ลูกฉันเป็นอะไรไป
เริ่มจากรอยช้ำเล็กๆ ขนาดและสีเหมือนลูกเกดเหลืองตรงใต้สะดือลูกน้อยของฉัน ฉันสังเกตเห็นรอยนี้ผ่านๆตอนเปลี่ยนผ้าอ้อมให้ลูกบ่ายวันหนึ่ง แต่ไม่ได้กังวลอะไร ลูกดูซึมนิดหน่อย แต่แกก็หัวเราะคิกคักใส่ลิงกอริลลาตอนเราพาเที่ยวทั่วสวนสัตว์และกินอาหารมื้อค่ำได้
ตกเย็น รอยช้ำนั่นดูสีคล้ำเหมือนลูกพลัม แต่ฉันก็ยังไม่นึกห่วง ขณะนั้นเป็นค่ำวันอาทิตย์ เดือนกุมภาพันธ์ในกรุงลอนดอน และลูกคนอื่นๆของฉันก็มีการบ้าน ฉันนึกหาเหตุผลเองว่าเจ้าหนูอาจชนมุมโต๊ะเข้าก็ได้ เมื่อโทรศัพท์ถึงสถานบริการสาธารณสุข ข้อความตอบรับในสายแนะนำว่าให้พาเด็กไปตรวจที่ห้องฉุกเฉินก็ได้ถ้าฉันกังวล ซึ่งนั่นดูเหมือนว่าจะต้องใช้ความพยายามอย่างมากสำหรับเด็กเล็กที่ยังเล่นน้ำในอ่างอาบอยู่เลย
สุดท้ายพอพบว่าลูกมีไข้เล็กน้อยตอนสามทุ่ม ฉันก็โทรศัพท์ไปที่สถานพยาบาลเอกชนเพื่อให้แน่ใจว่าไม่ได้เป็นอะไรมาก หมอแล็กซึ่งอยู่แถวนั้นอาสาแวะมาดูให้ เธอหยอกล้อไอแซ็ก แล้วอ่านนิทานให้ฟัง และวัดไข้ให้ แต่พอเลิกเสื้อนอนของลูกขึ้น หมอก็หยุดหัวเราะ เธอจับโทรศัพท์และเริ่มต่อสายคุยเร่งด่วนเบาๆกับกุมารแพทย์เฉพาะทางประจำโรงพยาบาลเซนต์แมรีส์ในแพดดิงทัน
หมอบอกให้เรารีบพาลูกตรงไปที่โรงพยาบาลครอมเวลในเคนซิงทันซึ่งมีเตียงว่าง และกุมารแพทย์ผู้นั้นก็กำลังมุ่งหน้าไปที่นั่นเช่นกัน “ฉันคิดว่าคุณควรไปทั้งคู่นะคะ” เธอแนะ “เผื่อไว้ก่อนเพื่อความปลอดภัย”
เพื่อนบ้านคนหนึ่งมาช่วยดูบ้านให้ เราปล่อยลูกๆคนอื่นซึ่งหลับอยู่ไว้บ้านแล้วขับรถไปตามถนนที่ไม่มีรถเลย “ไม่ร้ายแรงขนาดนั้นหรอก” สามีฉันว่า “ไม่อย่างนั้นเขาคงให้เรียกรถพยาบาลแล้วล่ะ”
กุมารแพทย์เฉพาะทางไม่พูดอะไรเลยขณะนำทางเราในโรงพยาบาล เห็นชัดว่าหมอไม่ได้เครียดอะไรตอนอุ้มลูกชายเราขึ้นนอนบนเตียงเด็กเพื่อตรวจอาการ แล้วไอแซ็กก็ยิ้มและคว้าหูฟังของหมอ แต่พอหมอเห็นรอยช้ำนั่น หมอก็เงียบกริบทันที เขาตามหมออื่นเข้ามาอีกสองคน ฉันกับสามีบอกว่าเราเพิ่งไปเที่ยวโมร็อกโกกลับมา ลูกอาจพลาดโดนอะไรเข้า แต่ไม่มีใครฟังเลย
เราถามพวกหมอว่ารู้ไหมว่ามันคืออะไร แต่ไม่มีใครตอบสักคน ไม่นานไอแซ็กก็ถูกใส่สายยางที่แขนขาทั้งสองข้าง ถูกเจาะเลือดไปตรวจ หมอคนหนึ่งพูดถึงการเจาะไขสันหลัง ตอนนั้นเองเราถึงนึกได้ว่าอาจเป็นโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ รอยนี้ไม่ใช่ผื่น เป็นรอยช้ำสีแดงม่วงๆที่ประทับอยู่บนท้องของลูก ลูกไม่ได้บิดชักดิ้นชักงอ พวกหมอไม่รู้ว่าเป็นอะไร เท่าที่หมอบอกได้คือ ตอนนี้คงต้องให้ยาและสารละลายหลายอย่างผสมกัน และบอกว่าต่อจากนี้หลายชั่วโมงคงต้องคอยปลุกเด็กให้ตื่นทุกๆ 15 นาที เผื่อว่าเด็กอาจจะหลับลึกจนเกินไป
นานทีเดียวที่พวกพยาบาลผลุบเข้าผลุบออกระหว่างที่เราพยายามปลอบลูกน้อยซึ่งร้องครวญคราง ในสภาพที่ถูกใส่สายยางแน่น ลูกพยายามดึงสายออก พลิกตัวไปมา และตะเบ็งเสียงลั่นจนหมดแรงหลับไปเอง แล้วก็ต้องถูกพยาบาลปลุกขึ้นมาวัดไข้วัดความดันเลือดอีก ลูกซึ่งอายุ 18 เดือนรู้ความพอที่จะต่อสู้กับคนที่พยายามทำให้เขาเจ็บ แต่แกยังเล็กเกินกว่าจะเข้าใจว่าทุกคนพยายามช่วย
