คริสเตียน กุสตาฟสันในชุดประดาน้ำสีดำและเสื้อเกราะ พร้อมมีด โบวีขนาด 15 นิ้วคาดไว้ที่หน้าอก ดูเหมือนทหารนาวิกโยธินหน่วยซีล ต่างกัน แต่ภารกิจที่หนุ่มนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมวัย 25 กำลังปฏิบัติ เขายกกระดานยืน พายขนาด 3.5 เมตรวางลงบนผืนน้ำ แล้วไหลเลื่อนไปตามสายน้ำที่ขุ่นคลั่กเป็น โคลนเพื่อสำรวจจุดบรรจบของแม่น้ำสองสายที่โด่งดังที่สุดของประเทศ นั่นคือ แม่น้ำมิสซิสซิปปีและแม่น้ำสาขาสายหลักอย่างอัตชะฟาลายา

กุสตาฟสันมาที่นี่เพื่อเริ่มต้นภารกิจ แปดวันในระยะทาง 225 กิโลเมตร โดยการ ล่องเรือแคนูตลอดเส้นแม่น้ำมิสซิสซิปปี ผ่านที่ราบลุ่มอัตชะฟาลายาไปสิ้นสุดยังอ่าว เม็กซิโกตามที่เขาใฝ่ฝัน เขาเป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มบีโลว์ เดอะ เซอร์เฟซ ซึ่ง ทำงานรณรงค์เพื่อรักษาสายน้ำของสหรัฐฯ กุสตาฟสันกล่าวว่าการเดินทางในครั้งนี้มี วัตถุประสงค์เพื่อสร้างความตระหนักรู้ว่า “มิสซิสซิปปีเป็นแม่น้ำที่มีมลพิษมากที่สุดในประเทศ แต่ผมเชื่อว่าแม่น้ำสามารถฟื้น คืนชีพได้” เขาเขียน “90 วิธีใน 90 วัน” ซึ่ง เป็นคู่มือแนะนำวิธีป้องกันมลพิษในแม่น้ำ สำหรับผู้บริโภคและได้รับการตอบรับด้วยดี เพื่อพิสูจน์สิ่งที่เขียน ตอนนี้ เขากำลังพา ทีมนักวิทยาศาสตร์และนักผจญภัยล่องไป ตามแม่น้ำอัตชะฟาลายาซึ่งไหลคดเคี้ยวคู่ ขนานกับแม่น้ำมิสซิสซิปปสีโคลนไปตลอด สายจนถึงปากอ่าว

กุสตาฟสันหันกระดานยืนพายเข้าหาฝั่ง ที่ดูเหมือนแมงมุมน้ำยักษ์ เขาคุ้นเคยกับ แม่น้ำสายนี้เป็นอย่างดี ช่วงน้ำท่วมใหญ่ปี 2551 เขาพายเรือแคนูล่องแม่น้ำมิสซิสซิปปี จากฟอร์ตดีไฟอันซ์ในรัฐอิลลินอยส์ไปถึง แบตันรูชในรัฐลุยเซียนา ตอนนี้เวลาผ่านไปหนึ่งปีครึ่ง เขาเดินทางกลับไปที่เดิมเพื่อทำ ภารกิจที่คั่งค้างให้สำเร็จ โดยมีเป้าหมาย สำรวจความแตกต่างระหว่างแม่น้ำทั้งสอง สาย และอาศัยสิ่งที่เขาค้นพบเป็นตัวกระตุ้น ให้เกิดความตื่นตัวต่อมลพิษในแม่น้ำ

