โลกของสื่อยุคใหม่ทำให้เส้นแบ่งระหว่างสิ่งที่หยาบคายกับสิ่งที่เหมาะสมเริ่มพร่าเลือนเสียแล้ว โมฮัมเหม็ด ราฟี ข้าราชการวัย 28 ปี ไปร่วมงานแต่งงานที่ไม่เหมือนใคร เพราะฝ่ายเจ้าบ่าวอัปเดตข่าวในหน้าเฟซบุ๊คของตนตลอดพิธี

“ผมเช็กหน้าเฟซบุ๊คของตัวเองค่อนข้างบ่อย เลยได้เห็นสถานะล่าสุดของเจ้าบ่าวว่ากำลังเล่าเหตุการณ์เป็นฉากๆ เช่น กำลังเปลี่ยนชุด หรือบอกว่ารู้สึกอย่างไรตลอดงาน” ราฟีเล่า

ช่วงที่เดินทางไปแข่งไกลบ้าน เวย์น รูนีย์ นักฟุตบอลทีมชาติอังกฤษและทีมสโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดวัย 25 ปี ชิงสารภาพกับโคลีน ซึ่งเป็นภรรยาผ่านการส่งข้อความก่อนจะถูกสื่อมวลชนแฉว่าเขาไปมีสัมพันธ์กับนางทางโทรศัพท์

ขอต้อนรับสู่โลกอันแปลกใหม่ของเครือข่ายสังคม โทรศัพท์สมาร์ทโฟน และการส่งข้อความด่วนที่มีเส้นแบ่งพรมแดนไม่ชัดเจนระหว่างโลกความจริงกับโลกเสมือนและระหว่างความสัมพันธ์ทางสังคมกับความเป็นมืออาชีพ

บางคนเรียกสถานที่นี้ว่าโลกแห่งมารยาททราม

ในยุคของคนรุ่นใหม่ที่เชี่ยวชาญการใช้เทคโนโลยี แนวคิดแบบเก่าเรื่องความเป็นส่วนตัวและสิ่งที่ควรอับอายนั้นกำลังถูกคลายไปหมดเพราะความต้องการสื่อสารแบบออนไลน์ทันใจ

มาร์ก สแปโรว์ กรรมการผู้จัดการของบริษัทจัดหาบุคลากรเคลลีเซอร์วิสในสิงคโปร์ กล่าวว่า น่าขันที่คนยุคเจเนอเรชันวายเป็นคนยุคไฮเทค แต่ขาดกาลเทศะเรื่องมารยาททางธุรกิจ

รูปแบบการสื่อสารที่สั้นและย่นย่อกลายเป็นสิ่งที่เห็นดาษดื่นกระทั่งในอีเมลที่ทำงาน เขาเสริมว่า “เด็กยุคใหม่มองว่าการใช้ภาษาแบบ ‘เอสเอ็มเอส’ เป็นเรื่องปกติ เห็นตัวอย่างได้จากอีเมลว่าพวกเขาเขียนเหมือนการส่งข้อความ” เอสเอ็มเอส (SMS- short message service) หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่าการส่งข้อความสั้น ตัวอย่างการใช้ภาษาย่อในเอสเอ็มเอส เช่น ใช้ ppl แทนคำว่า people และ cfm แทนคำว่า confirm การขาดมารยาทที่ดีเช่นนี้ลุกลามไปถึงกิจกรรมทางสังคมด้วย ตั้งแต่รูปถ่ายเวลาไปเที่ยวจนถึงการทะเลาะกับแฟน ทุกอย่างอยู่บนโลกออนไลน์หมด

ลี เจียยี ผู้บริหารงานประชาสัมพันธ์ วัย 29 ปี กล่าวว่า “ฉันมีเพื่อนที่ต้องล็อกอินเข้าเฟซบุ๊คทันทีที่ตื่นนอน แล้วโพสต์ข้อความว่า ‘อรุณสวัสดิ์ ชาวเฟซบุ๊ค’ สักพักต่อมาว่า ‘กำลังกินอาหารเช้าอยู่’ เห็นแล้วก็นึกในใจว่าไม่มีใครอยากรู้หรอก”

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ไมเคิล เนตซลีย์จากมหาวิทยาลัยการจัดการสิงคโปร์ (SMU) กล่าวว่า พฤติกรรมเหล่านี้ส่วนใหญ่มาจาก “ความเปิดเผยทะลุปรุโปร่งและความหลงตัวเองที่เพิ่มขึ้น”

“ทุกอย่างที่เราทำสามารถแสดงให้คนอื่นเห็นและประสบการณ์บนเว็บจึงกลายเป็นเรื่องของ ‘ตัวฉัน’ มากขึ้น” เขากล่าว เว็บไซต์เครือข่ายสังคมออกแบบมาให้อวดรูปถ่ายและแจ้งข่าวสารล่าสุด การปิดกั้นจึง “แทบจะทำไม่ได้”

“ถ้าเจออะไรไม่ถูกใจบนเว็บ ผมก็จะคลิกเมาส์เพื่อเปลี่ยนไปดูเนื้อหาอื่นที่มีอยู่มากมายไม่รู้จบได้ทันที” เขาเสริม ลีมีคำตอบที่คล้ายกันกับปัญหาเพื่อนช่างโพสต์ของเธอ นั่นคือลบเพื่อนคนนั้นทิ้งจากรายชื่อเพื่อน

