ลงทุนใน RMF และ LTF อย่างมืออาชีพ
สิ่งหนึ่งที่ได้รับความสนใจคือการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีซึ่งทำได้หลายวิธีเช่นการบริจาคเงินให้แก่สถาบันการศึกษามูลนิธิหรือวัดเป็นต้นแต่วิธีที่นิยมกันมากคือการลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) และกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) เพราะเงินที่ลงทุนใน RMF และ LTF สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีรวมกันได้สูงสุดถึงหนึ่งล้านบาทในแต่ละปีเราลองมาดูกันว่าหากเป็นผู้เชี่ยวชาญทางการเงินแล้วเขาจะมีแนวคิดการลงทุนใน RMF และ LTF อย่างไร
1. ศึกษากฎหมายและเงื่อนไขอย่างละเอียดก่อนการลงทุนไม่ว่าจะเป็นเงื่อนไขขาเข้า (ซื้อ) และเงื่อนไขขาออก (ขายคืน) เพราะทั้ง RMF และ LTF เป็นกองทุนที่ให้สิทธิยกเว้นภาษีสำหรับเงินค่าซื้อหน่วยลงทุนแต่หากเราทำผิดเงื่อนไขเช่น RMF เราจะต้องถือ RMF จนอายุไม่ต่ำกว่า 55 ปีบริบูรณ์ (นับวันเกิดชนวันเกิด) และลงทุนมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี (นับเวลาแบบวันชนวันและนับเฉพาะปีที่ใช้สิทธิลดหย่อนภาษี) หรือ LTF เราต้องถือไม่น้อยกว่าห้าปีปฏิทินเป็นต้นหากเราทำผิดเงื่อนไขนอกจากต้องคืนภาษีในส่วนที่ได้รับยกเว้นไปแล้วอาจจะต้องเสียเบี้ยปรับหรือเงินเพิ่มให้กับกรมสรรพากรด้วย
2. ลงทุนเต็มเท่าที่ได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเท่านั้นเงินได้เท่าที่ได้จ่ายเป็นค่าซื้อหน่วยลงทุนใน RMFจะยกเว้นภาษีเฉพาะส่วนที่จ่ายเป็นค่าซื้อหน่วยลงทุนในอัตราไม่เกิน 15% ของเงินได้และเมื่อรวมกับเงินสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพหรือกบข. ในปีภาษีนั้นแล้วต้องไม่เกิน 500,000 บาทส่วนเงินลงทุนใน LTF สามารถหักได้อีกต่างหากไม่เกิน 15% ของเงินได้และไม่เกิน 500,000 บาทสำหรับปีภาษีนั้นเงินลงทุนใน RMF หรือ LTF ส่วนที่เกินสิทธิประโยชน์ตามเงื่อนไชที่กำหนดนอกจากจะไม่ได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีแล้วผลประโยชน์จากเงินส่วนที่ไม่ได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีแม้จะปฏิบัติตามเงื่อนไขจะต้องนำไปรวมในเงินได้เพื่อประเมินภาษีไม่ได้รับสิทธิยกเว้นภาษี
3. เลือกลงทุนในราคาต่ำหรือDollar Cost Averaging (DCA)การลงทุนที่ดีควรลงทุนในจังหวะที่ต้นทุนต่ำหลายคนจึงมักรอลงทุนใน RMF หรือ LTF ที่ต้นทุนต่ำแต่ในความเป็นจริงไม่มีใครสามารถลงทุนได้ในจังหวะที่ถูกทุกครั้งการลงทุนแบบ DCAเป็นการลงทุนอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำในระยะยาวโดยกำหนดช่วงเวลาสำหรับการลงทุนไว้อย่างแน่นอนเป็นงวดๆเช่นทุกสัปดาห์ทุกเดือนด้วยเงินลงทุนที่เท่าๆกันในแต่ละงวดเป็นการกระจายการลงทุนตลอดเวลาทั้งในยามที่ตลาดดีและตลาดไม่ดีวิธีนี้จะช่วยถัวเฉลี่ยต้นทุนในการลงทุนและช่วยลดความกังวลใจเกี่ยวกับจังหวะการลงทุนที่เหมาะสม
4. เลือกกองทุนที่เหมาะสมกับตนเอง RMF เป็นกองทุนที่มีนโยบายการลงทุนที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็น RMF ที่ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลทองคำหุ้นฯลฯส่วน LTF แม้กฎหมายจะกำหนดว่าต้องลงทุนในหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไม่น้อยกว่า 65% ก็ตามก็ยังมีนโยบายการหลากหลายเช่นกันเช่น LTF ที่มีการลงทุนในตราสารอนุพันธ์เพื่อบริหารความเสี่ยงของการลงทุนเป็นต้นดังนั้นก่อนลงทุนเราต้องรู้ตนเองว่าต้องการผลตอบแทนมากน้อยแค่ไหนและสามารถรับความเสี่ยงจากการที่ผลตอบแทนที่ได้รับไม่เป็นไปตามที่คาดหวังได้มากน้อยเพียงใด
5. ปรับพอร์ตการลงทุนให้เหมาะสมกับการลงทุนโดยคำนึงทั้งปัจจัยภายในคือตนเองซึ่งสำนักงานคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์และกำกับหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กำหนดให้ผู้ลงทุนได้ประเมินตนเองก่อนลงทุนและปัจจัยภายนอกคือภาวะการลงทุนโดยผู้ลงทุนต้องศึกษาข้อมูลและวิเคราะห์ผลกระทบของเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นเพื่อหาโอกาสและประเมินความเสี่ยงในการลงทุนอยู่เสมอ
โปรดอ่านต่อในฉบับเดือนพฤศจิกายน 2554
|
| ||||||
แสดงความคิดเห็น
| ชื่อ* | |
| อีเมล* | |
| ความคิดเห็น* | |

เรื่องยอดนิยม
เรื่องยอดนิยม
เมนูแนะนำ
เมนูแนะนำ
![]() | ทูดาริบอล
อดีตนักร้องค่ายอาร์เอส (อัลบั้ม SASIKARN และ SASIKARN 2 YOU) และนักแสดง ทั้งภาพยนตร์ ละครทีวีและละครเวที ล่าสุดรับบทพระสุพรรณกัลยา ในละครเวทีอิงประวัติศาสตร์ “สมเด็จพระนเรศวรมหาราช” ปัจจุบันทำรายการวาไรตี้ “นารีโซไซตี้” ทางช่องมีเดียแชนแนลและเป็นผู้บริหารร้านอาหารเกาหลี “TODARI” |

English in 20 Minutes Interactive
THB4,888.00


Mood Music for Listening and Relaxation
THB1,990.00


Salute to the King Set
THB1,590.00


Managing Your Manager
THB32.00


เมื่อธรรมชาติแผลงฤทธิ์
THB1,690.00

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์
![]() อาหาร | ![]() ผู้มีชื่อเสียง | ![]() แรงบันดาลใจ | ![]() อาหาร | ![]() ท่องเที่ยว | ![]() แรงบันดาลใจ |
แบ่งปัน









