เด็กวันอังคาร
เจเรมี บูพูดถึงประเด็นเรื่องคนชรา ขณะที่แม่ของเขาเผชิญกับอนาคตอันไม่แน่นอน
ความเบ่งบานทางเศรษฐกิจในทวีปเอเชียและความมั่งคั่งที่ชาวเอเชียเสวยสุขบดบังปัญหายักษ์หลับข้อหนึ่ง นั่นคือปัญหาคนชรา ความสำเร็จของประเทศพัฒนาหลายประเทศในเอเชียเป็นผลพวงมาจากการทำงานหนักของคนรุ่นก่อน ขณะที่เราก้าวไปข้างหน้า คนรุ่นต่อไปจะเผชิญกับปัญหาน่าหนักใจเรื่องสังคมคนวัยชรา
เราเตรียมรับมือกับประเด็นเหล่านี้แล้วหรือยัง หรือเราจะยอมพ่ายให้แก่ความกลัวของวัยชรา ผมชื่อเจเรมี อายุ 21 ปี เมื่อสองปีก่อน แม่ของผมซึ่งตอนนั้นอายุ 50 ปี ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (เอแอลเอส)
โรคเอแอลเอส หรือที่เรียกอีกชื่อว่าโรคลูเกห์ริก คืบคลานเข้ามาในชีวิตของแม่เหมือนไอ้หัวขโมยยามค่ำคืน ทีแรกมันเอามือซ้ายไป สัญญาณเตือนดูไร้พิษสงจนแม่ไม่คิดอะไรมากเรื่องแขนที่อ่อนแรง กระทั่งแม่เริ่มติดกระดุมเสื้อลำบาก ขนาดหมอก็ยังไม่เข้าใจ “อาจเป็นเพราะอายุมาก” หมอพูดอย่างนั้น
ตลอดช่วงเวลานั้น เซลล์ประสาทสั่งการซึ่งช่วยให้ไขสันหลังสื่อสารกับกล้ามเนื้อต่างๆเสื่อมสภาพลง กล้ามเนื้อของแม่เริ่มกระตุกถี่ๆ คำพูดเริ่มอ้อแอ้ พ่อพาแม่ไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางประสาทวิทยาซึ่งรีบตรวจวินิจฉัยอาการของแม่
ผมก็เหมือนกับคนรุ่นเดียวกันส่วนใหญ่ คือพยายามจะคาดคะเนสถานการณ์โดยอาศัยข้อมูลในวิกิพีเดีย สิ่งที่ผมพบนั้นช่างน่ากลัว คน 1 ใน 100,000 คนเป็นโรคเอแอลเอส เมื่อเซลล์ประสาทสั่งการตาย กล้ามเนื้อจะลีบฝ่อไป
ผู้ป่วยโรคนี้เสียชีวิตเพราะปอดหยุดทำงานในท้ายที่สุด ไม่มียารักษาให้หาย
หลายสัปดาห์ก่อน ผมอ่านหนังสือเรื่อง วันอังคารแห่งความทรงจำกับครูมอร์รี ของมิตช์ อัลบอมจบ เรื่องนั้นตามมาหลอนผม ครูมอร์รีเหลือวันอังคารอีก 13 วัน แม่ของผมล่ะเหลืออีกกี่วัน
ตอนนี้ แม่ผมอายุ 52 ปี ผมคิดว่าแม่ยังสาวเกินกว่าจะเป็นนักโทษในร่างของตัวเอง สมองของแม่ยังดีอยู่ แต่เคลื่อนไหวหรือสื่อสารได้น้อย แม้ผมจะเห็นแม่ทุกวัน แต่ความเจ็บป่วยและความตายที่ใกล้เข้ามายังคงทำให้ผมสับสนคิดไม่ตก
ผมควรจะทำสีหน้าร่าเริง หรือควรจะขยันทำงานให้มากขึ้นเพื่อที่แม่จะได้ภูมิใจในตัวผม หรือผมควรสละทุกสิ่งเพื่ออยู่กับแม่ ผมรู้สึกตัวว่าไม่อยากจากไปไหนเวลาที่ผมอยู่กับแม่ แต่ก็ไม่อยากกลับมาเวลาที่ไม่ได้อยู่ข้างกายแม่
ผมกลัว แต่ก็รู้ว่าผมไม่ได้เป็นคนเดียว ด้วยประชากรสูงอายุในเอเชียที่มีจำนวนเกือบครึ่งหนึ่งของโลก และด้วยจำนวนประชากรชาวเอเชียที่กำลังแก่ตัวลง ซึ่งประเมินว่าจะมีผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมในอีก 40 ปีข้างหน้ามากกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนผู้ป่วยทั่วโลก เพื่อนผมหลายคนจะเผชิญกับปัญหาความเจ็บป่วยที่คล้ายๆกันนี้ เช่น โรคเอแอลเอส โรคพาร์คินสัน และโรคที่เกิดจากความเสื่อมเรื้อรังอื่นๆ ขณะที่เราดูแลพ่อแม่ที่เข้าสู่วัยชราอย่างภาคภูมิและมีศักดิ์ศรี
เราไม่ได้กลัวเพียงเพราะประชากรสูงวัยจะคุกคามต้นทุนของระบบดูแลสุขภาพของเราจนง่อยเปลี้ย เราไม่ได้กลัวเพียงเพราะรัฐบาลคิดว่าไม่มีเหตุผลที่จะอัดฉีดเงินหลายล้านให้โรงพยาบาลที่ดูแลผู้ป่วยใกล้ตายและอุปกรณ์ในการพยาบาลผู้ที่ทำอะไรให้อนาคตของชาติไม่ได้แล้ว
โปรดอ่านต่อในฉบับเดือนสิงหาคม 2554
|
| ||||||
แสดงความคิดเห็น
| ชื่อ* | |
| อีเมล* | |
| ความคิดเห็น* | |
Disclaimer : Reader's Digest reserves the right and authority to display your postings or not, and modify your posts to remove offensive material, remove vulgar comments, remove insults or delete any other content deemed inappropriate, at our discretion.

วิธีทำโทษเด็กแบบไหนดีที่สุด197 Votes
เรื่องยอดนิยม
เรื่องยอดนิยม
เมนูแนะนำ
เมนูแนะนำ
![]() | ทูดาริบอล
อดีตนักร้องค่ายอาร์เอส (อัลบั้ม SASIKARN และ SASIKARN 2 YOU) และนักแสดง ทั้งภาพยนตร์ ละครทีวีและละครเวที ล่าสุดรับบทพระสุพรรณกัลยา ในละครเวทีอิงประวัติศาสตร์ “สมเด็จพระนเรศวรมหาราช” ปัจจุบันทำรายการวาไรตี้ “นารีโซไซตี้” ทางช่องมีเดียแชนแนลและเป็นผู้บริหารร้านอาหารเกาหลี “TODARI” |

English in 20 Minutes Interactive
THB4,888.00


Mood Music for Listening and Relaxation
THB1,990.00


Salute to the King Set
THB1,590.00


Managing Your Manager
THB32.00


เมื่อธรรมชาติแผลงฤทธิ์
THB1,690.00

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์
![]() อาหาร | ![]() ผู้มีชื่อเสียง | ![]() แรงบันดาลใจ | ![]() อาหาร | ![]() ท่องเที่ยว | ![]() แรงบันดาลใจ |
แบ่งปัน