มาร์ก เซไนต์แห่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนันยาง กล่าวว่า “จากการวิจัยพบว่าการสื่อสารกันทางออนไลน์ไม่มีสัญญาณให้จังหวะโต้ตอบเหมือนอย่างปฏิสัมพันธ์แบบตัวต่อตัว เราจึงมีแนวโน้มที่จะแสดงออกมากเกินไปโดยไม่ยับยั้ง มักจะใส่อารมณ์มากขึ้นและสุภาพน้อยลง” ศ.เนตซลีย์เสริมว่า “เมื่อสื่อสังคมป้อนสิ่งเหล่านี้เรื่อยๆ ความคาดหวังจึงเปลี่ยนไป ผู้คนหวังให้เรามีปฏิสัมพันธ์กับพวกเขาทางออนไลน์ในแบบเดียวกับที่มีตามปกติ จึงเกิดปัญหาเช่นเดียวกับในโลกความจริง นั่นคือบางครั้งผู้คนก็โมโหเมื่อเราไม่เป็นอย่างที่เขาคาดหวัง” แล้วกฎระเบียบที่บังคับใช้ในสื่อสังคมเป็นอย่างไร เช่น ในการโพสต์ข้อความ สิ่งใดที่ยอมรับได้หรือรับไม่ได้ และคุณควรใช้เวลามากน้อยแค่ไหนกับโทรศัพท์มือถือหรือทวิตเตอร์

“ช่องทางสื่อสารเหล่านี้เป็นของใหม่ ผู้คนกำลังเรียนรู้ที่จะใช้ให้สมดุลและเหมาะสม” เนตซลีย์กล่าว “กระบวนการเรียนรู้ทางสังคมเช่นนี้ต้องอาศัยเวลา เรายังไม่มีกฎเกณฑ์ที่แน่นอนตายตัวตอนนี้”

แอนทอน ฮาเวียร์ นักเขียนวัย 26 ปี ยอมรับว่าการใช้แบล็กเบอร์รีทำให้เขาขาดปฏิสัมพันธ์แบบตัวต่อตัวที่มีค่ายิ่ง เขาว่า “บางครั้งขณะกินอาหารกับครอบครัว แล้วมีข้อความเข้ามาในแบล็กเบอร์รี ผมจะหันไปสนใจโทรศัพท์ แล้วน้องชายก็พูดว่า ‘ไว้ค่อยดูทีหลังก็ได้ กินให้เสร็จก่อน คุยกับเราบ้าง’ ”

แต่เซไนต์ยังมองในแง่ดี “เทคโนโลยีใหม่ทุกอย่างต่างสร้างความวิตกว่าคุณค่าทางวัฒนธรรมดั้งเดิมจะถูกทำลาย แต่เราก็ปรับตัวและสร้างขนบธรรมเนียมใหม่ๆขึ้นมาได้” เขากล่าว

โปรดอ่านต่อในเล่ม

การทำงานหลายอย่างพร้อมกัน คนที่ถูกจับได้ว่าแอบใช้โทรศัพท์มือถือระหว่างประชุมมักจะอ้างว่าตนสามารถทำงานหลายอย่างพร้อมกัน เชื่อกันว่าผู้หญิงเก่งกว่าผู้ชายในเรื่องนี้ซึ่งยังไม่มีการพิสูจน์ว่าจริงเท็จแค่ไหน คณะนักวิจัยชาวอังกฤษทดสอบทฤษฎีดังกล่าวเมื่อไม่นานมานี้ หนังสือพิมพ์(เอน)เทเลกราฟ (เลิกเอน) ของอังกฤษรายงานผลสรุปว่า ผู้หญิงเก่งกว่าผู้ชายเรื่องทำงานหลายอย่างพร้อมกันแต่ขึ้นกับว่าเป็นงานอะไร นักวิจัยพบว่าถ้าเป็นงานง่ายๆอย่างหากุญแจหรือแก้โจทย์เลขง่ายๆ ผู้หญิงทำได้ดีกว่าผู้ชายอย่างเห็นได้ชัด

10
คุณชอบบทความนี้ไหม?เชิญให้คะแนน

เรื่องยอดนิยม ...

  1. กลับบ้าน
  2. เรื่องเล่าจากคุณแม่จอมเฮี้ยบ
  3. นั่ง, นิ่ง, หมอบ!

ประเภทของ คำแนะนำ & เคล็ดลับ

แสดงความคิดเห็น

ชื่อ*
อีเมล*
ความคิดเห็น*
Disclaimer : Reader's Digest reserves the right and authority to display your postings or not, and modify your posts to remove offensive material, remove vulgar comments, remove insults or delete any other content deemed inappropriate, at our discretion.

เรื่องขำขันของคุณมีค่า 1,000 บาท

หากมีเรื่องตลกเฮฮาที่เกิดขึ้นจริง เรามีรางวัล 1,000 บาท สำหรับเรื่องที่ผ่านการคัดเลือกและได้รับการตีพิมพ์ 

ผู้โชคดีได้รับรางวัลประจำปี 2555

ติดตามผลรายชื่อผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลจากเราได้ที่นี่