เสียงจากญี่ปุ่น
วันที่ 11 มีนาคม 2554 ลึกลงไปใต้ท้องทะเล นอกชายฝั่งทางตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น แผ่นเปลือกโลกสองแผ่นเคลื่อนมาชนกัน แผ่นแปซิฟิกมุดลงข้างใต้ (ถูกบีบให้อยู่ใต้) แผ่นอเมริกาเหนือ ส่งผลให้เกิดแผ่นดินไหวขนาด 9 ริกเตอร์ ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อเวลา 14.46 น. และกินเวลานาน 5 นาที
ในเวลานั้นแผ่นเปลือกโลกยาว 500 กิโลเมตร กว้าง 200 กิโลเมตร เลื่อนลงไป 20 เมตรใต้แผ่นอเมริกาเหนือ ส่งผลให้เกิดคลื่นสึนามสูงถึง 38 เมตรซัดเข้าใส่ประเทศญี่ปุ่นไม่กี่นาที
หลังเกิดแผ่นดินไหว โดยเคลื่อนลึกเข้าไปในแผ่นดินถึง 10 กิโลเมตร ในบรรดาพื้นที่ซึ่งถูก คลื่นถล่มรุนแรงที่สุดได้แก่เมืองเล็กๆริมทะเล เช่น เซนได มินามิซันริคุ คุจิ และริกุเซนทาคะตะ ซึ่งตั้งอยู่ในเขตจังหวัดมิยากิและอิวาเตะ ขณะเขียนเรื่องนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตมากกว่า 15,000 ราย และสูญหายอีก 8,740 ราย
ผู้คนหลายแสนคนได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ ตั้งแต่ผู้ที่อยู่ในเขตแผ่นดินไหวโดยตรง ผู้ที่อยู่ในเส้นทางของคลื่นสึนามิ และผู้ที่อยู่ในพื้นที่อพยพรอบๆโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่เมืองฟุกุชิมะ ไปจนถึงผู้ที่อยู่ในพื้นที่อื่นๆอีกหลายแห่ง ซึ่งชีวิตหยุดชะงักไปจากการสลับกันใช้ไฟ สภาพถนนที่ย่ำแย่ การขาดแคลนอาหารและน้ำ และอื่นๆอีกมาก
เรายังได้เห็นภาพเหตุการณ์ขณะคลื่นสึนามิถล่มเมืองเซนไดซึ่งถ่ายจากมุมสูง ดูน่าพรั่นพรึงแบบ ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน รวมถึงภาพเมืองฟุกุชิมะ และภาพโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่พังเสียหาย ตามหลังการ เกิดภัยพิบัติ โลกได้เห็นความน่าสะพรึงกลัว การทำลายล้าง การสูญเสียชีวิต และความหวาดเกรงมหันตภัย นิวเคลียร์อันเกิดจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่นครั้งนี้ และยังได้เห็นความ เข้มแข็ง การยืนหยัดต่อสู้ ความเผื่อแผ่ และจิตใจเอื้ออารีของชาวญี่ปุ่นตลอดช่วงที่เกิดวิกฤตด้วย
ในบรรดาเรื่องราวมากมายนั้น มีอยู่หกเรื่องที่สะท้อนให้เห็นความสง่างามและการสำรวมอารมณ์ ทั้งที่เผชิญความยากลำบากอย่างเหลือแสนที่เราอยากร่วมแบ่งปันกับผู้อ่าน
เพื่อนบ้าน
จาก หนังสือ 2:46 Aftershocks
หลังจากเกิดแผ่นดินไหว เราสูญเสียสิ่งที่ยังชีพไปหมดทันที เราไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างเพราะ ไม่สามารถใช้โทรศัพท์มือถือหรือดูโทรทัศน์ได้ เรากลัวมากจนคืนนั้นไม่กล้าอยู่ในบ้านและเลือกอยู่ในรถแทน