ตอนหกโมงเช้าทีมแพทย์ลงความเห็นว่าไอแซ็กไม่ตอบสนองต่อยา จึงไม่ใช่อาการโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ หมอไม่คิดว่ามันคือโรคไข้กาฬหลังแอ่น แต่ท้องของลูกก็กำลังเปลี่ยนสภาพไปต่อหน้าต่อตาเรา รอยช้ำนั่นใหญ่โตน่าตระหนก ขณะร่างกายส่วนที่เหลือของลูกดูเหมือนกำลังหมดแรง แกกำลังจะหมดสติ นัยน์ตาแทบไม่แสดงว่าจำเราได้ นิ้วไม่ยึดจับ และมีไข้ขึ้นๆลงๆตลอดเวลา
ฉันอยากรู้แค่ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นเท่านั้น แต่กุมารแพทย์ก็ดูจนปัญญาพอๆกับเรา หมอมีประสบการณ์รักษามา 40 ปีแล้ว แต่ลูกเราทำให้หมอจนแต้ม ลูกดูเหมือนไม่ตอบสนองยาอะไรเลย สามีฉันค่อยๆเดินออกไปแบบมึนๆเพื่อพาลูกคนอื่นๆไปโรงเรียน ในที่สุด ศัลยแพทย์ก็มาถึง แพทย์เฉพาะทางตัดสินใจจะผ่าตัด ศัลยแพทย์จะผ่าเปิดแผลและพยายามทำความสะอาดบริเวณที่ติดเชื้ออ
กว่าจะรวบรวมทีมผ่าตัดให้ลูกได้ครบก็ต้องใช้เวลาถึงแปดชั่วโมง ตลอดแปดชั่วโมงนั้นไม่มีใครดื่มกินอะไรกันเลยระหว่างที่พวกเขาพยายามขยับเวลานัดวิสัญญีแพทย์กับศัลยแพทย์ให้ตรงกัน คนห้าสัญชาติทำงานร่วมกันที่โต๊ะผ่าตัด พวกพยาบาลพยายามผ่อนคลายลูกด้วยตัวตุ๊กตาหมีพูห์ที่ร้องพลง แต่แกก็ตะเบ็งเสียงไล่พวกเธอไป สุดท้ายวิสัญญีแพทย์ก็เดินเข้ามา “ตอนนี้เราจะให้ยาสลบลูกคุณนะครับ” หมอบอก “คุณอยากจูบลาเขาก่อนไหม” ฉันร้องไห้ออกมาเป็นครั้งแรกในตอนนั้น
เรากลับไปที่ห้องพักคนไข้ ไม่พูดไม่คุย นั่งกันอยู่ใต้หลอดไฟแสงจ้า ไม่นึกถึงคำแรกๆที่ลูกพูดได้หรือก้าวแรกๆที่ลูกหัดเดิน หรือตอนที่ลูกบีบซอสมะเขือเทศเลอะเทอะทั่วตัว กระทั่งพยาบาลคนหนึ่งแตะไหล่ฉัน “เด็กปลอดภัยแล้ว” เธอบอก และเราก็นึกได้ว่าเสียงร้องไห้ที่ได้ยินแว่วๆคือเสียงลูกนั่นเอง ฉันตรงรี่ไปดูลูก ส่วนสามีไปหาศัลยแพทย์ เท่าที่ฉันอยากทำคือได้ลูบเนื้อตัวอุ่นๆของไอแซ็กอีกครั้ง และเท่าที่สามีฉันอยากทำคืออยากรู้ว่าการผ่าตัดได้ผลหรือไม่
โปรดอ่านต่อในฉบับเดือนสิงหาคม 2554
|
| ||||||
แสดงความคิดเห็น
| ชื่อ* | |
| อีเมล* | |
| ความคิดเห็น* | |

เรื่องยอดนิยม
เรื่องยอดนิยม
เมนูแนะนำ
เมนูแนะนำ
![]() | ทูดาริบอล
อดีตนักร้องค่ายอาร์เอส (อัลบั้ม SASIKARN และ SASIKARN 2 YOU) และนักแสดง ทั้งภาพยนตร์ ละครทีวีและละครเวที ล่าสุดรับบทพระสุพรรณกัลยา ในละครเวทีอิงประวัติศาสตร์ “สมเด็จพระนเรศวรมหาราช” ปัจจุบันทำรายการวาไรตี้ “นารีโซไซตี้” ทางช่องมีเดียแชนแนลและเป็นผู้บริหารร้านอาหารเกาหลี “TODARI” |

English in 20 Minutes Interactive
THB4,888.00


Mood Music for Listening and Relaxation
THB1,990.00


Salute to the King Set
THB1,590.00


Managing Your Manager
THB32.00


เมื่อธรรมชาติแผลงฤทธิ์
THB1,690.00

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์
![]() อาหาร | ![]() ผู้มีชื่อเสียง | ![]() แรงบันดาลใจ | ![]() อาหาร | ![]() ท่องเที่ยว | ![]() แรงบันดาลใจ |
แบ่งปัน









