ผมเริ่มประท้วงครั้งแรกเมื่อปี 2539 ร่วมกับเพื่อนร่วมอุดมการณ์ทั้งหมดห้าคนช่วยกันแบกม้วนวัสดุยาว 15 เมตรที่พับครึ่งเพื่อให้ขนย้ายง่ายกลางดึกคืนนั้นพวกเราปีนรั้วเข้าไปในโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าจากถ่านหินในประเทศตุรกี เราปีนผ่านคราบเขม่าดำตามสายพานลำเลียงถ่านหินซึ่งส่งเสียงกระหึ่มอยู่เบื้องหลังจนกระทั่งเข้าไปด้านในได้สำเร็จ
 
พอเข้าไปในโรงงานไฟฟ้าก็เห็นบรรดาคนงานเดินไปมาระหว่างเครื่องจักรที่ตั้งอีกฟากของห้องเรารีบพุ่งตัวผ่านบริเวณที่เปิดโล่งมุ่งหน้าไปตรงบันไดขึ้นดาดฟ้าแม้เราจะสวมชุดเต็มตัวสีส้มสดแต่คนงานก็ไม่ทันสังเกตจากนั้นเราก็ซุ่มอยู่ตรงบันไดตลอดทั้งคืนระหว่างรอก็เล็มแท่งอาหารเสริมประทังความหิวและขับไล่ความง่วงด้วย
 
พอฟ้าสางเราก็เริ่มประท้วงตามที่นัดหมายกับพรรคพวกหน้าประตูโรงงานไฟฟ้าพวกเราเดินออกไปตรงดาดฟ้าตึกเพื่อแขวนแผ่นป้ายที่เตรียมมาจากความยาว 15 เมตรเมื่อคลี่ออกเป็นป้ายผ้าสีเหลืองยาวถึง 80 เมตรมีข้อความซึ่งผมช่วยเขียนมากับมือ
 
สื่อมวลชนที่ปักหลักทำข่าวอยู่นอกประตูสังเกตเห็นพวกเราก็รีบหันกล้องมาหาทันทีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหันมาเห็นพวกเราก็รีบปฏิบัติการทันทีไม่นานก็มีทหารถือปืนติดดาบพุ่งขึ้นมาบนดาดฟ้าเพื่อจับกุมตัวพวกเราแต่ช้าไปเสียแล้วเพราะข้อความที่เราต้องการสื่อสารถูกถ่ายทอดให้สื่อมวลชนแล้วว่ารัฐบาลตุรกีต้องสั่งปิดโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าแห่งนี้โดยด่วนเพราะปล่อยซัลเฟอร์สู่บรรยากาศในปริมาณมากเกินไป
 
ตอนที่ถูกตำรวจนำตัวไปขึ้นรถที่จอดรออยู่ผมเกิดความรู้สึกที่เหลือเชื่ออย่างหนึ่งนี่เป็นครั้งแรกที่ผมเข้าร่วมประท้วงความรู้สึกไม่เหมือนตอนกระโดดลงสู่หุบเหวลึกแม้แต่น้อยนับแต่วันนั้นเป็นต้นมาผมก็เข้าร่วมประท้วงอีกนับครั้งไม่ถ้วนไม่จำกัดรูปแบบนับตั้งแต่การปิดท่าเรือรอตเทอร์ดัมไม่ให้เรือขนถ่านหินเข้าเทียบท่าเรือได้สำเร็จหรือยืนอยู่หน้าสำนักงานของบริษัทฮิวเลตต์-แพคการ์ดพร้อมกับชูแผ่นป้ายต่อต้านการใช้สารเคมีในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อลดความเร็วของการติดไฟความรู้สึกเหมือนกันทั้งนั้นหลังจากร่วมงานกับกรีนพีซมาถึง 16 ปีเต็มๆผมยังรู้สึกถึงสิทธิอันชอบธรรมที่จะประท้วงด้วยความสงบ
 
ผมทบทวนเรื่องนี้มาพอสมควรแล้วจึงเชื่อมั่นเต็มเปี่ยมว่าถ้าผมเห็นการกระทำความผิดไม่ว่าจะกระทำต่อมนุษยชาติหรือธรรมชาติก็ตามผมจะต้องลงมือทำอะไรสักอย่างแต่ถ้าผมเบือนหน้าหนีไปทางอื่นหรือเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ก็เท่ากับผมเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดในการกระทำผิดด้วยเพราะการเพิกเฉยนั่นเองเมื่อใดก็ตามที่ผมละเลยไม่ทำอะไรเลยผมจะรู้สึกสูญเสียจิตวิญญาณไปเรื่อยๆนานๆไปก็รู้สึกว่าตัวเองไม่เอาไหนและไร้ค่าสิ้นดี
 
เปรียบเทียบอย่างนี้แล้วกันคนเรามีพื้นที่รอบตัวด้วยกันทั้งนั้นถ้าใครสักคนรุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ของเราเราต้องแสดงปฏิกิริยาโต้ตอบแน่นอนและแสดงอาณาเขตเพื่อความอยู่รอดและผาสุกของตัวเองพื้นที่เหล่านี้หมายความรวมถึงความเชื่อและสิ่งแวดล้อมรอบๆตัวด้วย
 
 
โปรดอ่านต่อในฉบับเดือนกุมภาพันธ์ 2555

2
คุณชอบบทความนี้ไหม?เชิญให้คะแนน

เรื่องยอดนิยม ...

  1. ความทรงจำเรื่องช้าง
  2. ปฏิวัติกีฬาโอลิมปิกกันเถอะ
  3. ความสำคัญของการประท้วงด้วยความสงบ

ประเภทของ บทความ

แสดงความคิดเห็น

ชื่อ*
อีเมล*
ความคิดเห็น*
Disclaimer : Reader's Digest reserves the right and authority to display your postings or not, and modify your posts to remove offensive material, remove vulgar comments, remove insults or delete any other content deemed inappropriate, at our discretion.

เรื่องขำขันของคุณมีค่า 1,000 บาท

หากมีเรื่องตลกเฮฮาที่เกิดขึ้นจริง เรามีรางวัล 1,000 บาท สำหรับเรื่องที่ผ่านการคัดเลือกและได้รับการตีพิมพ์ 

ผู้โชคดีได้รับรางวัลประจำปี 2555

ติดตามผลรายชื่อผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลจากเราได้ที่นี่