษาของชาวดิสนีย์เรียกว่า “ช่วงปลดเชือกกั้นประตู” ไรต์ซึ่งรูปร่างเพรียวสูง 180 เซนติเมตรและตาสีฟ้า ทำงานกับดิสนีย์มานานเกือบ 20 ปี เขามักพูดถึงตัวเองว่าเป็น “คนวัย 40 ที่หยุดอายุไว้ที่ 12” ไรต์และจินตวิศวกรอีกหลายร้อยชีวิตของดิสนีย์รับผิดชอบงานด้านออกแบบ การซ่อมบำรุง และวางแผนดูแลจุดท่องเที่ยวของสวนสนุกในทุกรายละเอียด

ขณะเรายืนอยู่ใต้ถนนเมน สตรีท ยูเอสเอ ซึ่งเป็นทางเข้าอันโด่งดังสู่สวนสนุกเมจิกคิงดอม ไรต์เล่าถึงประสบการณ์เมื่อครั้งเขาฉลองวันเกิดอายุแปดขวบด้วยการมาเที่ยวดิสนีย์เวิลด์เป็นครั้งแรกว่า “ผมเหมือนถูกสะกด ผมรู้ทันทีว่าวันหนึ่งจะต้องมาทำงานที่นี่” เขาพูดพร้อมฉีกยิ้มกว้างแบบเดียวกับมิกกี เมาส์ไม่มีผิด

แม้จะยังไม่มีนักท่องเที่ยวในสวนสนุก มีเพียงพนักงานกวาดถนนและจัดหน้าร้าน แต่บรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงเพลงในจังหวะร่าเริงเร้าใจดังมาจากลำโพงที่ซ่อนไว้ “แม้แต่ พนักงานก็ต้องกระตุ้นให้มีอารมณ์ดี” ไรต์กล่าว และผมกำลังจะเรียนรู้ว่าจิตวิทยาเป็นองค์ประกอบที่สำคัญยิ่งต่อการออกแบบที่ดิสนีย์

“เป้าหมายของเราคือทำให้ผู้มาเยือนเลิกคิดถึงโลกความจริงไปชั่วเวลาหนึ่ง” ไรต์พูดขณะผมและเขาเดินผ่านเครื่องกั้นเข้าไปในบริเวณสวนสนุก “เราอยากให้แขกของเรารู้สึกเหมือนกำลังเดินเข้าสู่โรงละครขนาดมหึมาเต็ม ไปด้วยบรรยากาศของความตื่นเต้นและความคาดหวัง” จินตวิศวกรจงใจออก แบบให้เพดานทางเข้าสวนสนุกอยู่ระดับต่ำเพื่อผู้มาเยือนจะรู้สึกเหมือนจู่ๆก็โผล่เข้าไปอยู่ใน “การแสดง” ความรู้สึกของพวกเขายังถูกปลุกเร้าด้วยกลิ่นข้าวโพดคั่ว เสียงเพลง และภาพถนนเมน สตรีทที่ปรากฏให้เห็นตรงหน้า แน่ละกลยุทธ์นี้ใช้ได้ดีกับผม เพราะทันทีที่เห็นถนนเมน สตรีทเป็นครั้งแรก ผมรู้สึกตื่นเต้นและมีส่วนร่วมขึ้นมาทันที

“วอลท์ ดิสนีย์ต้องการให้ย่านเมน สตรีทมีบรรยากาศเรียบง่าย สบายๆ ไม่หวือหวา” ไรต์กล่าวพร้อมเล่าว่า ดิสนีย์สั่งให้จินตวิศวกรใช้บ้านเกิด หรือความทรงจำเกี่ยวกับบ้านเกิดของเขาเป็นแนวทางการออกแบบ “เขาอยากให้ผลงานที่ออกมาดูอบ อุ่น ชวนให้คิดถึงบ้าน” เพื่อบรรลุเป้าหมายนั้น บรรดาจินตวิศวกรต้องอาศัยเทคนิคที่เรียกว่า “การเพิ่มความสมจริง”

“แบบที่เราเขียนอาจไม่ตรงตามแบบบ้านสมัยก่อนทุกอย่าง แต่ก็เป็นแบบที่มุ่งกระตุ้นให้เกิดอารมณ์ตอบสนอง” ไรต์กล่าว