มีอาฟเตอร์ช็อกเกิดขึ้นหลายครั้งต่อเนื่องกันไปตลอดทั้งคืน ทำให้เราไม่ได้นอนเลย ต้องรอจนกระทั่งอีกสองวันต่อมา ไฟฟ้าก็กลับมาใช้ได้ในที่สุด
แก๊สตามมาไม่นานหลังจากนั้น ฉันอธิบายไม่ถูกเลยว่าดีใจและรู้สึกว่าเราโชคดีเพียงใดที่ได้ กินอาหารอุ่นๆภายใต้แสงไฟสว่าง สองวันที่ผ่านมาเราดื่มน้ำมากนักไม่ได้ กาแฟที่เราดื่มในวันนั้นจึง อร่อยเป็นพิเศษ ตอนนี้ผ่านมาแล้วสิบ วันหลังเกิดแผ่นดินไหว น้ำประปาที่บ้านยังไม่ไหล แต่ฉันคิดว่า เราโชคดีมากที่ยังมีบ้านอยู่ โดยเฉพาะยังมีคนอีกมากที่เมืองอิบารากินี้ ซึ่งมีบ้านอยู่ที่จังหวัดฟุกุชิมะ และยังติดต่อกับครอบครัวไม่ได้
เราพยายามดำเนินชีวิตต่อไปโดยไม่มีน้ำประปา เพื่อนบ้านหาน้ำให้เราโดยนำมาจากบ่อใน สวนที่บ้านของตัวเอง และยังให้น้ำดื่ม บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ตลอดจนอาหารบางอย่างให้เรากินไปหลายมื้ออีกด้วย ฉันเชื่อแน่ว่าเราคงทำอะไรไม่ได้หากปราศจากความช่วยเหลือของเพื่อนบ้าน ฉันบอกพวกเขาว่า คำพูดคงไม่อาจบรรยายได้ว่าเราซาบซึ้งในความช่วยเหลือของพวกเขามากเพียงใด เพื่อนบ้านบอกฉันว่า “คุณก็คงทำแบบนี้เหมือนกันถ้าเราเดือดร้อน” ฉันรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณความเอื้ออารีที่เราได้รับจากเพื่อน บ้านผู้หาน้ำบ่อมาให้คนแปลกหน้า ซึ่งแบ่งปันน้ำมาให้เติมในอ่างอาบน้ำ
ความมีน้ำใจของพวกเขาเตือนให้ฉันระลึกว่า การผูกสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านและการช่วย เหลือกันและกันเป็นสิ่งสำคัญมาก ฉันอยากจะขอชักชวนให้ทุกคนใช้ชีวิตประจำวันร่วมกับ ชุมชนของตนให้มากขึ้้น เพราะไม่มีใครจะอยู่รอดได้หากปราศจากความช่วยเหลือของผู้อื่นหรอก
ยูมิโกะ ทาเคโมะโตะ
เมืองฮิตะชินะกะ อิบารากิ
ใต้กองซากบ้าน
จาก หนังสือพิมพ์โยมิอุริ ชิมบุน
“ย่าของผมอยู่ใต้ซากบ้านนั่น! ช่วยหาย่าผมด้วย!” นั่นเป็นคำวิงวอนของอาเบะ จิน วัย 16 ปี มีคนพบจินในกองซากบ้านเก้าวันหลังจากบ้านของเขาในเขตคาโดวากิ ซึ่งเสียหายอย่างหนักของเมืองอิชิโนมากิพังล้มลงทับตัวเขา
เจ้าหน้าที่ตำรวจเซโนะ โยอิชิ ม ซาโตะ ชูอิชมิ คาสุงะ ไดซากุ และชิบะ โทะโมะฮิโระ พบผู้รอดชีวิตสองคนซึ่งบ้านของพวกเขาถูกสึนามิซัดหายไป ตำรวจทั้งสี่นายค้นหาผู้รอดชีวิตมาตั้งแต่ หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวและสึนามิ บ่ายคล้อยของวันที่ 20 มีนาคม เซโนะได้ยินเสียงร้องแผ่วเบา ออกมาจากกองซาก จินขุดคุ้ยทางมุดออกมา
