ขณะรถไฟสายชานเมืองของมุมไบเข้าจอด 20 วินาทีที่สถานีเมื่อเวลา 18.32 น. ผู้โดยสารก็กรูออกและกรูเข้าในตู้โดยสารที่แน่เอี้ยด 12 ตู้ นี่เป็นภาพปกติที่พบเห็นได้ทั้งในและรอบๆ มหานครที่มีผู้คนแออัดมากที่สุดของอินเดีย โรมา ตาลรีชา พนักงานวัย 21 ปีประจำศูนย์โทรศัพท์พยายามหาที่ยืนตรงมุมใกล้ๆ ประตูหลังจากเบียดแทรกเข้าไปในตู้โดยสารเฉพาะสุภาพสตรีได้สำเร็จ รถไฟกระชากไปข้างหน้า โรมาซึ่งถูกเบียดเสียดอยู่ในหมู่ผู้หญิงคนอื่นๆ จู่ๆ ก็ถูกผลัก เธอพยายามหาที่ว่างเพื่อยืนให้มั่นคงแต่ก็ต้องตกใจเสียหลัก
 
มือของเธอเอื้อมคว้าราวเหล็กเหนือศีรษะ แต่พบกับความว่างเปล่า ตัวเธอถูกเหวี่ยงออกจากรถ เสียงคำรามกึกก้องของรถไฟกลบเสียงของโรมากระแทกพื้นเบื้องล่างห่างออกไปเมตรกว่าๆ เธอสลบไป
 
พาเลศวร มิศรา วัย 20 ปี ยืนอยู่ใกล้ประตูของรถไฟอีกขบวนซึ่งแล่นสวนมา เข้าแทบไม่เชื่อสิ่งที่เพิ่งได้เห็น นั่นคือหญิงสาวสวมชุดซาลวาร์กามีซ (ชุดอินเดีย) สีดำนอนอยู่ข้างรางรถไฟ ขณะนั้นเอง เสียงฮือและเสียงหวีดด้วยความตกใจก็ดังมาจากตู้ที่เขายืนอยู่ “มีผู้หญิงอยู่ข้างรางรถไฟ” หลายเสียงร้องบอก
 
โดยไม่ต้องคิด พาเลศวรรีบคว้าสายโซ่ฉุกเฉินสีแดงของรถไฟและลนลานดึงมันลงมา เขากวาดสายตาดูคนในตู้โดยสารซึ่งล้วนแต่มีสีหน้าระแวดระวังตัว “ไปช่วยเธอกันเถอะ!” เขาตะโกน แต่ไม่มีผู้ใดอาสา อาจไม่กล้าเข้าไปเกี่ยวข้องหรือกลัวตัวเองจะเดือดร้อน
 
ใจของพาเลศวรเต้นตึกๆ เขาเบียดจนตัวเองลงมาอยู่ตรงประตูแล้วกระโดดลงจากรถไฟที่ยังเคลื่อนอยู่ ตอนที่ตัวถึงพื้น เขารู้สึกเจ็บแปลบที่ข้อเท้า แต่ไม่เป็นอะไรมาก เขาลุกขึ้นยืนและพบว่าพื้นรองเท้าฟองน้ำคู่เก่าฉีกขาดเนื่องจากกระโดดลงมา แต่เขาก็ออกวิ่งจี๋ไปตามรางขณะรถไฟเริ่มเร่งความเร็วขึ้นอีกครั้งและลับตาไป
 
พาเลศวรยังอยู่ไกลจากโรมามาก เขามองไม่เห็นเธอ หวังว่าเราคงไม่สายเกินไป เขาคิด หลังจากวิ่งไปสักครู่เขาก็พบเธอนอนเหยียดยาวอยู่ข้างทางรถไฟ “พี่ เป็นอะไรหรือเปล่า” เขาถาม แต่ไม่มีเสียงตอบและไม่มีใครแถวนั้นให้ขอความช่วยเหลือได้ ทั้งสองอยู่กันเพียงลำพังระหว่างสถานีสองสถานี่อยู่ห่างกันห้ากิโลเมตรในอำเภอธานีซึ่งติดกับเมืองมุมไบ
 
พาเศวรมองเห็นเลือดไหลออกมาจากบาดแผลยาวลึกทางด้านหลังศีรษะของหญิงสาว เขาสวดมนต์ในใจพลางอุ้มร่างของโรมาซึ่งสูง 157 เซนติเมตร หนัก 50 กิโลกรัมขึ้นอย่างระมัดระวัง แล้วเดินข้ามราง ตาก็คอยมองดูรถไฟและมองหาทางออกมาจากบริเวณนั้น เขาเดินฝ่าดงพุ่มไม้ไปตามทิศทางของเสียงจนพบถนน “พี่สาวผมบาดเจ็บ” เขาวิงวอนคนขับรถที่ขับผ่านมา “ช่วยผมพาเธอไปโรงพยาบาลด้วยครับ” แต่ไม่มีใครหยุด
 
เช้าวันนั้นเป็นวันศุกร์ที่ 10 ธันวาคม 2553 โรมา ตาลรีชามาถึงที่ทำงานแต่เช้าด้วยความแจ่มใจ บัณฑิตพาณิชยศาสตร์ผู้นี้ทำงานที่นี่มาสองปีแล้ว เธอชอบงานพูดคุยติดต่อลูกค้ามากและได้รู้จักเพื่อนใหม่ๆ ที่นั่น หลังเลิกงานเธอกับเพื่อนๆ จะไปที่ห้องอาหารของบริษัท พูดคุยเฮฮาหยอกล้อและวางแผนเที่ยววันหยุดสุดสัปดาห์กัน จากนั้นโรมาจึงเดินทางกลับบ้านตามลำพังหลังออกเวร กลับไปกินมื้อค่ำพร้อมหน้าพ่อแม่กับน้องชายและคุยโทรศัพท์นานๆ กับวิชัยคู่หมั้นของเธอ
 
โปรดอ่านต่อในฉบับเดือนกุมภาพันธ์ 2555

4
คุณชอบบทความนี้ไหม?เชิญให้คะแนน

เรื่องยอดนิยม ...

  1. ฆาตกรรมยามฟ้าสาง
  2. ผู้หญิงตกรถไฟ
  3. มหันตภัยดินโคลนถล่ม

ประเภทของ บทความ

แสดงความคิดเห็น

ชื่อ*
อีเมล*
ความคิดเห็น*
Disclaimer : Reader's Digest reserves the right and authority to display your postings or not, and modify your posts to remove offensive material, remove vulgar comments, remove insults or delete any other content deemed inappropriate, at our discretion.

เรื่องขำขันของคุณมีค่า 1,000 บาท

หากมีเรื่องตลกเฮฮาที่เกิดขึ้นจริง เรามีรางวัล 1,000 บาท สำหรับเรื่องที่ผ่านการคัดเลือกและได้รับการตีพิมพ์ 

ผู้โชคดีได้รับรางวัลประจำปี 2555

ติดตามผลรายชื่อผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลจากเราได้ที่นี่