ยกตัวอย่างเช่น การสร้างหมู่อาคารสไตล์ “วิกทอเรียฝั่งตะวันออก” ตามแนวถนนเมน สตรีทที่มีความยาว 255 เมตร มีการออกแบบให้พื้นอาคารมีพื้นที่เล็กลงเหลือร้อยละ 80 ของส่วนสูงอาคาร เทคนิคนี้ดิสนีย์หยิบยืมมาจากนักออกแบบฉากละครที่เรียกว่า “การสร้างภาพลวงตา” ทำให้เกิดความรู้สึกใกล้ชิดเป็นกันเอง อยากแวะเข้าชมมากขึ้น อีกเทคนิคคือการทำให้ก้อนหินแต่ละแถว (จริงๆแล้วทำจากส่วนผสมของไฟเบอร์กลาสกับเรซิน) ที่เรียงต่อกันขึ้นไปมีขนาดเล็กลงเรื่อยๆ เพื่อหลอกตาว่าปราสาทมีความสูงมากกว่าความเป็นจริง ตัวอย่างของการใช้เทคนิคนี้คือปราสาทซินเดอเรลลา ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมจิก คิงดอม

สวนสนุกที่ปลอดผู้คน ช่วยให้ผมมองเห็นได้อย่างชัดเจนถึงความทุ่มเทของวอลท์ ดิสนีย์และจินตวิศวกรของเขาที่ต้องการทำทุกอย่างให้ออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด ไรต์เล่าว่า “วอลท์จะแจกลูกอมให้คนที่มาเที่ยวดิสนีย์แลนด์ แล้วคอยดูว่าพวกเขาเดินไปไกลแค่ไหนก่อนทิ้งห่อลูกอม นี่คือเหตุผลที่เราวางถังขยะไว้ในระยะห่างกันประมาณเก้าเมตร” และนักท่องเที่ยวจะอยู่ในรัศมีห้องน้ำ ไม่เกิน 27 เมตรเสมอ

กลิ่นจากร้านขนมปังและร้านอื่นๆกระจายผ่านช่องระบายอากาศไปยังถนนเมน สตรีท ยูเอสเอ ส่วนเสียงเพลงที่เปิดคลอตามจุดท่องเที่ยวต่างๆผ่านระบบลำโพงที่ซ่อนไว้อย่างแนบเนียนจะได้รับการเลือก สรรมาเป็นอย่างดี และควบคุมโดยระบบคอมพิวเตอร์ที่ปรับเสียงให้ดัง-ค่อยตามระดับเสียงของนักท่องเที่ยว

นอกจากนั้น เมื่อนักวิจัยของดิสนีย์พบว่านักท่องเที่ยวกว่าร้อยละ 90 ที่เดินเข้าสวนสนุกเลือกเดินฝั่งขวาของถนนเมน สตรีท ยูเอสเอ จึงออกแบบให้ร้านอาหารส่วนใหญ่ตั้งอยู่ฝั่งขวาของถนน ส่วนร้านจำหน่ายของที่ระลึกให้ตั้งอยู่ฝั่งซ้าย วิธีนี้ช่วยให้นักท่องเที่ยวขาเข้าสามารถแวะเข้าร้านอาหาร ร้านไอศกรีม หรือร้านขนมปัง ส่วนนักท่องเที่ยวขาออกสามารถแวะซื้อของที่ระลึกกลับบ้าน

แม้แต่ขยะก็ได้รับการดูแลด้วยวิธีการซึ่งแตกต่างจากที่อื่น ขยะถูกทิ้งลงสู่ระบบอัดอากาศซึ่งจะยิงขยะออกไปตามท่อที่ซ่อนไว้ พนักงานดิสนีย์ทุกคนรวมถึงประธานเจ้าหน้าที่บริหารของสวนสนุก ได้รับการคาดหวังให้เก็บขยะทุกชิ้นที่เห็นตกอยู่บนพื้น (ซึ่งเขาก็ยอมเก็บจริงๆด้วย) ทีมทำความสะอาดจะเดินตามขบวนพาเหรดเพื่อใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดเศษกระดาษสีที่ตกตามพื้น และการแต่งกายของพนักงานในส่วนการแสดงมีกฎเข้มงวด ต้องไม่ให้เห็นรอยเจาะและสักตามร่างกาย รวมทั้งหนวดด้วย

