วันที่ 11 มีนาคม 2554 แผ่นดินไหวครั้งนั้นรุนแรงเป็นอันดับสี่ของโลกเท่าที่เคยมีบันทึกไว้และเป็นครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นเวลา 14.46 . แผ่นเปลือกโลกแปซิฟิกเคลื่อนตัวดันใต้แผ่นเปลือกโลกที่ประเทศญี่ปุ่นตั้งอยู่ก่อให้เกิดแรงสั่นสะเทือนขนาด 9.0 ริกเตอร์เป็นชนวนให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิสูงเกือบ 40 เมตรกำแพงน้ำซัดกระหน่ำใส่เขตโทโฮคุซึ่งเรียงรายตามแนวชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกของญี่ปุ่นภายในไม่กี่นาทีกวาดเอาเมืองและชุมชนหลายแห่งหายไปทั้งเมืองประชาชนเกือบ 16,000 คนเสียชีวิตและอีกกว่า 3,000 คนยังอยู่ในรายชื่อผู้สูญหายอย่างเป็นทางการใน 22 จังหวัด
 
ในช่วงวิกฤตหนักที่สุดโลกได้เห็นคนงานเสี่ยงชีวิตตัวเองเพื่อหยุดยั้งโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ใช้การไม่ได้ไม่ให้ปล่อยสารกัมมันตภาพรังสีซึ่งมีโอกาสมากว่าจะมีอานุภาพทำลายล้างสูงยิ่งกว่าและได้เห็นคนที่ไม่รู้จักกันช่วยกันเก็บข้าวของเพื่อฟื้นคืนบ้านเมืองใหม่ท่ามกลางความโกลาหลวุ่นวายตลอดช่วงเวลานั้นชาวญี่ปุ่นทำตัวสมกับชื่อเสียงที่ได้รับว่าเข้มแข็งและไม่ตีโพยตีพายซึ่งเป็นคุณสมบัติที่พวกเขาเรียกว่ากามัง (gaman)
 
ฟุกุชิมะ 50
ทีมกู้ภัยพิเศษของสำนักงานดับเพลิงกรุงโตเกียวเป็นทีมกู้ภัยชั้นแนวหน้าซึ่งเตรียมพร้อมตลอด 24 ชั่วโมงทีมที่ผ่านการฝึกอย่างเชี่ยวชาญชุดนี้พร้อมเสมอที่จะปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยทุกที่และทุกสถานการณ์พวกเขาได้รับการฝึกให้ผจญเพลิงบนเรือรอบๆอ่าวโตเกียวให้ควบคุมสารที่เป็นอันตรายและไม่เสถียรช่วยเหลือผู้รอดชีวิตจากภัยพิบัติทางธรรมชาติและบางครั้งก็ได้รับมอบหมายให้เสี่ยงภัยปฏิบัติภารกิจที่วางแผนไว้แล้วอย่างดีหลังเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่นี้ ทีมกู้ภัยต้องใช้ทักษะความสามารถและการทุ่มเทเสียสละอย่างเต็มที่
 
ก่อนวันที่ 18 มีนาคม ชาวต่างชาติส่วนใหญ่ ถ้าไม่ออกจากญี่ปุ่นไปแล้วก็กำลังมุ่งหน้าไปยังสนามบินนาริตะเพื่อเดินทางออกนอกประเทศ ผู้คนทั้งในและนอกเมืองฟุกุชิมะกำลังลนลานหนีไปให้ไกลจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะไดอิชิให้มากที่สุด ทว่าเจ้าหน้าที่ทีมกู้ภัยพิเศษซึ่งประกอบด้วยซาโตะ ยาสุโอะ ผู้บัญชาการหน่วยวัย 60 ปี ทากายามา ยูกิโอะ กัปตันทีมวัย 55 ปี และโทมิโอกะ โทโยฮิโกะ วัย 48 ปี กลับมุ่งหน้าเข้าหาใจกลางหายนะ
 
หลังเที่ยงคืน เมื่อทีมเข้าสู่เขตอันตรายด้วยชุดเครื่องแบบนักผจญเพลิงสีส้ม สวมถุงมือและหมวกกันกระแทกสีเงินพร้อมไฟฉายที่หน้าหมวก พวกเขาทั้งสามพร้อมเพื่อนร่วมงานก็กลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกในฐานะวีรบุรุษ “ฟุกุชิมะ 50” แม้ส่วนใหญ่จะยังไม่รู้ว่าโรงไฟฟ้าเสียหายเพียงใดและอันตรายก็ยังปรากฏออกมาตลอด แต่พวกเขาก็เริ่มต้นภารกิจสุดเสี่ยงเพื่อควบคุมให้เตาปฏิกรณ์ซึ่งเกิดระเบิดเมื่อโรงไฟฟ้าถูกคลื่นสึนามิซัดน้ำเข้าท่วมนันเย็นลง
 