ตำรวจค้นหาผู้รอดชีวิตเป็นเวลา 9 วันมาแล้ว และถึงขณะนั้น พวกเขาพบเพียงร่างไร้ชีวิต “เราไม่คิดว่าจะมีผู้รอดตายอยู่” เซโนะกล่าว ทั้งทีมแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง
จินซึ่งหน้าขาวซีดและตัวสั่นเทาไม่ยอมรับอาหารและแผ่นประคบร้อนที่สิบเอกเซโนะส่งให้ เขากลับขอให้ตำรวจช่วยย่าของเขาซึ่งเดินไม่ได้แทน
ชิบะ นายตำรวจวัย 20 ปีเป็นคนแรกที่เข้าไปในบ้านซึ่งพังลงมาเพื่อค้นหาอาเบะ ซูมิ หญิงชราวัย 80 ปี เขานำคุ้ยซากปรักหักพังของบ้านช่องอย่างระมัดระวัง ตอนที่เขาหาซูมิพบนั้น หญิงชราร่ำไห้ออกมา
ห้องครัวที่ซูมิกับจินใช้หลบภัยนั้นแคบและมืด สองย่าหลานแทบจะนอนลงไม่ได้ ตู้เสื้อผ้าที่ล้มอยู่เหนือศีรษะมีฟูกกับผ้าห่มให้พวกเขาได้ใช้ “ตอนช่วงกลางๆ ฝนเริ่มตกและมีหิมะ แต่เป็นเพราะที่นอนฟูก ก็เลยช่วยเราไว้” ซูมิพูด
จินได้ยินเสียงตำรวจกับพนักงานดับเพลิงทำงานอยู่ไม่ไกล แต่พวกเขาออกไปไม่ได้ ทั้งยังไม่สามารถส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือได้ด้วย ระหว่างติดอยู่ในซากบ้าน จินคอยพูดให้กำลังใจย่า บอกว่าจะต้องมีคนหาพวกเขาพบ แต่อากาศเริ่มหนาวมาก “ผมจำไม่ค่อยได้ว่าเกิดอะไรขึ้น” จินเล่า
“ผมประหลาดใจกับความสามารถยืนหยัดขึ้นอย่างรวดเร็วและความแข็งแกร่งของชาวญี่ปุ่นเรา เป็นเรื่องน่าทึ่งที่พวกเขารอดชีวิตมาได้” นายตำรวจชิบะกล่าว นัยน์ตาของเซโนะแดงก่ำด้วยน้ำตา และความเหนื่อยล้า “เป็นสถานการณ์ที่ยากลำบาก แต่เราก็เต็มไปด้วยความหวัง”
|
| ||||||
แสดงความคิดเห็น
| ชื่อ* | |
| อีเมล* | |
| ความคิดเห็น* | |

เรื่องยอดนิยม
เรื่องยอดนิยม
เมนูแนะนำ
เมนูแนะนำ
![]() | ทูดาริบอล
อดีตนักร้องค่ายอาร์เอส (อัลบั้ม SASIKARN และ SASIKARN 2 YOU) และนักแสดง ทั้งภาพยนตร์ ละครทีวีและละครเวที ล่าสุดรับบทพระสุพรรณกัลยา ในละครเวทีอิงประวัติศาสตร์ “สมเด็จพระนเรศวรมหาราช” ปัจจุบันทำรายการวาไรตี้ “นารีโซไซตี้” ทางช่องมีเดียแชนแนลและเป็นผู้บริหารร้านอาหารเกาหลี “TODARI” |

English in 20 Minutes Interactive
THB4,888.00


Mood Music for Listening and Relaxation
THB1,990.00


Salute to the King Set
THB1,590.00


Managing Your Manager
THB32.00


เมื่อธรรมชาติแผลงฤทธิ์
THB1,690.00

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์
![]() อาหาร | ![]() ผู้มีชื่อเสียง | ![]() แรงบันดาลใจ | ![]() อาหาร | ![]() ท่องเที่ยว | ![]() แรงบันดาลใจ |
แบ่งปัน