พื้นที่ในส่วนของพนักงานมีการติดโปสเตอร์รูปการ์ตูนยิ้ม พร้อมคำขวัญปลุกเร้าพนักงานให้ “แสดงภาพลักษณ์และพลังเชิงบวก” พนักงานได้รับการอบรมให้หาโอกาสสร้างความสัมพันธ์กับนักท่องเที่ยวขณะถูกซักถาม และเรียนรู้ว่า เมื่อนักท่องเที่ยวถามว่า “ขบวนพาเหรดรอบบ่ายสามโมงจะมีขึ้นเมื่อไหร่” (เป็นคำถามที่มีคนถามมากที่สุด) ตามจริงนักท่องเที่ยวต้องการถามว่า “จุดไหนที่เห็นขบวนพาเหรดได้ดีที่สุด” หรือ “ขบวนพาเหรดนั้นคุ้มค่าต่อการรอคอยหรือไม่” ไรต์อธิบายว่า “ในการจ้างพนักงาน เราเน้นที่ทัศนคติมากกว่าความสามารถ คุณสอนคนให้มีทัศนคติที่ดีเยี่ยมไม่ได้หรอก”

นักท่องเที่ยวที่มุ่งไป เฉพาะย่านเมน สตรีท ยูเอสเอ หรือปราสาทซินเดอเรลลาอาจพลาดรายละเอียดเล็กๆน้อยๆที่สวนสนุกจัดไว้ให้อย่างน่าชื่นชม ผมโผล่เข้าไปในร้านเจเนอรัล สโตร์ ตรงไปยกหูโทรศัพท์ติดผนังแบบใช้มือหมุนดีไซน์โบราณเพื่อแอบฟังบทสนทนา (ที่มีการบันทึกเสียงเอาไว้) ระหว่างแม่ที่อยู่ชั้นบนของร้านกับลูกสาว นี่เป็นหนึ่งในสิ่งพิเศษที่ถูกซ่อนไว้ให้ค้นหาโดยไม่มีการประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวรู้ ไรต์และทีมจินตวิศวกรสนุกสนานกับการซุกซ่อนสิ่งเล็กๆน้อยๆเช่นนี้ “เราไม่ได้ประชาสัมพันธ์สิ่งเหล่านี้ที่มีอยู่มากมายให้ผู้คนรู้ เพราะอยากให้นักท่องเที่ยวมีโอกาส ‘สำรวจสวนสนุก’ ด้วยตัวเอง” ไรต์กล่าว

จินตวิศวกรของดิสนีย์ยังเอาใจนักท่องเที่ยวที่ช่างสังเกตเป็นพิเศษด้วยการซ่อนรูปมิกกี เมาส์นับร้อยรูปตามจุดต่างๆของวอลท์ ดิสนีย์เวิลด์ แม้เรื่องนี้จะมีจุดเริ่มต้นจากการเล่นสนุกกันเองระหว่างจินตวิศวกร แต่ต่อมา ภาพศีรษะกับหูของมิกกี เมาส์ที่มีการซ่อนไว้ก็มีคนนอกพบเห็น ทีมงานซ่อนภาพมิกกี เมาส์ไว้ทั่วสวนสนุกตั้งแต่ในงานโมเสกไปถึงภาพเขียนปูนเปียกมหาราชาในสวนสนุกแอนิมอล คิงดอม

“ลองมองไปที่ช่องหน้าต่างบนชั้นสองของร้านค้าสิ” ไรต์พูดขึ้นมาขณะเราตระเวนชมถนนเมน สตรีท หน้าต่างแต่ละช่องอุทิศเพื่อเป็นเกียรติให้แก่ “ดาวเด่น” ผู้สร้างสรรค์สวนสนุกแห่งนี้ “เราคิดเรื่องนี้เหมือนกับการทำเครดิตปิดท้ายภาพยนตร์” ไรต์กล่าว หน้าต่างช่องแรกเป็นของที่ทำการรถไฟ มีตัวหนังสือเขียนไว้ว่า “วอลเทอร์ ดิสนีย์, หัวหน้าวิศวกร จงรักษาความฝันไว้เสมอ” พอเดินต่อไปจะเห็นหน้าต่างมีข้อความว่า “เอ็ม.ที. ลอตต์ เรียลเอสเตท อินเวสเมนต์” หน้าต่างช่องนี้ทำขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่บริษัทที่ดิสนีย์ตั้งขึ้นในช่วงทศวรรษ 1960 เพื่อใช้แอบซื้อที่ดินขนาด 103 ตารางกิโลเมตรสำหรับสร้างวอลท์ ดิสนีย์เวิลด์ รีสอร์ต