“คนทุกรุ่นมีนักสำรวจ แต่รุ่นผมไม่มีสัก คน มาสร้างนักสำรวจกันเถอะ” กุสตาฟสัน เอ่ยขึ้นในคืนที่สองขณะนั่งรอบกองไฟตรง ข้ามสถานกักกันชื่อดังใกล้เมืองแองโกลา รัฐลุยเซียนา เขามองไปที่กาย แม็กเคลแลน นักเคมีที่จะเก็บตัวอย่างแม่น้ำเพื่อทดสอบ หาสารไนเตรต คลอรีน และความขุ่นของ น้ำ และจาเรด คริสคูโอโล ที่ปรึกษาด้าน พลังงานแสงอาทิตย์ซึ่งเป็นหนุ่มอีกคนที่ ร่วมก่อตั้งกลุ่ม นอกจากนี้ยังมีจอห์น รัสคีย์คนนำทางจากบริษัทควาพอว์ แคนูซึ่งสร้างเรือสำรวจขนาดสิบ เมตรที่ใช้เป็นพาหนะหลักครั้งนี้ โดยจำลองเรือแคนูโวยาเจอร์ ของฝรั่งเศสที่แกะจากเปลือกต้นสนบอลด์ไซเปรส เพื่อนร่วม ทางอีกคนคือเจมส์ พริบราม เจ้าของฉายา “นักรบเพื่อสิ่ง แวดล้อม” เขาเป็นนักโต้คลื่นมืออาชีพที่บินจากเม็กซิโกมา ลุยเซียนาในช่วงสัปดาห์ที่อากาศหนาวเป็นประวัติการณ์ พรุ่งนี้ พวกเขาจะพายต่อไปยังบึงน้ำจืดขนาดใหญ่ที่สุด ในสหรัฐฯ เพื่อสมทบกับกลุ่มอนุรักษ์แม่น้ำบนเรือเหล็ก ท้องแบน เหล่าวิศวกรจากหน่วยวิศวกรของกองทัพบก และทีมผู้เชี่ยวชาญด้านนกจากสมาคมออดูบอน ทุกคน ล้วนมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับพรรณพืชและสัตว์ป่าในบริเวณ สามเหลี่ยมปากแม่น้ำมิสซิสซิปปี

เช้าวันรุ่งขึ้นที่ซิมเมสปอร์ตในลุยเซียนา กุสตาฟสัน และทีมต้อนรับเมลานี ดริสโคลล์จากสมาคมออดูบอน ที่ค่ายพักแรมซึ่งฝนตกเปียกโชก เธออธิบายว่าแม่น้ำ ตามธรรมชาติช่วยสร้างเส้นทางที่เป็นมิตรต่อนกอพยพ ได้ดีกว่าอย่างไร ราวร้อยละ 40 ของนกน้ำทั้งหมดใน รัฐทางเหนือ รวมไปถึงนกนักร้องอีกหลายสิบล้านตัว บินผ่านหรือหยุดพักที่นี่ในลุยเซียนา “ที่ราบลุ่ม มิสซิสซิปปีถูกตัดไม้ทำลายป่าไปเป็นส่วน ใหญ่ ขณะที่ราบลุ่มอัตชะฟาลายายังมี พื้นที่ป่าไม้เนื้อแข็งและบึงเหลืออยู่มาก ที่สุดในสหรัฐฯ” ดริสโคลล์กล่าว “พื้นที่ ซึ่งติดต่อกัน 2,500,000 ไร่เป็นแหล่ง อาหาร ที่คุ้มภัยจากสัตว์ผู้ล่า และที่ พักพิงสำหรับนกอพยพได้อย่างมาก”

เมื่อได้เวลา กองเรือเล็กๆประกอบ ด้วยเรือสองลำและหนึ่งกระดานยืนพาย ก็เริ่มออกเดินทาง แม่น้ำอัตชะฟาลายา กว้างและใสกว่าแม่น้ำมิสซิสซิปปี คดเคี้ยวแตกแขนงเป็นสาขาลำธารหนองบึงน้อย ใหญ่นับพันรอบเกาะแก่งนับไม่ถ้วน ไหล ผ่านรากของต้นสนบอลด์ไซเปรส หลิว และ หญ้าหลากชนิดในที่ลุ่มชื้นแฉะ พืชพันธุ์ทั้ง หลายนี้เหมือนพัดขนนกขนาดยักษ์ที่ช่วย ปัดเป่ามลพิษที่มาจากต้นน้ำ สายน้ำบริเวณ อัตชะฟาลายายังทิ้งตะกอนโคลนเลนมาก มายไว้ตลอดทาง ทำให้เกิดพื้นที่สันดอน งอกขึ้นเป็นทางยาวหลายกิโลเมตรก่อนถึง แม่น้ำมิสซิสซิปปี แต่แม่น้ำมิสซิสซิปปีกลับ ต้องสูญเสียดินที่อุดมสมบูรณ์ตรงสามเหลี่ยม ปากน้ำขนาดเท่าสนามฟุตบอลทุกๆ 38 นาที เนื่องจากตัวแม่น้ำถูกผันและกั้นเขื่อนไปทั่ว ตลอดสายจนถึงอ่าวเม็กซิโก

