ชุบชีวิตซาจาด
การพบกันโดยบังเอิญระหว่างทหารกองหนุนของกองทัพอากาศนายหนึ่งกับเด็กชายชาวอิรักซึ่งได้รับบาดเจ็บ คือจุดเปลี่ยนในชีวิตของคนทั้งสอง
By เจนนิเฟอร์ ฮอปต์เสียงคำสั่งฟังน่าหวั่นใจแผดซ้ำๆ ออกมาจากลำโพงว่า “เจ้าหน้าที่การแพทย์ทุกท่าน โปรดไปรายงานตัวที่โรงพยาบาลแอร์ฟอร์ซเทียเตอร์”นาวาอากาศตรีเควิน เบอร์เกอร์ ทหารกองหนุนวัย 49 ปี ของกองทัพอากาศและวิศวกรโยธา มาที่ฐานทัพใกล้เมืองบาลาดของอิรักเพื่อสร้างสะพานที่พังลงขึ้นมาใหม่ แต่ที่บ้านเกิดในเมืองเกลนเอลเลน รัฐแคลิฟอร์เนีย เบอร์เกอร์เป็นอาสาสมัครผจญเพลิงและเจ้าหน้าที่กู้ชีพฉุกเฉิน เขาลงชื่อเข้าทำงานที่โรงพยาบาลในช่วงเวลาว่าง จะมีสถานที่ใดที่ฝึกกู้ชีพได้ดีกว่าสนามรบอีกเล่า เขานึก
เบอร์เกอร์ไม่อาจคาดคิดได้เลยว่าจะได้เห็นอะไรในวันนั้น เมื่อไปถึงโรงพยาบาล เขาได้รับทราบว่าเกิดเหตุระเบิดคาร์บอมบ์ขึ้นที่หมู่บ้านใกล้ๆ กัน ตอนนี้ผู้เคราะห์ร้ายที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสหลายสิบคนแออัดกันอยู่ในห้องฉุกเฉิน ในจำนวนนั้นมีเด็กชายคนหนึ่งนอนอยู่บนเปลหาม ตัวเปรอะไปด้วยเลือดและฝุ่น แขนผอมบางของเขาวางพักอยู่บนอุ้งมือของผู้เป็นพ่อ
เบอร์เกอร์มองดูชายชาวอิรักท่าทางเหนื่อยอ่อนคนนั้นตาไม่กะพริบ เด็กชายน่าจะอายุไม่เกิน 5ขวบ เบอร์เกอร์มีลูกสาววัยเดียวกัน
วันนั้นเป็นวันที่ 12 ของเดือนรอมฎอนอันศักดิ์สิทธิ์ของชาวมุสลิมในเดือนกันยายน ปี 2551 ซาจาดวัย 4 ขวบ (ไม่เปิดเผยนามสกุลด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย) อยู่ระหว่างทางจะไปร้านตัดผมของบิดาพร้อมกับพี่ชายอีกสองคนคือ อาลี วัย 8 ขวบ และจูเซน วัย 7 ขวบ เลฟตาห์ วัย 42 ปี ผู้เป็นบิดาถือศีลอดอาหารมาตลอดทั้งวัน พวกลูกๆ กำลังมาตามเขาไปกินอาหารมื้อเย็น
ขณะเด็กๆ มาถึงหน้าร้าน คาร์บอมก็ระเบิดขึ้น เลฟตาห์ถลันพรวดออกมาที่ถนนซึ่งคละคลุ้งไปด้วยกลุ่มควัน เขาเห็นซาจาดอยู่บนพื้น ขาข้างหนึ่งขาด เศษบาดแผลเปื้อนเลือดเลอะเต็มหน้าและแขน
เลฟตาห์ช้อนตัวลูกขึ้นแล้ววิ่งไปตามถนน มองหาลูกชายอีกสองคนไปด้วย แต่หาไม่พบและซาจาดก็ต้องการการรักษา เพื่อนคนหนึ่งขับรถพาพวกเขาไปส่งที่โรงพยาบาล พวกหมอมองดูซาจาดแวบเดียวก็ส่งพ่อลูกขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปยังโรงพยาบาลกองทัพอากาศที่อยู่ใกล้ๆ กัน