หลังสำรวจ สวนสนุกในส่วนที่จัดว่าเป็นหน้าฉากหรือหน้าเวทีแล้ว ในที่สุด ผมก็ได้รับอนุญาตให้เข้าชมศูนย์ปฏิบัติงานด้านวิศวกรรมซึ่งทำงานอยู่เบื้องหลังและเป็น “ความลับสุดยอด” ที่แทบไม่เคยเปิดให้ใครเข้าชมมาก่อน ผมใช้ประตูลับที่ต้องสาบานว่าจะไม่บอกใครว่าอยู่ที่ไหน (เอาเป็นว่า ถ้าคุณกำลังหาซื้อหมวกมิกกี เมาส์และคุณอยู่ใกล้ปราสาทซินเดลเรลลาละก็...) จากนั้น ผมผลุบเข้าไปหลังผนังร้านส่วนที่ใช้จัดแสดงสินค้า เปิดประตูที่ไม่มีป้ายหรือติดเครื่องหมายใดๆแล้วลงไปสู่อุโมงค์ยูทิลิดอร์

ลึกลงไปหกเมตรจากระดับสวนสนุก ผมเร่งฝีเท้าไปตามอุโมงค์ทางเดินที่สว่างไสวด้วยหลอดไฟนีออน ผ่านโรงอาหารของพนักงานชื่อ “เมาส์คาทีเรีย” ผ่านธนาคาร ห้องเล่นปิงปอง ห้องเก็บเสื้อผ้าและวิกผม กระทั่งพบกับดอน พาร์ทิน ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายบริการวิศวกรรมของวอลท์ ดิสนีย์เวิลด์ ที่รอต้อนรับอยู่

“มีคนนอกไม่กี่คนที่ได้เข้ามาในนี้” พาร์ทินกล่าวขณะนำชมห้องคอมพิวเตอร์ขนาด 9.3 ตารางเมตรที่เต็มไปด้วยสายเคเบิลยาวหลายกิโลเมตร และกองอุปกรณ์ไฮเทคที่ใช้ควบคุมทุกอย่างตั้งแต่เสียงกรีดร้องของภูติผีที่บ้านผีสิง ไปถึงเสียงคำกล่าวสุนทรพจน์ของประธานาธิบดีบารัก โอบามา ที่เดอะ ฮอลล์ ออฟ เพรซิเดนต์ ซึ่งบันทึกโดยใช้เทคโนโลยีที่ช่วยให้หุ่นยนต์ขยับปากได้อย่างสอดคล้องกับเสียง

พาร์ทินบอกว่า ก่อนผมจะมาถึง ทีมงานของเขาเพิ่งได้รับแจ้งทางวิทยุจากศูนย์ประสานงานว่า “ฟิลฮาร์เมจิกเกิดเหตุ 101 จนต้องหยุดฉาย” “แปลว่าอะไรบางอย่างทำ ให้การแสดงที่โรงภาพยนตร์สามมิติของเราหยุดชะงัก” พาร์ทินอธิบาย

“เมื่อเราส่งช่างเทคนิคไปที่นั่น ก็พบว่าเด็กคนหนึ่งในหมู่ผู้ชมกระโดดออกมาจากที่นั่ง ทำให้ระบบเซ็นเซอร์ด้านความปลอดภัยทำงาน การแสดงหยุดลงขณะม่านกำลังจะปิด เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้เป็นบางครั้ง”

