เด็กหญิงผู้กล้า
ตอนที่แมดดีแม็กเรตะเกียกตะกายให้ถึงฝั่งหลังไถลตกห้วงน้ำเย็นเฉียบเธอมีความคิดอย่างเดียวเท่านั้น‘ฉันต้องช่วยครอบครัวฉันเดี๋ยวนี้’
สเตฟานีแม็กเรก็เหมือนชาวรัฐออริกอนส่วนใหญ่เธอชินกับการขับรถในสภาพอากาศชื้นแฉะแม้ฝนจะยังซัดสาดใส่กระจกหน้ารถเอสยูวี (รถสปอร์ตอเนกประสงค์) ของเธอแต่ดูเหมือนช่วงที่พายุกระหน่ำหนักที่สุดของวันนั้นได้ผ่านพ้นไปแล้วขณะที่เธอขับรถพาแมดดิสันลูกสาววัย11 ปีกลับบ้านตอน 20.30 น. หลังไปร่วมกิจกรรมกลุ่มเยาวชนที่โบสถ์แห่งหนึ่ง
แมดดีนั่งเบาะหน้าส่วนเด็กวัยหัดเดินสองคนที่ครอบครัวแม็กเรรับเป็นลูกบุญธรรมคาดสายนิรภัยอยู่ในที่นั่งเด็กตรงเบาะหลังแม็กเรวัย 39 ปีเลี้ยวรถฟอร์ดเอ็กเพดิชันสีน้ำเงินของเธอเข้าสู่ถนนเซาท์แพร์รีซึ่งครอบครัวเธอพำนักอยู่ในชนบทแถบทิลลามุกขณะเข้าโค้งจะข้ามห้วยฟอว์เซ็ตต์แม็กเรก็เจอเข้ากับภาพอันน่าตื่นตกใจถนนที่อยู่ตรงหน้านั้นพังยุบและถูกน้ำซัดหายไปเธอเหยียบเบรกเต็มแรงรถลื่นไถลลงไปในช่องกว้างร่วงลงสู่ลำห้วยน้ำเจิ่งนองซึ่งอยู่ต่ำลงไปประมาณ 6 เมตรและถูกน้ำพัดลอยไปตามลำห้วยซึ่งพายุเปลี่ยนสภาพให้กลายเป็นแม่น้ำเชี่ยวกรากกว้างถึง 30 เมตรไปแล้ว ก้อนหินและกิ่งไม้ที่ถูกน้ำพัดพามากระแทกใส่รถฟอร์ดซึ่งพลิกหงายท้องขึ้นแรงกระแทกทำให้หน้าต่างรถแตกกระจาย
ไม่มีใครบาดเจ็บแต่ก็ไม่มีทางหนีได้เช่นกันรถทั้งคันถูกแรงน้ำพัดไปยังแม่น้ำทิลลามุกซึ่งอยู่ห่างไปไม่ถึง 400 เมตรแม็กเรตะเบ็งเสียงฝ่าค่ำคืนอย่างหมดหนทางเรียกหาแดนผู้เป็นสามีและภาวนาออกมาดังๆกับแมดดี “ได้โปรดเถิดพระเจ้าโปรดช่วยเราด้วย!”