ขณะที่เควิน เบอร์เกอร์ยืนอยู่กับหมอซึ่งกำลังตรวจอาการซาจาดตอนเย็นวันนั้น พวกหมอพูดว่าอาจจำเป็นต้องตัดขาของเด็กชายส่วนที่ต่ำกว่าเข่าออกไป เบอร์เกอร์เดินกลับไปที่ห้องรอ แล้ววางมือลงบนไหล่ของเลฟตาห์ “พ่อคนนี้เงยหน้าขึ้นพร้อมแววกังวลอย่างนั้นในดวงตา ไม่จำเป็นต้องมีคำแปล” เบอร์เกอร์เล่า เขาอยากจะพูดว่า แล้วมันจะผ่านไปด้วยดี
วันรุ่งขึ้น เบอร์เกอร์แวะมาที่ห้องซึ่งซาจาดพักฟื้นอยู่ เลฟตาห์ลุกขึ้นยืนและยกมือขวามาประทับที่หน้าอกซึ่งเป็นการทักทายและแสดงความนับถือของชาวมุสลิม
เบอร์เกอร์ชี้ที่ปาก ทำท่าบุ้ยใบ้ หิวไหม
เลฟตาห์ทำนิ้วเป็นรูปตัววี ผมอยากได้บุหรี่
เบอร์เกอร์พาเลฟตาห์ออกไปสูบบุหรี่ข้างนอก ทั้งสองไม่ได้พูดอะไร แต่ความผูกพันเริ่มก่อตัวขึ้นแล้ว เราต่างก็เป็นพ่อคน เบอร์เกอร์นึก เราต่างก็เป็นห่วงเด็กคนนี้ เขาตัดสินใจตอนนั้นเองว่า เราต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อช่วยพวกเขา
ต่อมาเมื่อเบอร์เกอร์กลับไปที่ห้องของซาจาด เลฟตาห์กลับไปแล้ว ในที่สุดก็มีใครสักคนที่ฐานทัพโทรศัพท์ไปที่บ้านของเลฟตาห์เพื่อบอกลามีอาห์ ภรรยาของเขา ว่าลูกชายคนเล็กอยู่ที่โรงพยาบาลและพ่อของเด็กอยู่ด้วย เธอส่งลูกคนโตมารับเลฟตาห์กลับบ้าน
เมื่อเลฟตาห์มาถึงที่บ้านนั้น เสียงร้องไห้คร่ำครวญดังลอดออกมา แล้วเขาก็ได้ทราบข่าวอันสุดเลวร้าย นั่นคืออาลีและจูเซนเสียชีวิต ชาวอิรัก 2 รายจาก 31 รายเสียชีวิตในเหตุระเบิดคาร์บอมบ์ “เลฟตาห์รู้สึกเหมือนเขาหมดสิ้นทุกสิ่ง” ลามีอาห์เล่าให้ฟังในภายหลัง “ราวกับว่านี่คือจุดจบสำหรับเขา”
ในช่วงสองสามวันหลังจากนั้น เบอร์เกอร์แวะมาเยี่ยมซาจาดขณะที่เด็กชายพักฟื้นจากการผ่าตัด มีคนเอาเข็มฉีดยาใส่น้ำให้ซาจาดเล่น เขาทักทายเบอร์เกอร์ด้วยการฉีดน้ำใส่และหัวเราะขำ ลูกชายเราก็คงจะทำอย่างนั้น เบอร์เกอร์นึก
โปรดอ่านต่อฉบับเดือนกรกฎาคม 2555
|
| |||||
แสดงความคิดเห็น
| ชื่อ* | |
| อีเมล* | |
| ความคิดเห็น* | |
Disclaimer : Reader's Digest reserves the right and authority to display your postings or not, and modify your posts to remove offensive material, remove vulgar comments, remove insults or delete any other content deemed inappropriate, at our discretion.

เรื่องราว ที่น่าสนใจ
เรื่องราว ที่น่าสนใจ
|
แรงบันดาลใจ
|
สุขภาพ & การแพทย์
|
อาหาร & สูตรอาหาร
|
บ้าน & สวน
|
เรื่องเล่า & สัมภาษณ์
|
| บทความแรงบันดาลใจทั้งหมด | สุขภาพ & การแพทย์ทั้งหมด | อาหาร & สูตรอาหารทั้งหมด | บ้าน & สวนทั้งหมด | เรื่องเล่า & สัมภาษณ์ทั้งหมด |