แผนกของพาร์ทินยังดูแลการเปิดเพลงคลอสร้างบรรยากาศให้หลายจุดท่องเที่ยวภายในบริเวณสวนสนุก ตั้งแต่การเปิดเพลงแจ๊ซสไตล์ดิกซีแลนด์ให้ถนนเมน สตรีท ยูเอสเอ ไปถึงเปิดแนวเพลงเดวี คร็อกเก็ตต์ให้ส่วนที่เป็นเมืองคาวบอย นอกจากนี้ยังรับผิดชอบการเปิดเพลงส่วนใหญ่ให้เครื่องเล่นแต่ละจุด เมื่อผมถามพาร์ทินว่า เขาทำอย่างไรถึงไม่เป็นบ้าไปก่อนหลังฟังเพลง “โลกใบเล็ก” เป็นรอบที่หนึ่งล้าน เขายิ้มก่อนยื่นหูฟังให้ผม “เวลาเดียวที่ผมจะได้ยินเสียงในนี้คือตอนที่ต้องตรวจว่าเสียงใช้ได้หรือยัง”

ผมลองเสียบสายหูฟังเข้ากับแผงควบคุมแล้วได้ยินเสียงของค้างคาวนับพันตัว ส่วนที่หูฟังอีกสายได้ยินเสียงแผ่นดินไหว “ทั้งสองเสียงเป็นของส่วนภูผาสะเทือน” พาร์ทินกล่าว “เสียงฟังดูดี ทุกอย่างที่นั่น 102 (ทำงานได้ดี)”

กลับไปที่สวนสนุกด้านบน ผมยืนอยู่กับ อเล็กซ์ ไรต์บริเวณปลายถนนเมน สตรีท ยูเอสเอ ตอนนั้นเพิ่งผ่านเวลา 9.00 น. ไป ไม่นาน สวนสนุกเปิดให้บริการแล้ว นักท่องเที่ยวนับพันหลั่งไหลเข้ามา เสียงดนตรีดังสนั่นหวั่นไหว นักแสดงบนถนนร้องรำทำเพลงกันอย่างคึกคัก รถม้าบรรทุกนักท่องเที่ยวพร้อมกล้องถ่ายรูปวิ่งผ่านหน้าเราไป “นี่คือสิ่งที่เราทำ” ไรต์พูดพร้อมยิ้มกว้าง “นี่คือการแสดง”

แม้คนจู้จี้ขี้บ่นที่สุดก็คงจะทนทำหน้าเคร่งเครียดอยู่ไม่ได้ ขณะเห็นเด็กชายตัวเล็กแต่งตัวเป็นโจรสลัด หรือเด็กหญิงตัวน้อยในชุดเจ้าหญิงทำตาโตอย่างตื่นเต้น รวมถึงภาพผู้คนรอบตัวตั้งแต่วัยรุ่นไปถึงคนชรายิ้มแย้มแจ่มใสโดยมีหมวกมิกกีและมินนี เมาส์อยู่บนศีรษะ

ขณะนักแสดงบนถนนยื่นเข็มกลัดที่ระลึกให้เด็กหญิงตัวน้อยๆสองคน แม่ของเด็กหันมาเห็นผมยืนอยู่ข้างๆ เธอจึงถามว่า “คุณพอรู้ไหมว่า ขบวนพาเหรดรอบบ่ายสามโมงจะมีขึ้นเมื่อไหร่”

ผมรีบตอบกลับอย่างไม่ลังเลว่า “คุณควรไปรอที่ถนนเมน สตรีทประมาณ 14.30 เพื่อให้ได้จุดยืนชมดีที่สุด อย่าพลาดนะ คุณจะต้องชอบแน่ๆ”

 

9
คุณชอบบทความนี้ไหม?เชิญให้คะแนน

เรื่องยอดนิยม ...

  1. กลิ่นหอมแห่งฤดูร้อน
  2. ระเริงรมย์บนเกาะบาร์เบโดส
  3. อิสตันบูล

ประเภทของ บทความ

แสดงความคิดเห็น

ชื่อ*
อีเมล*
ความคิดเห็น*
Disclaimer : Reader's Digest reserves the right and authority to display your postings or not, and modify your posts to remove offensive material, remove vulgar comments, remove insults or delete any other content deemed inappropriate, at our discretion.

เรื่องขำขันของคุณมีค่า 1,000 บาท

หากมีเรื่องตลกเฮฮาที่เกิดขึ้นจริง เรามีรางวัล 1,000 บาท สำหรับเรื่องที่ผ่านการคัดเลือกและได้รับการตีพิมพ์ 

ผู้โชคดีได้รับรางวัลประจำปี 2555

ติดตามผลรายชื่อผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลจากเราได้ที่นี่