วันเดียวกันนั้น กุสตาฟสันคุยกับทีมงาน อาสาสมัครจากองค์กรลิฟวิงแลนด์แอนด์ วอเตอร์ซึ่งกำลังช่วยกันเก็บขยะตลอดริมฝั่ง น้ำ เบรนต์ บอร์เดลอน หัวหน้าคนงานจาก โรงงานขนส่งข้าวในพื้นที่นั้น มาช่วยทำ ความสะอาดในวันหยุดของเขาด้วย เขาให้ เหตุผลว่า “ระดับน้ำสูงเกินกว่าจะจอดเรือได้ อย่างปลอดภัย” และที่เขามาก็เพราะอยาก “ทำสิ่งดีๆให้ชุมชน” มากกว่า

กุสตาฟสันเห็นด้วย เขาตื่นแต่เช้ามืด รอยยิ้มฉายบนใบหน้าด้วยดีใจที่ได้อยู่กับ แม่น้ำอีกครั้งเพื่อทำสิ่งดีๆ เขาเกิดที่เมือง บลูมิงทัน รัฐอิลลินอยส์ เติบโตใกล้เมือง ลิเบอร์ตีวิลล์ เป็นลูกชาย ลูกเลี้ยงและหลานของตำรวจและตำรวจดับเพลิง กุสตาฟสัน ยังเป็นช่างก่อสร้างและทนายความเป็นครั้ง คราว แม่สอนเขาให้ว่ายน้ำแทบจะก่อนเดิน ได้ด้วยซ้ำ เขาพบว่าชีวิตมักต้องเกี่ยวข้อง กับน้ำ เคยเป็นเจ้าหน้าที่ช่วยคนตกน้ำ เป็น คนเดินเรือ และเคยสมัครสอบโรงเรียนนาย เรือ เขาเรียนจบรัฐศาสตร์ที่มหาวิทยาลัย แคลิฟอร์เนียในซานดิเอโก และสอนโต้คลื่น ในยามว่าง

เงินทุนส่วนหนึ่งในการเดินทางล่องแม่น้ำ มิสซิสซิปปีของเขาได้รับการสนับสนุนจาก มูลนิธิเซิร์ฟไรเดอร์ในรัฐแคลิฟอร์เนีย กลุ่ม อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่สนใจเรื่องมหาสมุทร ดังนั้น สำหรับกุสตาฟสันการใช้กระดานยืน พายจึงเป็นเหมือนสัญลักษณ์ที่รวมแม่น้ำ และทะเลไว้ด้วยกัน เขาย้ำกับกลุ่มที่มาด้วย ว่า “ทุกอย่างที่ลงสู่มหาสมุทรมาจากแม่น้ำ” และพูดพลางหัวเราะว่า “แถมฝนอีกนิด หน่อย” แต่ก็เทียบไม่ได้เลยกับการเดินทาง ล่องแม่น้ำมิสซิสซิปปีครั้งแรกของเขาซึ่งต้อง ร่นเวลาลงเพราะน้ำท่วม พายุ และเฮอร์ริเคน ระดับ 2 ชื่อดอลลี

โปรดอ่านต่อในเล่ม

 

ให้คะแนน
คุณชอบบทความนี้ไหม?เชิญให้คะแนน

เรื่องยอดนิยม ...

  1. เด็กหญิงผู้กล้า
  2. ตำรับเพื่อแรงบันดาลใจ
  3. “สาระ” จากรายการ “ไร้สาระ”

ประเภทของ บทความ

แสดงความคิดเห็น

ชื่อ*
อีเมล*
ความคิดเห็น*
Disclaimer : Reader's Digest reserves the right and authority to display your postings or not, and modify your posts to remove offensive material, remove vulgar comments, remove insults or delete any other content deemed inappropriate, at our discretion.

เรื่องขำขันของคุณมีค่า 1,000 บาท

หากมีเรื่องตลกเฮฮาที่เกิดขึ้นจริง เรามีรางวัล 1,000 บาท สำหรับเรื่องที่ผ่านการคัดเลือกและได้รับการตีพิมพ์ 

ผู้โชคดีได้รับรางวัลประจำปี 2555

ติดตามผลรายชื่อผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลจากเราได้ที่นี่