ในตอนเริ่มแรก เจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าสู่บริเวณโรงไฟฟ้าด้วย “รถสู้ภัย” เพื่อดูให้มั่นใจว่ารถที่มีเครื่องฉีดพ่นน้ำจะเข้าถึงบริเวณโรงไฟฟ้าได้หรือไม่ รถสู้ภัยมีเกราะป้องกันกัมมันตภาพรังสีอันตรายซึ่งรั่วไหลออกสู่ชั้นบรรยากาศ และมีระบบเตือนถ้าได้รับรังสีมากเกินขีดจำกัด แต่ไม่ช้า ทีมกู้ภัยก็ตระหนักว่ารถสู้ภัยไม่สามารถแล่นฝ่ากองขยะเพื่อเข้าไปยังอาคารเป้าหมายให้ใกล้มากพอ เศษซากหักพังและเศษไม้เกลื่อนกลาดทั่วบริเวณ พวกเขาไม่สามารถนำรถฉีดน้ำเข้าไปใกล้พอที่จะสูบน้ำทะเลเข้ามาฉีดใส่เตาปฏิกรณ์ที่กำลังร้อนจัด
 
เมื่อไม่มีทางเลือกอื่น ทีมกู้ภัย 40 คนจำเป็นจะต้องวางสายฉีดน้ำยาว 50 เมตรเจ็ดเส้นด้วยกำลังคน สายฉีดนี้จะส่งน้ำทะเลจากรถสูบน้ำพลังแรงขึ้นไปยังหัวฉีดที่ยกสูงอยู่ข้างเตาปฏิกรณ์หมายเลข 3 ซึ่งมีรถฉุกเฉินอีกหนึ่งคันจอดอยู่
 
“เป็นงานที่ยากมาก เพราะสายฉีดขนาดใหญ่กว่าสายฉีดน้ำดับเพลิงปกติสองเท่า คือมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 15 เซนติเมตรและหนักกว่า 100 กิโลกรัม” ทาคายามะซึ่งตอนนี้เป็นหัวหน้าสถานีดับเพลิงมาชิดะของโตเกียวกล่าว
 
พนักงานส่วนหนึ่งดึงสายฉีดน้ำดับเพลิงออกจากม้วนท่ามกลางความมืดมิด โดยให้อีกพวกหนึ่งคอยร้องบอกทาง “ระวังบ่อพัก ตรงกลางค่อนไปทางซ้าย” คนหนึ่งตะโกน
 
สถานการณ์ตึงเครียดและทีมกู้ภัยก็รู้ว่าตนต้องทำงานนี้ให้สำเร็จอย่างรวดเร็ว แม้จะผ่านการฝึกรู้จักใช้อุปกรณ์หนักเพื่อช่วยชีวิต หรือเคลื่อนย้ายสิ่งอันตรายออกไปในสถานการณ์ยากลำบาก แต่นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาต้องต่อสู้กับสิ่งที่มองไม่เห็นสัมผัสไม่ได้ นั่นคือ สารกัมมันตภาพรังสีซึ่งตรวจจับได้ด้วยเครื่องวัดพิเศษเท่านั้น เครื่องตรวจจับขนาดพกพาเหล่านี้ส่งเสียงบี๊บๆ ไม่หยุดหย่อน
 
“ราวๆ 40 ไมโครซีเวิร์ต” เพื่อนร่วมทีมคนหนึ่งตะโกน “ระดับกัมมันตภาพรังสีไม่สูง ไม่ต้องห่วง”
 
ทุกคนเฝ้าติดตามดูระดับสารกัมมันตภาพรังสีและร้องเตือนเพื่อนร่วมงาน โดยเฉพาะตอนราวเที่ยงคืนของวันที่ 19 มีนาคมที่เข็มไต่ขึ้นไปเกิน 100 มิลลิซีเวิร์ต ซึ่งเท่ากับเกือบ 3,000 เท่าของค่าที่อ่านได้บางช่วงก่อนหน้านั้น
 
“น่ากลัวมาก เรื่องยากที่สุดคือการรักษาขวัญและจิตใจของทีม” ทากายามะกล่าว
 
 
ทีมงานในรถสูบน้ำเตรียมตัวอยู่ห่างจากโรงไฟฟ้าราว 2 เมตรพอถึงเวลาประมาณ 12.30 . ก็เริ่มฉีดพ่นน้ำทะเลสูง 22 เมตรพวกเขาฉีดน้ำทะเลนาน 20 นาทีด้วยกำลังแรงสามตันต่อนาทีเพื่อพยายามลดอุณหภูมิของเตาปฏิกรณ์
โปรดอ่านต่อฉบับเดือนเมษายน 2555

6
คุณชอบบทความนี้ไหม?เชิญให้คะแนน

เรื่องยอดนิยม ...

  1. กลิ่นหอมแห่งฤดูร้อน
  2. กามัง จิตวิญญาณแห่งความอดทน
  3. ความทรงจำเรื่องช้าง

ประเภทของ เรื่องราว

แสดงความคิดเห็น

ชื่อ*
อีเมล*
ความคิดเห็น*
Disclaimer : Reader's Digest reserves the right and authority to display your postings or not, and modify your posts to remove offensive material, remove vulgar comments, remove insults or delete any other content deemed inappropriate, at our discretion.

เรื่องราว ที่น่าสนใจ

แรงบันดาลใจ
สุขภาพ & การแพทย์
อาหาร & สูตรอาหาร
บ้าน & สวน
เรื่องเล่า & สัมภาษณ์
บทความแรงบันดาลใจทั้งหมด สุขภาพ & การแพทย์ทั้งหมด อาหาร & สูตรอาหารทั้งหมด บ้าน & สวนทั้งหมด เรื่องเล่า & สัมภาษณ์ทั้งหมด