“ที่จริงฉันไม่คิดเลยว่าเราจะรอดไปได้สักคน” แม็กเรนึกย้อนถึงตอนนั้นรถที่จมและเต็มไปด้วยน้ำพลันหยุดกับที่เมื่อถูกซัดเข้าไปเกยตรงมุมหนึ่งซึ่งมีท่อนซุงขวางคาอยู่
แมดดีนั่นเองที่ตั้งสติได้เด็กหญิงจวนจะวัยรุ่นตัวเล็กแต่แข็งแรงมุดออกทางหน้าต่างช่องใส่ของด้านหลังซึ่งแตกหมดตะกายขึ้นไปตรงบนหลังคารถซึ่งพลิกคว่ำกลับมาเองแล้วตะโกนบอกให้แม่ส่งน้องๆขึ้นมาไม่ช้าทั้งสี่คนก็กอดกันกลมอยู่บนหลังคารถที่ยับเยินพยายามทรงตัวให้อยู่เวลากระแสน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆซัดใส่แม็กเรกระชับเด็กคนสองขวบไว้กับอกพร้อมกับใช้ขาหนีบเด็กคนสามขวบแล้วใช้แขนข้างหนึ่งโอบรอบตัวเขาไว้เด็กเล็กทั้งคู่เงียบกริบจนแม็กเรสงสัยว่าเป็นปกติกันอยู่หรือไม่แมดดีร้องขึ้นว่า “แม่คะหนูต้องไปหาคนมาช่วย”
แม็กเรรู้ดีว่ามันเป็นความหวังเดียวของพวกเธอเธอรู้ว่าถ้าเธอพยายามไปเองแมดดีคงจับน้องน้อยสองคนไว้ไม่ไหวแล้วเด็กทั้งสามก็อาจจมน้ำกันหมดแต่แมดดียังอยู่ระหว่างพักฟื้นจากผ่าตัดเท้าเพิ่งถอดเฝือกได้แค่สัปดาห์เดียวเธอจะทำอย่างไรดี พวกเธอติดอยู่ท่ามกลางกระแสน้ำเชี่ยวเอ่อในความมืดมิดห่างจากตลิ่งลำห้วยกว่า 7.5 เมตร
แม็กเรมองลูกสาวตัวน้อยที่ตั้งใจเด็ดเดี่ยว “ฉันคิดว่านี่อาจเป็นโอกาสสุดท้ายที่ฉันจะได้พูดกับลูกก็ได้ฉันต้องบอกลูกว่าอะไรดีนะ” เธอเล่าย้อนไป “แม่รักลูกจ้ะ!” เธอตะโกนแข่งเสียงน้ำกึกก้อง “แม่ภูมิใจในตัวลูกระวังตัวนะ!”
“หนูรู้ว่าหนูทำได้” แมดดีตอบเธอกำลังเรียนอยู่ชั้นประถม 6 หนัก 42.75 กิโลกรัมคว้ายึดกิ่งไม้เล็กๆ กิ่งหนึ่งซึ่งมีตะไคร่ขึ้นที่ห้อยอยู่เหนือรถแล้วไต่ข้ามลำห้วยไปอย่างคล่องแคล่วพอถึงฝั่งเธอก็โดดเข้าไปใน “พุ่มไม้ที่มีหนามเต็มไปหมด” แล้วตั้งต้นวิ่งเธอเล่าว่า “คล้ายๆกับหนูถูกตั้งเครื่องให้ทำงานเต็มที่”
ตอนนี้น้ำเย็นเยียบไต่สูงขึ้นถึงหน้าอกแม็กเรแล้วแขนที่โอบรัดเด็กเล็กทั้งสองไว้เริ่มเปลี้ยลงเรื่อยๆเธอเห็นเงาร่างของลูกสาวขณะที่เด็กหญิงพุ่งขึ้นเนินไปยังทุ่งหญ้าหลังบ้านคนที่อยู่ใกล้สุดทันใดเธอก็ได้ยินเสียงแมดดีกรีดร้อง
“หนูชนรั้วไฟฟ้า” แมดดีเล่า “เจ็บจริงๆเลย” เธอพยายามปีนข้ามรั้วนั่นสี่ห้าครั้งในสภาพเท้าเปล่าและตัวเปียกโชกแต่ละครั้งก็ถูกเหวี่ยงกลับด้วยแรงช็อกที่เขาตั้งใจจะเอาไว้ใช้กันม้าไม่ให้ออก ในที่สุดเธอก็เจอจุดที่ไม่มีกระแสไฟใกล้กับประตูรั้วจึงปีนข้ามไปแม็กเรมองเห็นไฟหน้าบ้านบนยอดเนินนั้นเปิดสว่าง
โปรดอ่านต่อฉบับเดือนเมษายน 2555
|
| |||||
แสดงความคิดเห็น
| ชื่อ* | |
| อีเมล* | |
| ความคิดเห็น* | |
Disclaimer : Reader's Digest reserves the right and authority to display your postings or not, and modify your posts to remove offensive material, remove vulgar comments, remove insults or delete any other content deemed inappropriate, at our discretion.

เรื่องราว ที่น่าสนใจ
เรื่องราว ที่น่าสนใจ
|
แรงบันดาลใจ
|
สุขภาพ & การแพทย์
|
อาหาร & สูตรอาหาร
|
บ้าน & สวน
|
เรื่องเล่า & สัมภาษณ์
|
| บทความแรงบันดาลใจทั้งหมด | สุขภาพ & การแพทย์ทั้งหมด | อาหาร & สูตรอาหารทั้งหมด | บ้าน & สวนทั้งหมด | เรื่องเล่า & สัมภาษณ์ทั้งหมด |




